กลิ่นแห่งความหลัง
กลิ่นอายของอดีตเข้มข้นในบ้านหลังเก่าที่เต็มไปด้วยความทรงจำ กับเสียงขีดเขียนของปากกาในห้องเรียนที่ทรงพลัง ทำให้ชานตาขึ้นจัดกระเป๋าในวันสุดท้ายของปีการศึกษาม.6 ด้วยรายละเอียดที่เธอได้เลือกคือ “การเดินทางกลับบ้าน” ในหัวสมุดเล่มโปรด เสียงแตรรถยนต์ดังระงม และแสงแดดที่ลอดเข้ามาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและวุ่นวายในเวลาเดียวกัน คิดถึงวันที่เธอจะกลับไปเจอผู้ชายที่เขาเคยเรียกว่า “พ่อ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!จิตใจของชานตากลับเต็มไปด้วยความกลัว ความเขินอาย และความโกรธแค้นครั้งแรกที่ได้เจอหน้าพ่อ หลังจากที่เขาหายตัวไปในวันนั้น จนทำให้ครอบครัวของเธอแตกสลาย เมื่อเธอเดินไปที่ท่ารถเมล์ เสียงอ้อแอและกลิ่นของไก่ย่างที่ขายบนรถเข็น ทำให้เธอกลับไปยังความทรงจำเก่าๆ เสียงหัวเราะของพ่อที่เคยดังก้องอยู่ในหู แต่ตอนนี้กลับเป็นความเงียบที่ไร้ความสุข
เมื่อขึ้นรถเมล์ไปยังกระท่อมหลังเล็กที่คุ้นตา ความรู้สึกประหลาดใจทำให้เธอใจเต้น แสงใสจากหน้าต่างสะท้อนบนหน้าตาของเธอ ทุกๆ ระยะทางที่เคลื่อนที่กลับกลายเป็นการมองย้อนกลับไปในความทรงจำที่โหดร้าย พ่อยืนอยู่ที่ประตูหน้าบ้านเช่า แสงสุดท้ายของวันอาทิตย์ทำให้เขาดูเท่ แต่การประสานตาของพวกเขากลับสร้างระยะห่างที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
“ทำไมถึงหายไปนาน” ชานตาถามเสียงสั่น ความรู้สึกคุกรุ่นใน ด้วยท่าทางเหมือนเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ผ่านไปครู่หนึ่งที่ทั้งสองมองหน้ากัน เธอรู้สึกถึงการตอบรับทางด้านอารมณ์ ความรู้สึกดึงดูดที่สบตากันทั้งสองกลับเข้ามาในสิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกแยก
“ฉันพยายามจะกลับมา” พ่อพูดเสียงต่ำ ขรึมเกินไปสำหรับคำอธิบาย “แต่ก็มีสิ่งที่ขัดขวาง”
ชานตาหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรบมือให้ไม่ให้มีน้ำตาร่วงหล่น ความทุกข์ภายในเธอล้นออกมา “ทำไมไม่บอกฉัน?”
เพียงแค่คำถามนั้นกวาดโบกไปในอากาศ ความเงียบเข้ามาพัวพันรอบตัวพวกเขา ราวกับว่าจะบอกกับพวกเขาว่า เรื่องราวนี้ยังไม่จบสิ้น ความรู้สึกอึดอัดล้อมรอบหัวใจทั้งคู่ พ่อหันไปปิดประตู พาทั้งคู่กลับมายังภาพอดีต
การคืนดีไม่ได้เป็นไปตามความคาดหมาย ต้องไม่ลืมอดีต แต่สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นใหม่นี้กลับเปลี่ยนแปลงมุมมอง เด็กสาวเริ่มที่จะลองขุดคุ้ยความสัมพันธ์ของพวกเขาโดยการนั่งคุยกันที่ระเบียงไม้เล็กของบ้านในช่วงยามเย็น ขณะที่พระอาทิตย์ตกที่เต็มไปด้วยสีทองและแดง ส่องประกายไปทั่วอากาศ
“เล่าถึงวันนั้นสิ” ชานตาเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงทุ่มเท และนั่นคือช่วงเวลาที่เธอต้องการให้เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่การเดินบนถนนที่แสงไฟซึ่งเคยเห็นแม่ยืนรออยู่จนกระทั่งกลับบ้าน ภาพอดีตทั้งคู่เริ่มบีบรัดหัวใจ เริ่มทำให้คนทั้งคู่รู้สึกอย่างไรจริงๆ ว่าพวกเขากลับกลายเป็นใครไปบ้าง
“แม่…เธอเครียดเกินไปแล้ว” พ่อเริ่มเอ่ยออกมา “แม่ตั้งกำแพงขึ้นเป็นสองเท่า”
การพูดคุยเริ่มกลับไปกลับมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน เหมือนเป็นการค้นหาความจริงกว่าที่จะมองเห็นทาง เข้าไปสู่ใจของพ่อ ความเป็นเพื่อนเริ่มปลุกระดมความรู้สึกให้มีความยายามหยุดการทั้งที่เริ่มปรับความเข้าใจกันที่ดูเหมือน ตลอดจนเกิดไอเดียที่จะเป็นพ่อที่ดีสำหรับลูก
