ความฝันที่ถูกลืม
เช้าวันเสาร์แรกของเดือนกันยายน แสงแดดส่องผ่านหมอกปกคลุมมหานครหลวง หญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า “นุ่น” นั่งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ห่างจากเสียงฮือฮาในเมือง สายลมทำให้เส้นผมเธอลอยละล่อง อาทิตย์มีแสงสีทองโด่งดังสาดส่องไปทั่วบรรยากาศ แต่ใจของนุ่นกลับยังคงถูกล็อคไว้กับความเศร้าสลดจากการสูญเสียที่ไม่มีการเตรียมใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เป็นเวลาร่วม 6 เดือนแล้วที่แม่ของเธอจากไป ในวันที่อากาศสดใส แต่โชคชะตากลับโหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ ความฝันที่เธอเคยต้องการทำคือการเป็นนักออกแบบแฟชั่น ตอนนี้ดูเหมือนจะถูกลืมไปนาน ความกลัวและความวิตกกังวลยิ่งเป็นตัวขัดขวางที่ทำให้เธอยิ่งไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นุ่นตัดสินใจรับสายเสียงของ “เบส” เพื่อนเก่าจากวิทยาลัยที่สนใจจะร่วมงานแฟชั่นโชว์ที่ใกล้จะจัดขึ้น เบสพูดถึงความหวัง ความฝัน และอนาคตที่ดึงดูดใจ แต่มันกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกซึมเศร้าขึ้นเพราะเธอไม่สามารถทำได้อย่างที่คิด
ขณะที่สนทนากับเบส นุ่นรู้สึกเหมือนมีเสียงหนึ่งในใจเรียกร้องให้เธอต้องขยันพยายามอีกครั้ง เธอสัญญากับตัวเองว่าจะลองทำดูให้ได้ แต่ใจหนึ่งก็ยังลังเลว่าเธอจะทำมันได้ไหม
เมื่อมาถึงงานแฟชั่น นุ่นรู้สึกบีบคั้นภายใน ถ้าไม่ทำให้ดีที่สุด ชีวิตจะไม่มีทางก้าวหน้าไปไหน และในขณะที่จิตใจของเธอวกกลับไปกลับมานั้น เธอได้พบกับ “นัท” ชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตในวงการแฟชั่นและเป็นคนที่มีวินัยสูงในงานของเขา
การพบกันครั้งแรกของนุ่นและนัทเต็มไปด้วยการขัดแย้งและแรงดึงดูดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หลังจากเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในคืนของงาน เปิดเผยให้เธอเห็นถึงความฝันที่ถูกลืมของเขา และการเล่าถึงความฝันในวัยเด็กของการเป็นช่างภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์เพิ่มสร้างไฟแห่งแรงบันดาลใจในตัวนุ่นขึ้นอีกครั้ง
การเริ่มต้นสัมพันธ์ระหว่างนุ่นและนัทเต็มไปด้วยความกดดัน เพราะนุดยังคงคิดถึงวิธีที่จะผ่านพ้นความกลัวนั้น บ่อยครั้งที่นัทเรียกร้องความซื่อสัตย์จากนุ่น แต่เธอกลับหลีกเลี่ยงคำถามทุกครั้ง ทำให้ความสัมพันธ์เข้มข้นขึ้นเมื่อเธอนึกถึงการสูญเสียที่โหดร้าย
ท่ามกลางความสุขที่มีให้กัน บางครั้งนุ่นกลับรู้สึกเหมือนอยู่ในกรงขังของความรู้สึก หลายครั้งที่เธอลังเลเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำในอนาคต บางครั้งเธอคิดว่าแค่การอยู่ในความสัมพันธ์ก็เพียงพอ แต่ในส่วนลึกเธอรู้ว่าเธอต้องการมากกว่านั้น
ในคืนหนึ่งขณะที่นุ่นและนัทไปที่ห้องเรียนเก่าที่พวกเขาทั้งคู่เคยเรียน ค่ำคืนแห่งการพูดคุยกันยามค่ำคืนกลับเชื่อมโยงให้พวกเขาเห็นโลกในมุมใหม่ และนัทยินดีเปิดเผยความฝันที่ถูกลืม หนึ่งในนั้นคือการถ่ายภาพการเดินทางที่จะส่งผลต่อจิตวิญญาณของเขา
การเปิดเผยนี้ทำให้ความรู้สึกของนุ่นก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เธออยากทำตามความฝันของตัวเอง และด้วยความช่วยเหลือจากนัท เธอเริ่มต้นกระบวนการค้นหาตนเองโดยการลองออกแบบแฟชั่นที่มีความหมายให้กับชีวิตและมิตรภาพ
