คืนวิปริตแห่งรัตติกาลทราย
เสียงลมพัดแรงจนทรายละเอียดกระแทกหน้าต่างไม้เก่า ทุกอย่างในเมืองทรายซึ่งไร้ชื่อดูเหมือนจะตื่นเองยามพระอาทิตย์ตก ผีเสื้อกลางคืนเกาะหลอดไฟเหลืองซีดกระพือปีกโบก ไปมาราวกับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคืนนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อัฐเดินหลบในตรอกแคบ ๆ มือสั่นกดโทรศัพท์ พยายามโทรหาพี่สาวแต่ไร้สัญญาณ เขาหยุดหอบ หายใจหอบแรง มดลูกมือแน่น กึ่งหวาดกลัวกึ่งโมโหตัวเอง “นี่เราโง่ขนาดไหนถึงมาอยู่ที่นี่…” เสียงพึมพำสั่นพร่า จู่ ๆ ไฟข้างถนนก็วูบดับ ทิ้งเขาไว้กับเงาดำยืดยาว
ประตูไม้หลังเขาส่งเสียงเอี๊ยดเบา ๆ ก่อนหญิงสาวร่างสูงกระชากเปิดออกมา “อัฐ! ตามมาหน่อย มีอะไรแปลก ๆ ที่หลังโกดัง” แพรสีหน้าหนักใจแต่พยายามซ่อนความตื่นกลัว เธอไม่เคยยอมรับ ต่อหน้าใคร ว่ากลัวผีแม้ในใจจะเย็นเฉียบราวใส่น้ำแข็งแทนเลือด
อัฐลังเลสักชั่วลมหายใจ ก่อนจะเดินตามแพรไป เงาแปลก ๆ พาดผ่านผนัง ขาทั้งสองคนดังกรอบแกรบขณะเดินผ่านเศษกระจกและขยะ “คิดว่า…จะมีอะไร?” อัฐถามเบา ๆ
“เสียงแปลก เหมือนคนลากอะไรอยู่ในโกดัง” แพรหยุดนิดหนึ่ง “ถ้าเป็นพวกโจร—หรือ ผี…” ประโยคหลังแทบไม่เปล่งเสียง
คลื่นเสียงลึกลับเหมือนลอดมาจากโลกอื่นดังสวนขึ้นมา ทั้งสองหยุดยืนหน้าโกดังไม้หลังเล็ก อัฐยกมือถือเปิดไฟฉาย ไฟสั่นไหวทำให้เงารอยมือเลือดที่ผนังดูเหมือนกำลังไหลลงพื้น
แพรกลืนน้ำลาย “อย่าเข้าลึก เอาตรงทางเดินพอ” เธอพยายามมองหาของใกล้มือไว้ป้องกันตัว อัฐพยักหน้าแต่ไม่อาจซ่อนความกลัวในแววตาได้
ด้านในโกดังหนาวผิดปกติ เศษไม้ล้มระเนระนาด กลิ่นเลือดคาวจาง ๆ อับชื้นกระทบจมูก อัฐเหงื่อแตก “ได้ยินอะไรไหม”
แพรหยุด มองฝั่งขวาจากแสงไฟมือถือ เงาตะคุ่ม ๆ กองใหญ่ขยับอยู่กลางพื้น เธอขยับมือบีบแขนตัวเองแน่น “มัน—ขยับได้ไง” เสียงเธอเบาราวกระซิบ
