เงาซ่อนรอยน้ำตา
เสียงกระจกแตกร้าวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบบริเวณโถงกลางของหอพักศิลปะ “เฮ้ย! ใครไปทำแตกวะ!” เสียงแผ่วของปริม นักศึกษาภาคศิลปะผู้ไว้ผมหน้าม้า ตอบรับเสียงเอะอะพร้อมเพื่อนสามคนที่วิ่งเข้ามาในห้อง เธอชะงักเมื่อเห็นรอยแตกรูปดาวกลางพื้น หยาดน้ำตาบางเบาค้างอยู่ที่ขอบตากลมหากมั่นคง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปณต เพื่อนร่วมห้องชายเจ้าอารมณ์ บ่นอุบ “กลางคืนแบบนี้เสียงดังแบบนี้ เดี๋ยวก็มีคนมาแจ้งพี่รปภ. อีกอ่ะดิ” เขามองปริมที่ยังคาอยู่ที่จุดเดิมเผยสายตากังวล “ทำไมร้องไห้…” ปริมเม้มริมฝีปาก ไม่ตอบอะไร อิงฟ้า เด็กสาวหน้าตาเงียบขรึมค่อย ๆ ก้าวเข้ามา “เมื่อกี้ฉันเห็นอะไรที่หน้าต่าง…คล้ายใครยืนอยู่ตรงนั้น” ทุกคนต่างขยับตัวเข้าหากัน ความกังวลแผ่ซ่านแบบไร้เสียง
ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานกว่าทุกคืน เสียงลมผ่านช่องหน้าต่างเก่า ๆ หอบนำกลิ่นเฉพาะของสีเทียนและผ้าใบมาแตะจมูกแต่ละคน ปัท เลขานุการหอ นักศึกษาหุ่นบอบบางแต่จิตใจเด็ดเดี่ยว เดินมาร่วมด้วย พยายามวางท่าทางเข้มแข็ง “ถ้าไม่สบายใจอะไรก็มาคุยกับพี่ได้ทุกคน” เสียงของเธอดูอบอุ่นแต่แฝงรอยขมขื่น ลึกลงในตา ปัทซ่อนอะไรบางอย่าง ทุกคนหลบเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงชื่อ ‘พลอย’ เพื่อนสนิทอีกคนที่หายตัวไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อน
เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือหอพักหม่นมีเมฆต่ำ ๆ เหมือนจะคลุมอาคารเก่าให้หดหู่อีกชั้น อิงฟ้าปีนบันไดขึ้นไปชั้นดาดฟ้า พบกล่องไม้เก่า ๆ เขียนชื่อพลอยด้วยดินสอจาง ๆ เธอหยิบกล่องขึ้นมาเปิดออก ชิ้นส่วนโน้ตสั้น ๆ และตุ๊กตาดินปั้นตำหนิเล็ก ๆ หล่นลงบนฝ่ามือ อิงฟ้าเบิกตากว้าง รีบโทรหาเพื่อนทันที “ปริม ขึ้นมาดูข้างบนนี้หน่อย!”
ปริม วิ่งขึ้นมาเห็นกล่องในมืออิงฟ้า เธอหน้าซีด มือสั่น “ของของพลอย…แต่ทำไมถึงอยู่ตรงนี้ ฉันช่วยพลอยจัดของเมื่อวันสุดท้าย เขาไม่ได้บอกอะไรกับฉันเลย” อิงฟ้ามองเธอเขม็ง “พลอยของเธอตั้งใจจะหนีไปใช่มั้ย?” คำถามที่แสบลึกวิ่งแล่นในใจปริม เธอส่ายหน้า “ไม่รู้…พลอยไม่ใช่คนแบบนั้น…”
มุมหนึ่งในห้องนั่งเล่น ปณตนั่งชันเข่าดูสมุดวาดของตัวเอง ก็มีเงาดำลอดผ่านกระจกเงาหลังตู้ทีวี เขายื่นมือเปิดไฟก่อนพึมพำ “เรากำลังถูกหลอกหรือเปล่า?” กลิ่นอายแปลก ๆ แผ่ซ่าน บางสิ่งในอากาศเย็นจัด ปัทเดินเข้ามาหยุดใกล้ ๆ เสียงเดินต่างคนต่างกังวล “พลอยโทรหาพี่คืนนั้น…” ปัทสารภาพเบา ๆ ในที่สุด “แต่ไม่ได้พูดอะไรเลย แค่ร้องไห้…” ทั้งห้องตกอยู่ในสมดุลแห่งความเงียบอันหนักอึ้ง “ใครทำอะไรไว้รึเปล่า?”
