ปฏิบัติการติวหัวทิ่มของกลุ่มห้องสอง
เสียงกริ่งช่วงพักเที่ยงดังแผ่วแต่เร่งเร้า เต ห้องสองกระโดดพรวดจากโต๊ะเรียน ดวงตาเต เต็มไปด้วยความแน่วแน่ปนตื่นตระหนก เขาควักโพยข้อสอบคณิตยับยู่ยี่ออกมา โยนใส่มือเพื่อนสนิทอย่างเต้ยที่ฟุบหัวอยู่บนโต๊ะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เต้ยครางเบา ๆ “ถ้าข้อสอบมันจะออกแค่ที่เราไม่อ่านนะ เต ฉันขอร้องล่ะ…” เตยิ้มแห้ง ทำหน้ามั่นใจ “ไม่มีวัน! ฉันศึกษาแนวข้อสอบมาหมด ดูนี่—” เขาชูโพยขึ้นสูง “คืนนี้เราจะติวกันให้ครบสามวิชา ติวเสร็จ รับรอง ทุกคนได้เกรดสี่!”
ปัน กระเป๋าหนักจนงอหลัง พุ่งเข้ามาเกาะขอบโต๊ะตามหลังเพื่อนสายฟ้า ทันทีที่ได้ยินคำว่า “ติว” ปันพ่นลมหายใจเหมือนจะล้ม “ขอเถอะขิม วิชาอังกฤษคราวนี้สอบศัพท์อะไรแปลก ๆ ก็ไม่รู้…”
ขิม เสียงใสแต่ใจกล้า มือไวกว่าปาก “แล้วใครใช้ให้ นายเอาหนังสือไปรองนั่งแทนที่จะอ่าน!” ปันโดนขิมแซะก็เงียบเลย เต้ยรีบชิ่งประเด็น “ตกลง โรงเรียนจะไม่ให้อ่านในห้องสมุดนะ พี่ ป. ก็ล็อกแล้ว เดี๋ยวเราไปติวโรงอาหารไหม คนเยอะดี อาจจะมีใครช่วยได้…”
ทุกคนพยักหน้ารับมั่นใจโดยไม่มีใครคิดว่าการติวสอบในโรงอาหารตอนเที่ยงจะเป็นจุดเริ่มดราม่าขนาดย่อมของโรงเรียนแห่งนี้
โรงอาหารคึกคัก เสียงคนตะโกนสั่งของกินแทรกกับเสียงขูดเก้าอี้ ทุกคนย้ายมากระจัดกระจายรอบโต๊ะโรงอาหารตรงริมกระจก เต เหวี่ยงหนังสือกองโตใส่โต๊ะด้วยท่าทางเหมือนครูใหญ่ ขิมหยิบชีท อ่านโดยไม่สนใจเสียงรบกวนข้าง ๆ
ปันงัวเงียจนเพื่อนต้องร้อง “นี่— ตั้งใจหน่อยสิ!” ปันหัวเราะฝืด ๆ ชูพัดด้วยฝาปิดข้าวกล่อง “แอร์ที่นี่เย็นจนสมองชา ฉันอ่านไม่ได้…” ขิมโต้เร็ว “แอร์ยังมีถังน้ำแข็งติด!?”
เต้ยเปิดบทสนทนาในชีทภาษาอังกฤษ “ถ้าออกข้อสอบแบบ Roleplay… นายคิดว่าฯลฯ” เตายิ้มลับ “รู้เปล่าว่าคำว่า roleplay เนี่ย….” (หยุดคิด) “มัน…เอ่อ เอาความจริง นายเล่นบทอะไรเป็นบ้าง?” ทุกคนพร้อมใจมองหน้าเต เหมือนจะขอคำอธิบาย เตพูดเสียงเบาแต่มั่นใจ “ปกติฉันเล่นเป็นครู!”
แต่ทันใดนั้น เจ๊ติ๋วแม่ค้าส้มตำหันมามองกลุ่มเพื่อน “อะไรนะ! น้องจะเล่นเป็นครู? จะสอบเป็นครูเหรอ?” ขิมถึงกับสบถในใจ ปันกลอกตาแบบคนหมดศรัทธาตั้งแต่เริ่ม ตลกจริง ๆ คือพี่โต้งโต๊ะข้าง ๆ หันไปกระซิบให้เพื่อนว่า เดี๋ยวปีนี้โรงเรียนมีคนสอบเป็นครูแน่ ๆ
ขิมเบนประเด็น “เต ฉันว่า เรากลับไปติวบ้านเถอะ ได้ข่าวว่าแม้แต่โรงอาหารตอนบ่าย พวกแม่ค้าก็ยังมาคุยด้วยเรื่องติวสอบ!”
