รักซ่อนเร้น
แสงไฟในห้องประชุมแพรวพราว มีความตื่นเต้นอยู่ในอากาศ ขณะที่น้ำเสียงของ ต้น ออสการ์นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งดังเอ่ยขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้บริหารที่ตั้งใจเข้าประชุม เปิดตัวละครชิ้นใหม่ของเขา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ผมต้องการสร้างสิ่งที่แตกต่างจากภาพลักษณ์ที่ทุกคนมองผม ผมอยากให้มันมีความจริงใจ งานจะต้องหยาบกร้านซึ่งมันจะสะท้อนให้เห็นว่า ผมไม่ได้เป็นแค่หน้ากากของความสำเร็จ”
เขาเหลือบมองมุมห้อง เมื่อเห็น นุช โต๊ะทำงานที่อยู่ห่างออกไปจากเขา ในตอนนี้เธอกำลังนั่งเคลื่อนแขนไปมา มันทำให้เขาชื่นอุราทุกครั้งที่ได้มอง แล้วมีสิ่งหนึ่งที่เขารู้ ไม่ว่าเขาจะชนะในภารกิจนี้ เขาก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเธอ
สองสามเดือนก่อน นุชแสดงให้เขาเห็นว่า ความรักของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้ โดยเฉพาะในวงการนี้ ที่ทุกอย่างเหมือนถูกกฎเกณฑ์จากสังคมกำหนด ความสัมพันธ์ที่สวยงามมักจะมีลักษณะขัดแย้งเมื่อมันถูกทอดแสงของสังคม สัมผัสของหัวใจที่เกิดมาต้องถูกซ่อนเร้นอย่างน่าเศร้า
นุชเลื่อนดวงตาของเธอไปที่ต้น เขาไม่สามารถตั้งใจมองเธอมากกว่านี้ได้ เพราะทั้งสองคนทำงานในวงการเดียวกัน แต่สำหรับความรักที่เข้มข้นในใจของเขา นุชคือการปลดปล่อยตัวเองจากกรอบความคิดที่ตนตั้งไว้
หลังการประชุม นุชเดินมาที่มุมหนึ่งของอาคาร ขณะนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอดังก้องดังขึ้น เสียงเรียกเข้าพาให้เธอหยุดการคิดถึงต้นทันที
“ฮัลโหล นุช” เสียงบุคคลที่เธอไม่อยากคุยกับเขา สิ่งที่มีมากกว่าผู้ชายธรรมดาที่เข้าใจภาษาของหัวใจของเธอ
“ขอโทษ ฉันยุ่งมาก” เธอตอบพร้อมกับเดินต่อไปเก็บกระเป๋า ทว่าภายในจิตใจเธอรู้ว่าเธอคงไม่มีวันที่จะเจอรักที่ฝังใจนี้ง่าย ๆ
คืนหนึ่งที่อโศกในกรุงเทพฯ เมื่อต้นตัดสินใจจะออกจากที่พักเพื่อไปที่ร้านกาแฟที่พวกเขาเคยไปด้วยกัน มันกลายเป็นเหมือนพิธีกรรมที่เขาต้องทำเพื่อคิดถึงเธอ
เสียงบดกาแฟจากเครื่องที่ทำให้คนเข้ามาอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำทำให้เขารู้สึกเชื่อมต่อกับนุชอยู่ตลอด ต่อหน้าความสว่างไสดของร้านนั้น เขาเปลี่ยนไปไม่ทันที่นึกถึงว่าวันนี้จะเป็นวันที่เขาจะได้พบเธออีกครั้ง
นุชเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ทุกอย่างรู้สึกดีขึ้น ต้นรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เพียงได้มองหน้าของเธอ ขณะเสียงเพลงรักบรรเลงอยู่จนต้องให้เขามีสมาธิในการสื่อสาร
“ทำไมวันนี้ถึงมาที่นี่?” นุชถาม ขณะที่เธอนั่งลงปกป้องตัวเองจากเรื่องสายลมที่พัดเข้ามา
“ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไร รู้แค่คิดถึงคุณ” ต้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาๆ แต่มีความมั่นใจ ชวนให้รู้และรู้สึก
การพูดคุยต่อเนื่องลื่นไหลโดยที่โลกภายนอกทิ้งพวกเขาไว้ในที่ของตนเอง มันมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะพบกันในรูปแบบใหม่
แต่ต่อมามีกว่าเพียงสองอาทิตย์เมื่อต้นรู้ว่าความรักนี้เป็นเพียงฝันกลางวันเมื่อเขาเห็นนุชอยู่ในรถหรูร่วมมือกับไอเทนตี้คนใหม่ภายใต้แสงกล้อง
“นั่นคือสิ่งที่เป็น!” เขาลงความเห็น ขณะที่เขาจ้องมองไปที่การประชุมเชิงธุรกิจที่ถูกจัดขึ้นว่าอาจจะเป็นที่นั่งถัดไปในชีวิตของเขาที่เต็มไปด้วยความหวัง
การสูญเสียความรักทำให้เขารู้ความจริงว่า เขาคงไม่มีวันชนะชีวิตนี้ได้ หากความรักล้มเหลว เขาก็เหมือนหยิบปืนเล็งไปที่ตัวตนของตนเอง และรู้ว่าชุมชนนี้ไม่ได้มีจิตใจที่ฉันเคยสถิตอยู่
ขณะที่หัวใจถูกสลายจากการได้มาและการสูญสิ้น ต้นจึงเลือกจะสัมผัสกับการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่เปลี่ยนมุมมองในวงการนี้ให้มีความเป็นมนุษย์
เมื่อท่ามกลางคืนที่หลุดออกจากกรอบความคิด เขาและนุชมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง การต้องเลือกระหว่างการให้มีความสุขกับการเผชิญหน้ากับประสบการณ์ที่ไม่มั่นใจจะเป็นตัวทดสอบสำคัญ
10 ปีต่อมา ต้นยืนอยู่บนเวทีพร้อมความสำเร็จในสายอาชีพ คำกล่าวที่ทำให้เขาเข้าใจชีวิตคือ การที่เขาจะเผชิญกับความเจ็บปวด และรักซ่อนเร้นนี้ถือว่าเป็นของขวัญจากความทรงจำที่ทำให้เขาข้ามพรมแดนเพื่อชีวิตใหม่ในวงการ”