อัฐเดินนำ (อย่างฝืนใจ) ไปตรวจดู ทันใดนั้น เสียงหวีดสั้นแหลมดังแทรกผ่าน ทำให้อัฐทิ้งมือถือ หล่นกลิ้งตกพื้น ไฟฉายสาดชนร่างบาง ๆ ที่กองเลือดหยดเปื้อน (!) มนุษย์หญิงสาว นั่งชันเข่าหายใจหอบ เธอสบตาอัฐพราวน้ำตา
แพรรีบทรุดข้าง ๆ สาวนิรนาม “คุณเป็นอะไร ใครทำร้ายคุณหรือเปล่า”
หญิงสาวก้มหน้าไม่ตอบ ร่างสั่นงันงก มืออัฐหยิบมือถือขึ้นโดยไม่ละจากท่าทีของเธอ “ชื่ออะไร ช่วยเราออกจากที่นี่หน่อยได้ไหม” น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงแรงบีบบังคับ
หญิงสาวนิ่งตาเขม็ง นานหลายวินาที “…เมษา” แว่วในลำคอ
“ใครทำร้าย…” แพรจะพูดต่อ แต่เมษายกมือปิดปากตัวเองพลางส่ายหน้าแรง น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสอง
อัฐกับแพรมองตากัน ราวอ่านใจได้ว่า นี่เกินกว่าเหตุการณ์ปกติแล้ว เมษาละมือออก พลันสายลมแปลกเย็นวาบจากหลังโกดัง กลิ่นอายพิลึกปะปนกลิ่นเน่าเสียพัดมาพร้อมเสียงกระซิบเบา ๆ
“เราต้องออกไป” อัฐกระซิบ แต่ขาแทบขยับไม่ออก
เงาอันเย็นเยียบเคลื่อนผ่านหน้าต่าง โกดังหม่นมืดลงจนเสียงลมหายใจของทั้งสามดังชัด อัฐดึงแขนแพร “ออกเถอะ!”
ก่อนก้าวสุดท้ายจะทันขยับ ประตูโกดังปิดผึง เสียงกลอนขึ้นเองกริ๊ก เสียงลมหวิวดังราวสิ่งที่มองไม่เห็นเลื้อยล้อมรอบกลุ่มทั้งสาม …
อัฐเจ็บฝ่ามือจากการพยายามงัดประตู แพรออกแรงดึงไม้พังอย่างไร้ผล เมษานั่งกอดเข่ากับผนังเย็นชา“มันมาแล้ว…หนีไม่พ้นแม้แต่คนเดียว”
เสียงกรีดร้องปะปนเสียงลม—ไม่แน่ใจว่าของคนเป็นหรือคนตาย—สะท้อนในหัว ทุกคนหยุดนิ่ง อัฐหันไปซบผนัง ปากสั่นงันงก
“ใครมันมา เมษา?” แพรพยายามถาม
แต่เมษากลับผงะ หน้าเต็มไปด้วยน้ำตา “ผมฆ่าเขาเอง…”
อัฐกับแพรจ้องหน้าอึ้งงัน สิ่งที่คิดกลายเป็นจริงเกินทน แพรนิ่งคิดก่อนพูดต่อ “เธอ…หมายถึงใคร”
แสงจันทร์ลอดหน้าต่าง เสียงลมหยุดกะทันหัน เมษาเงยหน้าสายตาว่างเปล่า “ผู้หญิงในรอยเลือด เธอ…ขอให้ฉันพาเธอออกไปแต่ฉันทิ้งเธอไว้กับมัน”
อัฐขยับถอยหลัง ใจเต้นแรงเพราะเสียงสายลมแผ่วจางและเงาร่างข้างหน้าต่างโดดเด่นมากขึ้นเรื่อย ๆ เงานั้น…สูงผิดมนุษย์!
