ความรักที่ไร้เงา
ในเมืองเล็กที่ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำ นัมมู เด็กหนุ่มวัยสิบหกปี ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบเหงาของบ้านหลังเก่า เขาไม่เคยมีโอกาสได้รู้จักแม่ของเขาอย่างแท้จริง เพราะแม่ของเขาได้จากไปตั้งแต่เขายังเล็ก ทุก ๆ คืนเขามักจะนอนมองเพดานห้องที่มืดมิด คิดถึงเสียงหัวเราะของแม่ที่เคยดังอยู่ภายในบ้านนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นัมมู!” เสียงของเพื่อนบ้านดังขึ้นเรียกเขา ขณะที่เขายืนอยู่ในสวนหลังบ้าน นัมมูหันไปมองและเห็นป้าอารีย์ถือถุงผักสดมาที่เขา
“มาทำกับข้าวด้วยกันไหมลูก” ป้าอารีย์ถามด้วยความหวัง นัมมูส่ายหน้าเบา ๆ เขาไม่อยากออกไปไหน นอกจากอยู่ในโลกของตัวเอง เขาจึงตอบว่า “ไม่ครับ ผมขอโทษ”
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังเดินกลับจากโรงเรียน เขาได้พบกับอาชิ เด็กสาวแสนสดใสที่ยิ้มให้เขาจากระเบียงของบ้านตรงข้าม
“เฮ้ นายชื่ออะไร?” อาชิถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง นัมมูรู้สึกตกใจเล็กน้อย เขาไม่คุ้นเคยกับการมีคนสนใจเขา
“ผมชื่อ นัมมู” เขาตอบเสียงแผ่ว
“ดีจังเลย ฉันชื่ออาชินะ” เด็กสาวยิ้มกว้าง “ทำไมหน้านายดูเศร้าจัง?”
นัมมูรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกถาม เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาจึงเลือกที่จะเดินหนี แต่ก่อนที่เขาจะไป อาชิเรียกเขาไว้
“เดี๋ยวก่อน!” เธอรั้งเขาไว้ “ถ้านายต้องการเพื่อน ฉันอยู่ที่นี่นะ”
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่เขาไม่เคยคาดคิด อาชิทำให้วันเวลาอันเงียบเหงาของนัมมูเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและสีสัน พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันในสวนหลังบ้าน พูดคุยเกี่ยวกับความฝันและอนาคต นัมมูเริ่มเปิดใจและยิ้มได้บ่อยขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็นมากกว่ามิตรภาพ เมื่ออาชิสารภาพกับนัมมูในวันคริสต์มาสว่า “นายรู้ไหม นัมมู ฉันชอบนาย”
นัมมูหน้าแดง รีบหันไปมองพื้น “ฉันก็ชอบนายเหมือนกัน”
อาชิหัวเราะเสียงใส “ดีมาก! เราจะเป็นคู่รักกันนะ”
ความรักของพวกเขาเบ่งบานเหมือนดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ แต่แล้ว วันหนึ่งอาชิกลับมาที่โรงเรียนด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว เธอถูกตรวจพบว่าเป็นโรคเลือด แต่เธอยังคงยิ้มและบอกนัมมูว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะสู้”
นัมมูรู้สึกเหมือนโลกของเขาแตกสลาย เขาฝืนยิ้มตอบเธอ “เราไปหาหมอด้วยกันนะ”
หลังจากนั้น ทุกวันหลังเลิกเรียน เขาจะไปหามือหมอและนั่งรออาชิอยู่ข้างนอก โรงพยาบาลกลายเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวาเมื่อมีอาชิอยู่ด้วย ทุกครั้งที่เธอออกมาหลังการตรวจ อาชิมักจะเล่าเรื่องราวสนุก ๆ ให้เขาฟัง แม้ว่าเธอจะรู้ว่าตนเองกำลังต่อสู้กับชีวิต
“นัมมู” อาชิพูดในวันหนึ่งขณะที่นั่งอยู่ในสวนของโรงพยาบาล “ถ้าฉันหายดี ฉันอยากจะไปเที่ยวที่ทะเล”
“ทำไมต้องทะเล?” เขาถามอย่างสนใจ
“เพราะมันสวย และเสียงคลื่นมันทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิต”
น้ำตาของนัมมูไหลออกมา เขาหยุดน้ำตาไม่ได้ “แล้วถ้าฉันไปกับนายล่ะ?”