ค่ำคืนนั้นจู่ ๆ ไฟก็ดับวูบ หอพักทั้งหลังกระพริบไฟเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงียบสนิท เสียงฝีเท้ามากระทบพื้นทางเดิน เป็นจังหวะผิดธรรมชาติ ราวกับมีใครเดินวนอยู่นอกห้องนั่งเล่น อิงฟ้าพยายามกลั้นใจ “พวกเรา…รวมกลุ่มกันไว้ดีกว่า” ทุกคนขยับเข้าหากัน ตากวาดดูรอบ ๆ ก่อนที่เสียงกรีดร้องเบา ๆ จะดังขึ้นจากชั้นสอง
มัดหมี่ เด็กปีหนึ่งตัวจิ๋ว กำลังนั่งอ่านหนังสือ กลางความมืด เสียงเคาะประตูแรงเกินจริงดังขึ้น เธอประหม่า “ใครคะ?” เงาในกระจกแตะไหล่ของมัดหมี่ เธอสะดุ้งผงะล้ม สมุดตกพื้น ทุกคนข้างล่างวิ่งขึ้นไปพร้อมปัท ที่ถือไฟฉาย ปรีมถึงตัวมัดหมี่ก่อนใคร “มัดหมี่! เกิดอะไรขึ้น” มัดหมี่มองทุกคน ริมฝีปากสั่นพร่า “หนูเห็นพลอย…พลอยใส่เสื้อขาวเปื้อนสี…ยืนมอง หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปยุ่งกับของของเขา”
ห้องเงียบราวกับสูญเสียง สายตาทุกคู่หันมาสบกันอย่างไม่ไว้ใจ ปณตร้องด้วยเสียงต่ำ “ของอะไร? พลอยฝากอะไรไว้?” ทุกคนพุ่งเป้าไปยังสมุดเล่มหนึ่งที่หล่นพื้น อิงฟ้าเดินไปหยิบพลิกดู ทุกหน้ามีแต่เส้นลายสลับไปมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะมีแต่คำว่า “ให้อภัย…” เขียนซ้ำ ๆ จนทะลุกระดาษ
ปัทถอนหายใจ “พวกเธอเก็บบางอย่างไว้ใช่มั้ย? เรื่องครั้งนั้น…” ปริมตัวแข็ง “เธอพูดอะไร?” ปัทกลืนน้ำลาย มองไปทางหน้าต่าง “พลอยอยากได้อภัยจากใครสักคน…แต่เราไม่มีใครกล้าพูด ไม่มีใครบอกลากันจริง ๆ” ก้อนสะอื้นค้างอยู่ในห้อง ทุกคนประสานตาอย่างตึงเครียด
เสียงโทรศัพท์ของอิงฟ้าดังขัดจังหวะ เธอรับสาย ตากตกใจ “เบอร์พลอย…” เสียงก้องในสายไม่มีคำพูด มีเพียงเสียงลมหายใจขาดเป็นห้วง ๆ อิงฟ้าตัวแข็ง น้ำตาซึม “พลอย…?” สายตัดขาด ทิ้งให้ความกลัวจับกลุ่มหนาหนักในทุกคน
กลางดึกนั้น ทุกคนถูกปลุกโดยเสียงกระซิบเบาหวิวในแต่ละห้อง เป็นเสีย…