เม็ดทรายของความรัก
เช้าวันอาทิตย์ที่หมู่บ้านริมคลอง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงนกร้องและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่เพิ่งบาน อาทิตย์เริ่มขยับขึ้นสูง สร้างเงาไม้ยาวบนถนนหินข้างบ้านของ “นัท” เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ผู้มีความฝันจะเป็นนักทำเพลง แต่ชีวิตของเขากลับเต็มไปด้วยความคาดหวังจากครอบครัวที่ต้องการให้เขาสืบทอดธุรกิจของครอบครัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วันนั้นเป็นวันที่เขาตัดสินใจว่าจะไม่ยอมให้ชีวิตของเขาถูกกำหนดโดยคนอื่นอีกต่อไป “นัท! อาหารเช้าเตรียมไว้แล้ว” แม่ของเขาเรียก เด็กหนุ่มหยุดมองออกไปที่คลอง เขารู้สึกถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงในตัวเขา ลึก ๆ ในใจเขาตัดสินใจแล้วว่าวันนี้เขาจะชวน “แพน” สาวน้อยที่เขาชอบมานั่งฟังเพลงที่เขาทำด้วยกัน
แพนเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตลอดช่วงวัยเรียน มักจะนั่งอยู่ในฐานะผู้ฟังที่ดี ขณะที่เพื่อน ๆ แบ่งปันความฝันและหวัง นัทเป็นเหมือนสายลมพัดผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นและมีความหวังอีกครั้ง เธอมักจะเห็นเขานั่งกดปุ่มบนเครื่องดนตรี และได้ยินเสียงดนตรีที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของเขา
เมื่อสองคนพบกันในสวนสาธารณะ เสียงดนตรีเริ่มดังก้องจนทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นแรง “แพน! ช่วยฟังเพลงนี้หน่อย” นัทบอกด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พลางส่งโน้ตเพลงให้เธอ
แพนดูเหมือนจะหลงใหลไปกับเสียงเพลง ความหวานของลมในยามเย็นพัดผ่าน จนทำให้ทั้งคู่หมดเวลาไปกับการสนทนาภายใต้แสงไฟยนต์ของสวนสาธารณะ แค่ช่วงเวลานั้นเธอรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขายังคงเชื่อมต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่นัทตั้งใจจะบอกความรู้สึกของเขา ส่วนแพนกลับรู้สึกถึงแรงกดดันจากพ่อแม่ที่ต้องการให้เธอไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยดัง แม้ว่าเธอจะมีถึงความฝันในการออกแบบแฟชั่น
วันเวลาผ่านไป พวกเขาต้องใช้ชีวิตไปพร้อมกับภารกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในขณะที่นัทมักจะนำเพลงใหม่ ๆ ที่เขาแต่งมาแชร์ให้แพนอธิบายความรู้สึกผ่านเสียงดนตรี
ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อบริษัทท่องเที่ยวเริ่มขอให้ครอบครัวของนัทออกไปทำงานที่ต่างประเทศ ภายในใจของเขารู้สึกหวั่นกลัวว่าหากเขาต้องเดินทางไปไกล เขาจะสูญเสียสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไป นั่นคือแพน
แพนคิดถึงความกดดันจากพ่อแม่และความผิดหวังที่เริ่มเกิดขึ้นกับนัท ทำให้เธอต้องตัดสินใจเลือก ทางที่ถูกต้องหรือทางที่ฟังเสียงหัวใจของเธอเอง พวกเขาจึงเริ่มระลึกถึงความสัมพันธ์ในอดีต ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดถึงกัน
เมื่อการเจรจาระหว่างพ่อแม่ของนัทและบริษัทที่เดินทางไปที่ต่างประเทศเกิดขึ้น ความรู้สึกอึดอัดเข้ามา “นัท! เราคุยกันไม่รู้เรื่อง” แม่ของเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สะใจ
เมื่อทุกอย่างถึงจุดวิกฤต นัทตัดสินใจไปคุยกับแพน “แพน! ฉันไม่อยากไป แต่เสียงชีวิตมันก็เย้ายวนให้ฉันต้องเลือก”
ความรู้สึกสับสนนี้อยู่ในหัวของนัทเสมอ เขานึกถึงการที่เขาต้องเสียแพนไปหากไม่กล้าหรือพูดออกไป ทั้งคู่ต้องตัดสินใจทั้งสองอย่าง เนื่องจากพวกเขาได้รับการกระตุ้นจากความรู้สึกที่มีต่อกัน แต่สิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องรับรู้คือความรักนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน
ในขณะที่แม่น้ำไหลเอื่อยๆ และแสงไฟสลัวในกลางคืน นัทและแพนเริ่มทำการเปิดใจต่อกัน พวกเขานั่งอยู่บนขอบคลอง จับมือกันด้วยความหวังระหว่างเสียงสายน้ำ “ถ้าหากเราต้องห่างกัน ฉันหวังว่าเราจะสามารถส่งเสียงเพลงถึงกันได้” แพนพูดอย่างซาบซึ้ง
ในคืนสุดท้ายที่นัทจะได้อยู่บ้านก่อนเดินทาง ความผิดหวังรัฐใหม่เข้ามา พ่อของเขาตัดสินใจให้เขาเข้าร่วมการทดสอบนานาชาติที่เขาไม่อยากจะทำ ในขณะที่ที่แพนมองเขาด้วยความรู้สึกสมเพช “เชื่อใจฉันหน่อย” แพนให้คำมั่นความรักนี้เป็นความลับ แต่เธอก็รู้สึกผิดต่อครอบครัวของตนเองในการอุทิศเวลาให้กับนัท
วันเวลาแห่งการเดินทางของนัทใกล้เข้ามา และแพนกลับมาที่สวนสาธารณะที่พวกเขาชอบไปนั่ง และดูกันนับตั้งแต่ รู้สึกผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของเมือง เกิดการพูดคุยน้อยกว่าที่เคย พร้อมด้วยความเหงาที่เกิดขึ้นบริเวณริมคลอง
ในที่สุด นัทกลับมาที่บ้านและได้นั่งลงกับแพน “ในตอนนี้ฉันจะเลือกเดินตามความฝันของเรา แต่เราต้องเป็นตัวของเราเอง”
ทั้งหมดนี้ยังคงวนเวียนในใจของเขาว่าทั้งสองจะเป็นอย่างไรถึงแม้การเลือกจะเป็นโอกาส เว็บรวยใหญ่ซะ ทว่าเธอจะยังคงเป็นเสียงของเพลงที่อยู่ในใจเขาตลอดไป
การห่างกันอย่างไม่หยุดหย่อนส่งผลให้พวกเขาเรียนรู้ว่า ความรักสุภาพสูงที่สุด ยอมรับความรู้สึกและการเลือกทางเดินที่แตกต่างกัน ในสิ่งที่เรียกว่า ความรักของสองมนุษย์