แพรกลืนน้ำลาย เสียงตัวเองเบา “อัฐ ถ้าเราเปิดหน้าต่างหนีได้—”
อัฐเดินกระโผลกกระเผลกไปดึงหน้าต่าง งัดแรงจนเศษไม้หัก แต่สนามทรายที่ควรสงบกลับเต็มไปด้วยรอยเท้าพราวเลือด หญิงสาวผมยาวชุดขาวเละโกรกเลือดยืนอยู่หน้าต่าง จ้องข้ามเข้ามาด้วยแววตาเย็นชา
ทั้งสามถอยจากหน้าต่าง “เห็นไหม—เธอกลับมาทวงคืน!” เมษาหวีดลั่น เสียงแตกพร่า
แพรปิดปากแน่น ตาลุก “…ถ้าคืนนี้เราไม่ช่วยคลี่คลายที่มาของเธอ วิญญาณจะไม่ปล่อยให้เรารอด”
เสียงลมแกว่งพลิกทุกอย่าง เสียงผนังไม้บีบอัด เรือนร่างของหญิงชุดขาวล่องลอยจากหน้าต่างเข้าสู่กลางโกดัง อัฐปรี่ไปกอดคอแพรแน่น ดวงตาแพรเต็มไปด้วยความตั้งใจ
“เธอต้องพูดความจริง!” แพรตะคอกใส่เมษา “สถานที่นี้ไม่ต้องการคำโกหก”
เมษาสะอื้น ฮึดพูดทั้งที่กลั้นน้ำตาไว้ “คืนนี้เราไปที่บ่อน้ำกับเธอ เธอขอร้องว่าอย่าทิ้ง…” สายตาว่างเปล่า “แต่ฉันวิ่งหนีไปเพราะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ฉันทิ้งเธอไว้กับมัน” เธอร้องจนเสียงขาดหาย… เงาสีขาวขยับช้า ๆ เข้าใกล้แต่ละคน
ทันใดนั้นไฟฉายในมืออัฐกระพริบถี่ ๆ เสียงร้องหวีดของสะพานไม้ข้างนอกดังขึ้น กลุ่มสามคนตัดสินใจวิ่งไปยังเสียง “เราต้องเผชิญหน้าเท่านั้น” แพรตะโกน
ละอองทรายปลิวตลบทุกฝีก้าว สามคนผลักกันออกประตูไม้ที่เริ่มงัดได้ “อัฐ มานี่!” แพรจับมือแล้ววิ่งฝ่าเงาผี วิญญาณหญิงสาวกรีดร้องเสียงแหลมวาบ
เมื่อมือทั้งสามคนพ้นโกดัง ร่างวิญญาณหญิงสาวเคลื่อนตามมาช้า ๆ ดวงตาเธอนิ่งลึก ปากขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่มีเสียงออกมา
“เมษา ต้องขอโทษเธอ เอาให้ชัดเจน” อัฐพูดด้วยเสียงกล้าอย่างไม่คาดคิด
เมษาก้มลงกับพื้นทราย “ขอโทษ…ขอโทษที่ฉันทิ้งเธอ ขอให้เธอไปต่อได้”
ลมเบาลงทันที ร่างวิญญาณยืนนิ่งอยู่หน้าบ่อน้ำตื้น ๆ ที่ขุดไว้ริมโกดัง เธอค่อย ๆ เดินจมหายไปในเงามืดท่ามกลางเสียงน้ำร้องครวญ
แพรจับมืออัฐแน่น ประกายอบอุ่นไม่ค่อยมีให้กันในครอบครัว “เรารอดแล้ว…” เธอถอนใจ อัฐยิ้มอ่อน แม้ดวงใจยังสั่นสะท้าน
แดดอ่อนสาดเข้ามาในเมืองทรายร้าง เหลือเพียงสามคน สายตาอัฐมองไปที่เมษา เธอพยักหน้าขอบคุณ ก่อนเดินจากไปท่ามกลางแสงเช้า ไม่หันหลังกลับ
แพรกับอัฐยืนอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ คนสองคนที่อดีตเต็มไปด้วยรอยแผล อาจยังไม่หายดี แต่อย่างน้อยชีวิตพวกเขาเริ่มเดินต่อได้อีกครั้ง
บนทรายร้อน มีเพียงเงาสองเงาร่วมทาง เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ปะปนลมหายใจ คือสัญญาณจุดเริ่มต้นใหม่ ที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้พบเจอ