อาชิยิ้มและพยักหน้า “แน่นอน! เราจะสร้างความทรงจำที่ดีที่สุด”
แต่แล้วข่าวร้ายก็มาเยือน เมื่ออาชิต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลานานและอาการของเธอก็ทรุดลง นัมมูพยายามจะเข้าไปหานางในทุกวัน เขารู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่าง เมื่อเขาเห็นเธอนอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล ไม่มีแรงแม้แต่จะยิ้ม
“นายจะอยู่กับฉันไหม?” อาชิถามด้วยเสียงเบา
“ตลอดไป” นัมมูตอบด้วยความมั่นใจ ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้ว่ามันยากแค่ไหน
วันหนึ่งนัมมูตัดสินใจที่จะทำให้เธอมีความสุข จึงจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้เธอที่โรงพยาบาล เขาเชิญเพื่อน ๆ ของอาชิมาร่วมด้วย ทุกคนมารวมกันที่ห้องของเธอ การเป่าเทียนและการร้องเพลงทำให้บรรยากาศกลับมาสดใส
“ขอบคุณนะ นัมมู” อาชิพูดด้วยน้ำตาในวันนั้น “นี่คือวันเกิดที่ดีที่สุดของฉัน”
“ไม่เป็นไร ฉันจะทำอย่างนี้ทุกปี” เขาตอบและกุมมือเธอแน่น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการของอาชิก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งหมอเรียกนัมมูไปคุย เขาได้ยินคำพูดที่ทำให้หัวใจเขาสลาย “เราต้องแจ้งว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เราไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว”
นัมมูยืนอยู่ที่นั่นเหมือนถูกฟ้าผ่า เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมืดมิดลง ราวกับว่าเขากำลังจะสูญเสียทุกอย่างที่เขารัก
คืนหนึ่ง ขณะที่นั่งอยู่ข้างเตียงของอาชิ นัมมูพูดความในใจ “ไม่ว่ายังไง ฉันจะอยู่กับนาย แม้ในความฝัน”
อาชิยิ้มอย่างอ่อนโยน “ฉันรู้ นัมมู”
ในวันสุดท้ายของอาชิ แสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างดูอบอุ่น แต่ในใจของนัมมูกลับเย็นยะเยือก เขานั่งอยู่ข้างเตียง จับมือเธอไว้แน่น และพูดว่า “ขอให้เราได้เจอกันอีกนะ”
อาชินอนหลับไปตลอดกาล แต่คำสัญญาของพวกเขายังคงอยู่ นัมมูรู้ว่าเขาจะต้องใช้ชีวิตต่อไปเพื่ออาชิ เขาจะทำตามความฝันของเธอ เขาจะไปทะเล และจะล่องเรือไปกับคลื่น เหมือนที่เธอเคยฝันไว้
ในวันหนึ่ง หนึ่งปีหลังจากที่อาชิจากไป นัมมูยืนอยู่ริมทะเล เขาสัมผัสกับสายลมทะเลและเสียงคลื่นที่กระทบฝั่ง เขาหันไปยิ้มให้กับฟ้าสีฟ้า และพูดออกมาดัง ๆ ว่า “ฉันทำได้แล้ว อาชิ!”
เขาจึงได้เรียนรู้ว่าความรักไม่ใช่แค่การมีคนอยู่เคียงข้าง แต่เป็นการให้กำลังใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต แม้ในวันที่มืดมิด ธรรมชาติยังคงสวยงาม และความรักจะยังคงอยู่ในใจเขาตลอดไป