เต้ยบอกขำ ๆ “ถ้าจะต้องอธิบายเรื่อง roleplay ไปยันแม่ครัวโรงอาหาร ฉันว่าย้ายดีกว่า…” ทุกคนถอนใจพร้อมกัน สรุปผู้ก่อเรื่องเริ่มคอตก
บนรถสองแถวกลับบ้าน เตยิ้มแหยเมื่อเห็นขิมจดแรงบันดาลใจแบบขีดๆ ในสมุดบันทึก เต้ยลืมตัวพูดดัง “นี่ๆ ขิม ฉันเห็นนะ อย่าจดสรุปผิด ๆ ล่ะ คราวที่แล้วเธอจดสูตรฟิสิกส์ข้ามหน้า กลายเป็นดาราศาสตร์จนได้…” ขิมตอกเบา ๆ “อย่างน้อยก็ยังดีกว่านาย ที่เข้าใจว่า tangential กับ tangent แปลว่าอะไรนะ ‘แท่งแก้ว?’” เต้ยเงียบกริบ ปันหัวเราะ “เดินไปห้องน้ำบางทีฉันยังตั้งชื่อ แท่งแก้วเลย”
ถึงบ้าน ขิมรีบขนชีทเรียนเข้าบ้าน เตย้ายหนังสือไปวางตั้งแต่หน้าประตู เต้ยพยายามจัดของแต่ชีทเลอะซะจนต้องเอากระดาษทิชชู่มาเช็ดก่อน ขิมหายเข้าไปในบ้านครู่หนึ่ง เดี๋ยวกลับมาพร้อมน้ำอัดลม เต้ยกับปันหยิบถุงขนมมาตั้ง กะจะจัดติวแบบเต็มรูปแบบในบ้านขิม
เต้ยเริ่มต้นติวโดยลิสต์หัวข้อใหญ่ ๆ ขึ้นไวท์บอร์ด “วันนี้เราจะติว 3 วิชา เริ่มจากอังกฤษ ต่อด้วยคณิต สุดท้ายวิเคราะห์สังคม” เตพูดทะนง ขิมมองหน้า “แล้ววิชาไทย?” เต้ยตอบห้วน “ไทยอ่ะ ง่ายสุดแล้ว!” ปันสวน “วิชาที่อาจารย์เปลี่ยนแนวโจทย์บ่อยสุดอะ?” เต้ยหยุดคิด “เออ…ลืมไปแฮะ…” ขิมยู่ปาก “ติวกับนาย ฉันต้องตั้งใจไม้เบอร์สองแน่”
หลังจากผ่านพ้นบทเรียนแรก ทุกคนเริ่มงงกับภาษาอังกฤษเมื่อปันแปล “present perfect” ว่า “ของขวัญที่สมบูรณ์แบบ” เต้ยทำหน้าเหวอ ขิมกลั้นขำไม่อยู่ ตั้งท่าจะปัดขนมคาปาก ปันขึงขัง “ดูในชีทเลยนะ เขียนว่าของขวัญ present perfect จริง ๆ” เต้ยนั่งอ้ำอึ้งอยู่นาน ก่อนจะนึกออก “นั่นมันชื่อ tense ปัน ไม่ใช่เซอร์ไพรส์วันเกิด!” ทุกคนฮาทั้งวง เต้ยกลั้วขำจนไอตัวงอ
เข้าสู่คณิต ความสับสนเพิ่มขึ้น ปันเอามือป้องปากกระซิบ “สูตรนี้ต้องท่องมั้ย?” ขิมขยิบตา “นายท่องไปเหอะ แต่นายต้องเข้าใจด้วยนะว่าทำไมจึงเอาค่า x ไปแทน 0 ก่อน” ปันอ้ำอึ้ง “แต่ครูบอกให้แทน 5 นี่นา…” ทุกคนเงียบ ขิมกำลังจะอธิบาย เตขัดขึ้น “สูตรนี้ใช้เฉพาะโจทย์ที่…เดี๋ยว นี่มันเลขปอหกเปล่าวะ?” ปันรวมออกความเห็น “เออ หรือเราหลงเข้าใจผิดไปเอง?”
