รักในคำพูด
ค่ำคืนวันเสาร์ในกรุงเทพฯ เสียงเพลงจากคลับดังแว่วออกมาพร้อมกับกลิ่นควันและละอองฝุ่นที่กระจายอยู่ในอากาศ รินนั่งอยู่ในมุมสงบของร้านหนังสือเล็ก ๆ แมนี่ เด็กหนุ่มที่เป็นแฟนคลับของเธอเดินเข้ามาหา เขาเขียนบทกลอนอาหารในไดอารี่สีดำที่ขอบปีกกระดาษเริ่มลอก ขีดเขียนเป็นตัวลายมือหยาบข้าง ๆ ชื่อเธอ… รักยังไงก็ไม่พอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เธอชอบอ่านเหรอ” แมนี่เอ่ยเสียงดังเกินไป เจ้าของร้านหันมามองเขาเล็กน้อย
“ก็แค่มันเพ้อเจ้อ” รินบอกเพื่อนอย่างไม่อยากให้ความสำคัญกับสิ่งที่เธออ่าน อารมณ์ค้างเติ่งอยู่เหนือบทกลอนบางๆ ที่เขาเขียนกลั่นกรองความนึกคิด
“แต่ก็มีความหมาย” แมนี่พูดด้วยเสียงอ่อน
“สื่อสะท้อนความรู้สึกได้” เธอพยักหน้า แต่การพูดแบบไม่ใส่ใจก็ทำให้ระบบความคิดของเธอล่องลอย
เต็มไปด้วยความคิดที่กลับไปมาของการเขียนเรื่องราว แต่ในใจกลับมีเสียงพูดของพ่อที่ไม่เห็นด้วย รินไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงไม่อยากให้เธอทำในสิ่งที่เธอรัก
ในแง่หนึ่ง เธอก็รู้ว่าครอบครัวของเธอยังคงมีกฎเกณฑ์ทางสังคมที่เข้มงวด ชีวิตในสายตาของพ่อต้องมีการศึกษาที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เพียงแค่การเขียนเรื่องราวอย่างที่เธอปรารถนา
แทนที่จะแก้ไขความคิดที่ยังคงหลอนอยู่ในห้วงมนุษย์ พ่อมักจะพูดถึงอาชีพที่มั่นคงตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน ความรักของเธอและแมนี่เริ่มหมักหมมอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อเรื่องราวความรักของพวกเขาเริ่มเรียบง่ายและดีขึ้น วันหนึ่ง แมนี่ก็ชวนรินไปงานประกวดเขียนเรื่อง เพื่อให้เธอมีโอกาสแสดงผลงาน แต่กลับมาพบว่า ในมือของเขากำลังมีปีเตอร์ หนุ่มรูปหล่อที่พ่อของรินชื่นชอบ เขาเป็นคนที่เธอรู้จัก เคยเห็นเขาในงานเลี้ยงของครอบครัว ปีเตอร์เป็นทุกอย่างที่พ่อเธอปรารถนา
“ทำไมเธอไม่บอกพ่อเรื่องนี้” แมนี่พูดเสียงสั่น
ระหว่างความยากลำบากที่เกิดขึ้น รินกลายเป็นคนที่ต้องเลือกระหว่างสองความรักหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับครอบครัวของเธอและอีกหนึ่งที่มีเสียงหัวใจ เขากระซิบที่ข้างหู ยิ่งทำให้ความรักของเขาและความรู้สึกของเธอต้องปะทะกัน
เหมือนพิภพที่ถูกแบ่งออกอย่างชัดเจน ในขณะที่ปัญหาครอบครัวทำให้เธอรู้มุมมองของชีวิตที่แตกต่างออกไป รินไม่อาจคืนดีทิ้งความรักซึ่งมีสีสันและความเป็นตัวของตัวเอง
ท่ามกลางทุกอย่างที่เป็นปฏิสัมพันธ์ชีวิต ทั้งคู่พบว่า การได้เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงและการข้ามผ่านอุปสรรคใหญ่ที่สุดของชีวิต ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
เมื่อถึงวันประกวดเขียน รินได้ส่งผลงานที่ผสมผสานทุกประสบการณ์ของเธอ ที่เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ยอมหันหลังก็มีการตัดสินซึ่งตัดสินใจไม่ได้ แมนี่เป็นคนที่ให้เธอมั่นใจและชนะ แต่ปีเตอร์กลับไม่รับงานที่พ่อเสนอ
สายตาของพ่อสะท้อนรสชาติแห่งความอับอายเมื่อรู้ผลว่า ใครกันที่ยืนอยู่ข้างๆรินและงานที่ก่อให้เกิดการเล่าเรื่องในครั้งนี้ สำหรับริน ความรักจึงได้มีโอกาสหล่อเลี้ยงความเสี่ยงที่แท้จริง
“ไม่นำพากับความรักเราไปได้” รินเชื่อมั่นและพูดออกมา ความคิดของเธอยังคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อวันเวลาเปลี่ยนผ่าน เหตุการณ์ต่างๆข้ามกัน รินเริ่มมีความสัมพันธ์กับแมนี่แต่กลับมีปีเตอร์เข้ามายุ่งเป็นระยะ จากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ตามการเขียน รินทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป
เมื่อปีเตอร์กลับมาอีกครั้งการพบกันอาจจะใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขา รินนำความรู้สึกทั้งหมดออกมา เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านตัวละครเอกที่ซ่อนอยู่ในวรรณกรรม
ในนาทีที่ชัยชนะปรากฏ เราได้เห็นความรักที่มั่นคงและการเมืองในเรื่องที่บีบคั้นกับอารมณ์ชีวิต
เดือนต่อมา รินจึงได้ตัดสินใจเปิดใจคุยกับพ่อ มีสภาพบรรยากาศของการนั่งรอคอยและเสียงเคาะเคาน์เตอร์จากร้าน ไม่ได้มีหลักฐานที่ชัดเจนในขณะนั้น รินจึงตัดสินใจปล่อยให้เวลานำพ่อของเธอออกมาเพื่อเข้าใจถึงคำพูดในความรัก
เสียงปิดประตูในห้องของเธอ ตอนนี้กลับก้องอย่างสงบและรอคอยคำตอบจากทั้งสองชีวิตขอให้ดวงดาวยังคงเล็งข้ามท้องฟ้าต่อไป