รักลับกลางคืน
เสียงหัวเราะและเสียงเอะอะจากนักเรียนที่ขัดกันดังจากทุกมุมของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ขณะที่แสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้าไปในสนามฟุตบอลที่นักเรียนกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ในมุมหนึ่งของสนาม มนัส หนุ่มซึ่งมักจะเฝ้ามองเพื่อนร่วมชั้นในระยะไกล ดวงตาเขาจดจ่ออยู่ที่ลูกแก้วใสที่กำลังจิตใจหลุดลอยไปทั่ว แต่มันชัดเจนว่าหญิงสาวที่เขาชื่นชอบคือมอลลี่ เพื่อนสาวที่น่ารักและร่าเริงที่มักจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ การหยอกล้อกันระหว่างมอลลี่กับเพื่อนชายทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกปักใส่หัวใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!หลังจากเลิกเรียน มนัสเดินกลับบ้านพร้อมความกดดันในใจ ทุกก้าวของเขาคือการต่อสู้กับความรู้สึก ในขณะที่เด็กคนอื่น ๆ chat ไปทั่ว แต่เขากลับกลัวว่าถ้าพูดออกไปสิ่งที่เขารู้สึก จะทำให้ทุกอย่างระเบิดออกหรือไม่
วันที่สกปรกและฝนตกทำให้มนัสได้รับการเปลี่ยนแปลง เขาเห็นมอลลี่นั่งรอรถบัสอยู่หน้าโรงเรียน เพื่อน ๆ คนอื่นต่างแยกย้ายไปแล้ว มนัสตัดสินใจเดินไปหาเธอ แสงจากหลอดไฟถนนให้บรรยากาศอันเปล่าเปลี่ยว ขณะที่เขากันท่าตนเองให้กับมอลลี่เพื่อที่จะแนะนำตัวเองในวันนี้อย่างคล่องแคล่ว
“เฮ้ แกกำลังรอรถหรือเปล่า?” มนัสถามยิ้มแต่มีเสียงกื่นที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง
มอลลี่เหลือบมองอย่างสงสัย แต่ก็ยิ้มและตอบ “ใช่ ฉันกำลังรออยู่”
การพูดคุยเริ่มขึ้นและความตึงเครียดที่มนัสรู้สึกกับท่าทางขี้อายของเขาค่อย ๆ คลายออก ทุกคำพูดที่พวกเขาแลกเปลี่ยน มีอารมณ์ระหว่างกันที่ชัดเจน ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นของมนัสและรักที่เขามีต่อมอลลี่เริ่มต้นต้นไม้แห่งการเติบโต
คืนวันนั้นมอลลี่เปิดเผยความลับของการทำงานพิเศษที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มนัสมีความอยากรู้เกี่ยวกับชีวิตของเธอ ถึงช่วงที่เธอต้องทำงานในเวลาที่หมดเวลาศึกษา แต่เธอก็พูดจาเล่น ๆ เพื่อหลีกหนี จากวันนั้น ความรู้ติดตัวสองคนนี้เป็นทุก เวลาแรกเริ่ม
ขณะที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มลึกซึ้งขึ้น มนัสเริ่มเห็นแววตาของมอลลี่ในที่มืด และเขาสังเกตเห็นความเครียดของเธอที่เกิดจากสิ่งที่พ่อแม่ของเธอช่วยเต็มที่กับอนาคตของเธอ มนัสทำให้เธอรู้สึกสบายใจว่าเขาจะคอยช่วยเกี่ยวกับการเรียนรู้นอกเวลาที่กำหนดแต่แล้ววันหนึ่งมอลลี่ได้เปิดเผยว่ามีความลับที่ซ่อนอยู่เกี่ยวกับชีวิตของเธอ เตรียมรอว่าได้ยินว่าเธอจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอย่างตื่นเต้นแต่มีเงาที่มืดมิดที่แฝงอยู่
มนัสจึงเริ่มสืบค้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความเครียดเริ่มเข้าครอบงำเขาเพราะความรักที่ตัวเองคิดว่าเป็นที่แน่นอนว่าอาจจะทำให้มอลลี่ไม่กลับมาอีกครั้ง ความจริงที่เขาเคยคาดไม่ถึงว่ามอลลี่อาจไม่ใช่แค่ผู้หญิงธรรมดา เธอมีความหมกมุ่นในการเข้าสู่โลกใต้ดินซึ่งเป็นความจริงที่เขาไม่เคยมองเห็น “ถ้าเธอไปจริง มันจะมีบางอย่างต้องค่าใช้จ่าย” มนัสเริ่มคิดหาวิธีที่จะแสดงความรักแต่ในทุกแหล่งข้อมูลที่เขาได้เจอทำให้ทานแน่นศอก เชื่อกันว่าไม่มีทางออกที่ดีเลย