จังหวะนี้ มีสายจากโรงเรียนมาเข้ามือถือขิม “ขิม ใช่ไหม นี่อาจารย์แหม่มเอง ขอแจ้งว่าพรุ่งนี้เช้าให้กลุ่มเธอมารายงานหน้าเสาธงหน่อย น้องโรงอาหารบอกว่า พวกหนูจะไปสอบครู?” ทุกคนหน้าเสีย “เรื่องใหญ่!” ปันกระซิบ “นายกับแผน roleplay ของนายเลยเต!” เตพูดไม่ออก พยักหน้าก้มหน้ายอมรับผิดแบบเสียสิ้นความมั่นใจ
สถานการณ์เริ่มปั่นป่วน เช้าวันรุ่งขึ้นที่โรงเรียน ครูประกาศบนไมค์ “ขอเชิญกลุ่มนักเรียนห้องสองขึ้นไปรายงานตัว โดยเฉพาะคนที่วางแผนจะไปสอบเป็นครู เผื่อจะได้ช่วยสอนน้อง ๆ สักนิด!” เตกับเต้ยเดินนำขุมึน ๆ ปันกับขิมหายไปไปหลบมุมข้างสนาม เต้ยกัดฟัน “นี่ถ้านายไม่เปิดประเด็น roleplay วันนั้นนะ ฉันคงไม่โดนลากขึ้นหน้าเสาธงแบบนี้!” เตโต้ “แล้วถ้าขิมไม่ลากชีทมาวางบนโต๊ะ ปันไม่อ่าน present perfect เป็นของขวัญ เรื่องคงไม่บานปลาย”
ครูแหม่มหัวเราะ กลับล้อกลุ่ม “ถ้าคิดจะไปลองเป็นครูจริง ช่วยติวให้ป้าส้มตำเข้าใจ present perfect ทีนะลูก!” เต้ยหันไปขยิบตากับเต “เอาน่า อย่างน้อยตอนนี้ทั้งโรงอาหารน่าจะ present ได้ perfect อยู่เหมือนกัน…”
หลังมีเสียงหัวเราะในโรงเรียน เต้ยและเตตัดสินใจกู้ชื่อเสียงกลุ่ม โดยจัด “ติวเวิร์คช็อป” หน้าห้องอาหารในวันหยุด ชวนเพื่อน ๆ มาติวจริง ๆ คราวนี้มีการแจกชีท แจกขนม ขิมทำโปสเตอร์เอง ปันรับหน้าที่เล่าเรื่องตลกประกอบ เตเก็บความมั่นใจผิด ๆ ไว้ในข้างหลัง เลิกคาดหวังความ perfect แต่เริ่มใจกว้างพอที่จะฟังและแบ่งปันข้อผิดพลาด
วันนั้นทั้งโรงเรียนสนุก ได้หัวเราะและเข้าใจการติวมากขึ้น แม้ยังมีคนเรียกเตกับเต้ยว่า “ครู” แบบขำ ๆ แต่ไม่มีใครเข้าใจผิดหรือเครียดกับคำว่า roleplay อีกต่อไป เต้ยกอดคอเพื่อน “ข้อสอบไม่รู้จะออกอะไร แต่ฉันมั่นใจว่ากลุ่มเรานี่แหละ ฮาที่สุดแล้ว!” ขิมยิ้ม “กลุ่มเรานี่แหละ present perfect จริง ๆ” ปันกินขนม “ปีหน้าเราติวที่โรงอาหารอีกมั้ย?”
เสียงหัวเราะดังต่อเนื่องและอบอุ่นในโรงเรียนน้อย ๆ แห่งนั้น มิตรภาพของกลุ่มเพื่อนต่างคนต่าง flaw กลับแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม เต้ยสรุปส่งท้าย “ถ้าความผิดพลาดพาเราไปหัวเราะได้ มันก็ดีกว่าความ perfect ที่ไม่มีอะไรให้จดจำนะ” กลุ่มหัวเราะในไอแดดยามบ่าย ทิ้งท้ายด้วยความวุ่นวายแบบห้องสอง ที่ทั้งฮา อบอุ่น และน่าติดตามไม่รู้จบ