แต่การเผชิญหน้าทางจิตใจที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนี้ รวมไปถึงคำพูดที่แต่ละฝ่ายพูดด้วยน้ำใจไม่เพียงพอ พ่ออยากกลับไปขอโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อพยายามจะเข้าใจ กลับทำให้ความลอกทับสมมติกว้างขึ้น ไม่มีใครเข้าใจกันเลย พ่อบิดเบือนอยู่ในถนนที่ไร้หมายเลข แต่เขาก็ผลบอลมันไว้ ได้แต่มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางมุมมมองที่แตกต่างกันทั้งสองฝ่าย
เสียงนกเขากลับมาดังเมื่อใกล้ตกค่ำ ทำให้บรรยากาศกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในกองไฟที่สะสมไว้เรียกให้มาที่มุมการจุดไฟ ชานตาบอกตัวเองว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เริ่มขึ้น แต่การเผชิญหน้าที่ไม่สมบูรณ์แบบยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่แปลกประหลาด เมื่อคืนผ่านมา พวกเขาต่างมุ่งหวังว่าจะมีประตูเปิดได้เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ และพาตนเองไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น
ตลอดคืน ความคิดทะลักกลับมา ชานตาเผชิญหน้ากับพ่อที่เธอรู้สึกว่าหายไปในจังหวะที่แตกต่างกัน ในยามเช้าของวันถัดไป สายลมอ่อนพัดเข้ามาพร้อมกับความเย็นทำให้ดวงตาของพวกเขาสว่างขึ้นมีการพูดคุยกันชัดเจนมากขึ้น แสงอาทิตย์ลงมาผ่านต้นไม้ทำให้พวกเขารู้สึกถึงการเป็น Reset ที่พวกเขาเฝ้ารอ
เป็นความรู้สึกที่มาขัดเกลาเมื่อชานตาเริ่มเล่าเรื่องที่พ่อเชื่อมั่นในการเติบโตทั้งในคู่ของเขา เธอรู้ว่าแล้ว พ่อไม่เคยต้องการให้เธอรู้ เพราะทุกวินาทีที่เขาจะมาหาเธอ เขามีเงื่อนไขอยู่ในใจ ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า
“ฉันรักเธอ” พ่อเริ่มต้นที่จะเรียกคืนความรู้สึกที่เคยถูกลืมไป มีการยิ้มที่อบอุ่นและความรู้สึกอึดอัดที่เสื่อมถอนไป“เราต้องเริ่มจากศูนย์”
ความรู้สึกตื้นตันเกิดขึ้นทั้งคู่ เมื่อลมกลิ่นดอกไม้ลอยเข้ามาปลุกหัวใจ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพูดคุยกันมีข้อผิดพลาดต่อเนื่อง ต้องใช้ความพยายามต่อเหรียญหนึ่งเพื่อให้ตนเองเป็นคนที่ดีอีกครั้ง ความรู้สึกกลับมาเป็นครั้งแรกโดยไม่ได้คาดคิด
ความเจ็บปวดยังอยู่ข้างใน แต่การพิสูจน์สำหรับการเปลี่ยนแปลงก็ยังเป็นไปตามที่ควรรู้ว่าตนเองต้องทำ ในที่สุด เสียงหัวเราะหวนกลับไปอยู่ที่ที่เคยมีวัยเยาว์กัน ระหว่างการยืนกัน อาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือน แต่ในที่สุดทั้งสองเริ่มเห็นแสงสว่าง
“เราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” พ่อพูด มือสองมือที่เชื่อมที่ปล่อยไปในวันหนึ่งให้มาคือการคืนปีนี้ ด้วยความหวังนำทุกสิ่งที่พยายามชี้ให้เห็นให้เด่นชัดในคำตอบสุดท้ายที่มากกว่าการเติมเต็ม
ที่นี่ เริ่มต้นเรื่องราวของทั้งสอง เหมือนกลิ่นย่างที่ค่อย ๆ ไล่รอยด้านหลังติดคาไว้อย่างน่าชื่นใจกลับเข้าสู่บ้าน โดยที่น่าจะได้บางครั้งจากการพยายามควบคุมทุกอย่าง จนเกิดรอยยิ้มครั้งแรก พร้อม ๆ กันอีกครั้ง ไม่มีที่สิ้นสุดในความรักที่มั่นใจในวัยตนเองถึงการเติบโตของชีวิต ทั้งคู่จะร่วมมือกันสร้างความสุขด้วยความรักที่เกิดขึ้นใหม่ โดยไม่มีเงื่อนไขที่แถมหลังให้