แต่อุปสรรคครั้งใหญ่ยังคงรอเธออยู่ เนื่องจากออกแบบเป็นการประสานงานที่ต้องใช้ใจ และการมีส่วนร่วมในมันออกไปจากโซนสบายของเธอ นุ่นต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับอารมณ์ของตัวเองทั้งบวกและลบ
เมื่อทุกอย่างเริ่มดำเนินอย่างราบรื่น งานที่เธอไปหามาเริ่มเห็นผล แต่แล้วความเป็นจริงก็เข้ามาทำลาย ไม่เพียงแค่ฟุตบอลที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น การประกวดที่เข้ามาเป็นเหตุการณ์ที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เธอวาดวางไว้
เมื่อถึงจุดพีค พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับจุดที่น่าผิดหวังที่สุด นั่นคือการติดขัดในกฏการประกวดที่ทำให้ความหวังของนุ่นหายไป ต่อมานุ่นตัดสินใจจัดการกับมันอย่างเฉียบขาด ทั้งที่นั่นห่างไกลจากการตั้งเป้าหมายที่เธอหวังไว้แท้จริง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้นุ่นเริ่มรู้จักตนเองได้ดีขึ้น ทั้งการที่ได้เผชิญกับความจริงที่ตัวเองยอมรับไม่ได้ ด้านนั้นมันยิ่งขัดแย้งกับความเชื่อมั่นที่เธอสร้างขึ้น อีกทั้งเธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับนัทในอีกด้านที่เธอไม่เคยเห็น
ในคืนของการเฉลิมฉลอง ก็เป็นคืนที่เปิดเผยถึงปัญหาทางอารมณ์อันรุนแรงของนัท ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เมื่อเขาได้ยินข่าวสารเกี่ยวกับพ่อแม่ที่มีชีวิตครอบครัวแย่ลงจากงานนั้น นั้นเป็นจุดที่กระตุ้นให้พวกเขาทั้งสองต้องเผชิญหน้ากันในสิ่งที่สมบูรณ์แบบ
ในที่ที่มืดมิดยามค่ำคืน การมีเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างกันที่สุดชัดเจนยิ่งขึ้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงเหมือนการเดินร่วมกันในฝันที่เสียหาย นั่นทำให้พวกเขาเข้าใจและเรียนรู้ที่จะยอมรับความสูญเสีย รวมถึงความรักที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจ แต่ต่อมาทั้งสองกลับไม่ได้อยู่ด้วยกันในสิ่งที่เธอต้องการ
การเฉลิมฉลองจบลงและทุกอย่างกลับมาสู่ความเป็นจริง จุดพีคของเรื่องจึงเกิดขึ้นเมื่อทั้งคู่ต้องห่างเหินจากกัน ในท้ายที่สุดมันเป็นเพียงการเจอกันที่ถูกขัดขวางและความรักที่พวกเขาไม่เคยประจวบเหมาะกับการพัฒนาตนเอง
เดือนต่อมา นุ่นมีโอกาสเข้าร่วมการประกวดงานออกแบบแฟชั่นระดับอาชีพ และด้วยความช่วยเหลือจากนัทที่กลับมาในดวงใจ เขาส่งข้อความที่มีสติและเชื่อมโยงให้เธอรู้ว่าทุกความฝันต้องผ่านอุปสรรคและความทุกข์ใจเพื่อที่จะทำให้มันเป็นจริง
เมื่อวันนั้นมาถึง นุ่นยืนอยู่บนเวทีมองสาธารณชน จากความกลัว ตอนนี้เธอกลับรู้สึกแข็งแกร่งขึ้น ความรู้สึกที่อบอุ่นวิ่งเข้ามาในหัวใจ ทำให้เธอเข้าใจว่า ความรักและความฝันสามารถอยู่เคียงข้างกันและเติมเต็มซึ่งกันและกัน เพียงแค่ตัดสินใจจะยอมรับมัน
การเดินทางที่เกิดขึ้นไม่น่าจะจบลงเพียงแค่ในเวที แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ของการหาความหมายในตัวเอง และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความฝันทั้งหลายย่อมจะมาถึงวันหนึ่ง แม้จะมีบาดแผล ณ ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว