สายสัมพันธ์หลังม่านหมอก
เสียงระฆังวัดดังเงียบงันในขณะที่หมอกหนาเข้าปกคลุมถนนลูกรังราวกับพรมยักษ์ โซฟีในเสื้อกันหนาวเก่าขยับสายสะพายกระเป๋า เป้าขาดตรงริม เดินลากเท้าผ่านทุ่งแคบที่มีแต่เสียงหายใจของตัวเองแทรกหมอก ทุกก้าวกลับบ้านเก่าเต็มไปด้วยความอึดอัดระคนกังวล หัวใจเธอเต้นแรงกับบรรยากาศที่จำไม่ได้ว่าเคยเงียบงันขนาดนี้ แม้แต่เสียงไก่ขันยังไม่มี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อีกกี่ก้าวถึงบ้านยายวะ” เธอพึมพำ ฝ่าหมอก ไปหยุดหน้าบ้านไม้หลังเก่า ประตูบานเกรอะกรังเปิดแอ่วน้อย ๆ เสียงไอแผ่วจากในบ้านโถมใส่โดยไม่ต้องเห็นตัว ขณะที่เธอผลักประตูเข้าไป ภาพยายบัวในผ้าห่มผืนเก่าก็ปรากฏขึ้น
“ยาย…โซฟีกลับมาแล้ว”
ยายเหลือบตามอง ก่อนฝืนยิ้มและตอบเสียงเบา “ทิ้งยายไว้ลูกกลับไปกรุงไม่ใช่เหรอ”
“หลายปีแล้ว…ไม่มีใครที่นั่นต้องการหนู” โซฟีวางกระเป๋า ลูบหลังมือลายเส้นเลือดปรากฏเด่น “คราวนี้จะอยู่ดูแล ไม่ไปไหนเลย”
เสียงไอของยายกลืนหายไปกับลมเช้า โซฟีชะเง้อมองรอบบ้าน ทุกอย่างดูบ้านป่า กว้างแต่ก็แคบไปหมด มุมฝาผนังบางจุดมีหยากไย่ เธอยกแก้วน้ำให้ยาย แต่กลับโดนปัดมือจนแก้วตกพื้น
“ไปหยิบน้ำจากโอ่งให้ยายที น้ำในแก้วนั่น…มันไม่ใช่”
โซฟีชะงัก โอ่งใบใหญ่หลังบ้านมีอะไรบางอย่างลึกลับ ทุกเช้าเธอต้องตื่นกว่าไก่ขันไปตักน้ำที่โอ่ง แม้น้ำใสมากแต่เหมือนซ้อนอะไรไว้ในเงาสะท้อน โซฟีกลั้นใจ กำกรอกน้ำแล้วยื่นให้ยาย ยายจ้องน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อดวงอาทิตย์ส่องหมอกให้จางลง โซฟีออกไปซื้อข้าวกับป้าสายหยุด เจ้าของร้านชำผู้ปากกล้า “กลับมาทำไม โซฟี อีกหน่อยเธอก็จะอดทนไม่ได้”
โซฟีนิ่ง ไม่ตอบ สายตาป้าสายหยุดเหมือนซ่อนอะไร “ก็เพราะหมอกนี่ใช่ไหม…”
ซูมใกล้ใบหน้าสายหยุด เธอลดเสียงลง “13 ปีที่แล้วหมอกแบบนี้ครอบหมู่บ้าน พ่อแม่เธอ…เขาหายไปในหมอกก่อนวันเดียวกัน”
โซฟีสะดุดเท้ายืน น้ำตาเจือจางในหมอก เขินกลัวถึงอดีตที่ไม่พูดถึงมาตลอด
ค่ำวันแรกหมอกหนาทึบจนน่ากลัว เสียงลมหวิว เสียงขูดฝาบ้าน โซฟีลุกขึ้นนั่งแง้มหน้าต่าง เห็นเงาดำรูปร่างคล้ายคนเคลื่อนพลว่อนไปมา ผีเด็กในหมู่บ้านเห่าหอน ท่ามกลางการหายใจรัวของโซฟี เธอปิดหน้าต่างแน่น กลิ่นดินชื้นหอบเอาความกลัวสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม
รุ่งเช้า อากาศยังหนาวจัด ยายบัวหลับลึก โซฟีแอบเดินออกสำรวจทุ่งหญ้า จุดที่ว่าพ่อแม่หายไป หมอกตรงนั้นหนาขาวสนิท เธอสัมผัสยอดหญ้าเปียก เงียบงันราวกับโดนกลืน เธอหลับตา หูขยายรับเสียงแผ่วจากใจกลางหมอก
“ขออย่าให้ต้องสูญเสียใครอีก…” เสียงน้ำตาก่อนแห้งติดแก้ม
หมอกเบาบางลง เวลานี้โซฟีกลับถูกเจ้าแมน เด็กผู้ชายข้างบ้านวัยไล่เลี่ยกันเข้ามาทัก “ไม่คิดว่ากลับมาจริง ๆ ด้วย” แมนหัวเราะเสียงแข็ง ประหลาดใจที่พบเธอยิ้มตอบเขาไม่ได้เต็มใบหน้า
“อยู่ที่นี่หมอกหนักขึ้นทุกวัน เมื่อคืนเห็นอะไรในหมอกบ้างไหม”
“แค่เงา เหมือนคน แต่…”
แมนกำมือทื่อ “บางที พ่อฉันก็หายไปตอนหมอกมานี่แหละ”
เรื่องราวเริ่มพาทั้งสองไปยังซอกซอนไม่มีปลายทางของหมอก พวกเขาร่วมมือกัน หวังจะคลี่คลายความลึกลับหลังม่านขาวนี้ แม้หัวใจแต่ละดวงจะปกปิดความกลัวเฉกเช่นกัน
โซฟีกลับบ้านทั้งร่างกายและความคิดอ่อนแรง ยายยังนอนไม่ตื่นและครางออกมาเบา ๆ ว่า“ระวังหมอก…ของมันไม่ให้ใครผ่าน…”
ค่ำต่อมาเสียงกระแสดีดเปลือกไม้หน้าบ้านทำให้โซฟีสะดุ้ง เธอค่อย ๆ สอดสายตามองกลางหมอก มีเงาหนึ่งกำลังยืนจับตามองบ้านเธอ หัวใจเต้นรัว เธอหยิบไฟฉายเดินฝ่าออกไป เงานั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วไปยังขอบหมู่บ้าน โซฟีเร่งฝีก้าวจนทัน เห็นเป็นชายชราในชุดผ้าขาดวิ่น นัยน์ตาเศร้าแวววาว “หนู…อย่าเดินลึกไปในหมอก มันจะพาใครซ้ำรอย” ชายคนนั้นกลืนเสียง เงาหายไปอย่างไร้ร่องรอย
โซฟีกลับมาชั่งใจ สังเกตยายนิ่งงันบนเตียง หญิงสาวนั่งลงข้าง ๆ เห็นรอยแผลเป็นบาง ๆ ที่แขนยาย เธอจับมือยายเบา ๆ “ยาย เคยกลัวอะไรในอดีตไหม”
ยายเหม่อมองเพดาน น้ำตาไหลช้า “กลัวหมอกจะเอาไปหมด เหลือแต่แม่ของหนู”
คืนนี้ หมอกหนากว่าเดิม โซฟีกับแมนตัดสินใจออกเดินสำรวจ ไปพบศาลเล็ก ๆ กลางป่า ทั้งสองสังเกตเห็นผ้าสีแดงผูกกับรูปถ่ายหลายใบ หนึ่งในนั้นคือรูปพ่อแม่โซฟี ใต้ศาลจึงซุกข้อความเก่า ๆ ไว้ว่า “อย่าข้ามเส้นหมอก”
“กรงขังวิญญาณเหรอ…” แมนกระซิบ โซฟีเม้มปากหลบตา เงาอะไรเดินผ่านหลังต้นไม้ เหมือนจะมีเสียงพึมพำปลิวตามลม ก่อให้คนทั้งคู่ขนลุก
เมื่อกลับถึงบ้าน โซฟีถามยายน้ำเสียงเคร่ง “ศาลนั้นใครสร้าง”
ยายหลบตา “คนรุ่นก่อนกลัวมาก หมอกพาคนหายไปทุกสิบสามปี ต้องผูกของสำคัญไว้สังเวยหมอกถึงจะรอด”
โซฟีร้องไห้นิ่ง “แล้วทำไมถึงเลือกพ่อแม่”
“ยาย…เพียงทำตาม คนหมู่บ้านเลือก…” น้ำตายายไหลพราก “ถึงวันนี้ ยังให้อภัยตัวเองไม่ได้”
โซฟีโอบยายแน่น คืนนั้นหมอกหนาขึ้นจนมองไม่เห็นแขนตัวเอง เสียงคำสาปในหมอกลึกเรียก ซ้อนเสียงอดีตและความรู้สึกผิดของทุกคน
สายวันต่อมา ยายเริ่มอาการหนัก ไฟฟ้าในบ้านดับ โซฟีกอดยายไว้แน่น ทั้งสองได้ยินเสียงพ่อแม่โซฟีจากในหมอก “ให้อภัยไหม…”
โซฟีตะโกน “หนูยังรักพ่อแม่ ไม่โทษใคร ให้หมอกนี่หยุดได้หรือไม่ ให้วิญญาณทั้งหลายสงบด้วยเถอะ!”
หมอกเริ่มจางลง เหมือนมีมืออบอุ่นแตะไหล่ แมนเข้ามาคุกเข่าร่วมด้วย “พอแล้ว พวกเราไม่ต้องจมอยู่กับอดีต…”
ศาลในป่าพังทลาย รูปถ่าย สายสิญจน์ปลิวหาย เสียงหมาหอนลูบผ่านหุบเขา หมอกช้ากลายเป็นละอองบางดั่งผ้าม่านที่ถูกเปิดออก แสงเช้าอาบหมู่บ้านด้วยอ้อมกอดใหม่
ยายบัวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมากอดโซฟี “ลูกเอ้ย ต่อให้หมอกมาอีก ก็จะไม่กลัว ขอบคุณที่อยู่กับยาย…”
แมนหัวเราะ เงียบ ๆ เคียงข้างทั้งสอง หัวใจที่เคยถูกหมอกกั้นหาได้หวาดกลัวอีกต่อไป
เสียงไก่ขันวันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง หมอกที่เคยหนักอึ้งอาจยังมาเยี่ยมเยือน แต่ไม่มีใครปล่อยให้มันเอาชนะใจพวกเขาได้อีกต่อไป