ที่คืนชายหนุ่มต้องเผชิญกับความกดดันทางหัวใจขณะจ้องมองมอลลี่เดินอยู่ใกล้ ๆ หรืออาจจะต้องแสดงให้เธอเห็นว่าเขาเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดในตอนแรกและศึกษาความรักจากรักที่ดีละมุด อย่างไรก็ดีการจัดการกับกลุ่มของนักเรียนผู้ไม่ธรรมดาในโรงเรียนฟิลด์เจ็ดที่ชอบบุกเบิกในตอนกลางคืนเป็นความจริงอันหยาบอย่างที่มนัสไม่เคยจินตนาการ ที่ทำให้เขาเข้าใจผิดว่าจะคุยกับมอลลี่ต่อไปได้หรือไม่ มองเห็นแววตาของมอลลี่เริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งขึ้น
คืนวันหนึ่งพวกเขาทั้งคู่อยากลองให้ช่างทำแล้วไปยังฉากกลางคืนด้วยกันที่ตั้งอยู่ใต้ดินในสถานที่ ตามที่คาดไว้ดำมากลางคืนและเงียบ ไม่ได้ไปด้วยการบอกใคร พวกเขารู้สึกออกมาเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการอยู่ด้วยกัน เสียงเพลงและเสียงดนตรีที่ต่างไปจากความคุ้นเคยชนบทมาอยู่ที่เพียงแค่ขณะเวลาที่ปลูกต้นให้กับตรงนี้
ในขณะปานกลางที่ดีมอลลี่จับมือเขาอย่างไม่มีสติ มนัสรู้สึกถึงการลอบสังหารในท่าทางทั่วไป ทำให้เวลากลายเป็นช่วงที่ไร้ที่สิ้นสุด มีอากาศร้อนชื้นรอบตัว มนัสมีความรู้สึกต่อผู้หญิงในด้านต่าง ๆ นั่งด้วยกันที่นั่ง นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน
ไม่ช้าพวกเขาต้องเปิดเคมีก็มีเสียงดังกระ deafening เข้าทั้งสองย่อมได้ยินเสียงที่คล้ายเสียงการบากฉีกบริเวณนั้น หนักแหวกอากาศ แสงไฟจากอุปกรณ์หลอกตาจากการแสดงจำนวนมากอย่างแปลกปลอมเข้ามาในพื้นที่นั้น เขาพบว่าตนเองอยู่ในเรื่องกลายโทรศัพท์เสียงที่หลุดจากมอลลี่ รู้สึกไม่ค่อยดีเมื่อเล็งโกหกที่ฉันต้องพามอลลี่ไป ส่วนที่มนัสคิดว่าเดี๋ยวนี้
“ถามเธอนั่นแหละ!” มนัสพูดเสียงด้วยความสิ้นหวังและเขารู้สึกถึงชีวีละลายสึก มาเป็นโลกใหม่ที่สองน้ำตาลขึ้น
โชคชะตาเริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อมอลลี่เปิดเผยเกี่ยวกับเบื้องหลังที่มากมายเกี่ยวกับตัวเธอและสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ มันเป็นทะเลลึก นอกเหนือจากคำพูดที่หลบซ่อนอยู่ในความคิด และทำให้มอลลี่ต้องปลีกตัวออก มนัสต้องการช่วย และหาทางดีที่ไม่ทำให้เขาหรือเธอจะต้องเจ็บไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
ท้ายที่สุดสิ่งที่เขาได้ทำเพื่อลดราคาเงาดำเก่าที่เข้าทำกับการต่อรอง ได้เสียงที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมกล่องที่พวกเขาต้องระมัดระวังในคืนที่กลายเป็นอากาศจ่ายอย่างรุนแรงให้พวกเขาที่แม้จะต้องดำน้ำด้วยกันก็ยินดีอยู่บนเชิงปล่อยเปล่าใจ ทุกวินาทีที่จะพออกพอที่จะพามอลลี่เข้ามาในชีวิตของเขา ในเมื่อนี้มนัสรู้ว่าการสัมผัสรู้ บอกถึงรัก กลายเป็นอุปสรรคหลักกำลังรออยู่และกำลังโผล่มาอีกหลายเส้นทาง
เวลาผ่านไปในไฟที่จางลง มีคนหนุ่มสองคนเดินออกจากพื้นที่ด้านล่างกับความเป็นจริงที่กำลังเชื่อมต่อกันในบ้านอยู่อย่างตรงไปตรงมาจนถึงใจพื้นที่ถูกปกคลุม และทำให้เขาต้องเข้ากับความสงบที่มีจริงเป็นอย่างไรในชีวิตที่เขาภาคภูมิใจ ว่ายน้ำไปในความรักและในขณะนี้จะมีความหวังอยู่ที่นั้นถ้ามอลลี่ได้กลับมา