เสียงกระซิบในหอพักเก่า
สายฝนโปรยปรายบางเบาเคาะกระทบหลังคาหอพักหญิงทรุดโทรมกลางกรุงเทพฯ ในค่ำคืนวันเปิดเทอมใหม่ ท่ามกลางอากาศชื้นและกลิ่นเก่าของผนังปูนแตกร้าว บรรยากาศคล้ายอบอวลไปด้วยเงาอะไรบางอย่างที่เฝ้ามองอยู่เสมอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!จินตนา นิสิตปีสามผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือ เดินลากกระเป๋าเป้ขึ้นบันไดเสียงเอี๊ยดอ๊าด เธอเหลือบมองนาฬิกา — ห้าทุ่มครึ่ง พื้นที่ว่างบริเวณทางเดินยาวเงียบกริบ มีเพียงไฟหลอดเล็กที่กะพริบเป็นจังหวะ ขณะที่เธอก้าวเท้า เสียงฝีเท้าตัวเองดังสะท้อนตามหลังราวกับมีใครเดินอยู่ข้างๆ
เสียงเปิดประตูห้องข้างๆ ด้วยความแรงทำให้จินตนาสะดุ้ง เพ็ญแข เพื่อนร่วมห้อง ผมหยิกฟู ใบหน้าหงุดหงิดโผล่หน้ามา “นึกว่าผี” เพ็ญแขพูดเสียงเบาแต่ประชด จินตนาฝืนยิ้มก่อนจะเดินเข้าห้องด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ยังไม่รู้สาเหตุ
ห้องพักสุ่มกลิ่นอับและกลิ่นน้ำยาทำความสะอาด จินตนาโยนกระเป๋าลงเตียง เดินไปเปิดหน้าต่าง ระหว่างนั้นสายตาเธอเหลือบเห็นเงามืดวูบหนึ่งตรงระเบียงห้องฝั่งตรงข้าม หัวใจเต้นแรง แต่เมื่อมองอีกครั้ง กลับไม่พบอะไร
เพ็ญแขหันมาสบตา ยิ้มแห้ง “แถวนี้ของแปลกเยอะนะ บางคืนฉันได้ยินเสียงคนร้องไห้จากห้องเปล่าๆ ด้วยซ้ำ”
จินตนาไม่ได้ตอบ เธอเพียงพยักหน้า แววตาไหววูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง
คืนนั้น ขณะที่ทั้งสองนอนอยู่บนเตียงสองชั้น เสียงฝนข้างนอกเงียบงันลง เงียบผิดปกติจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน จินตนายังคงลืมตาในความมืด เธอคิดถึงอดีตบางอย่างที่เธอไม่อยากจดจำ…
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบา ราวกับเสียงผู้หญิงกระซิบใกล้หูดังขึ้น “ช่วยฉันด้วย…” จินตนาตกใจลุกพรวดขึ้นมานั่งกอดเข่า เพ็ญแขหันมามองอย่างงัวเงีย “มีอะไรเหรอ?” จินตนาไม่ได้ตอบ เธอเพียงนิ่งงัน มองไปยังมุมห้องที่มืดสนิท
เช้าวันถัดมา บรรยากาศในหอพักยังคงอึมครึม เพ็ญแขบิดขี้เกียจแล้วพูดขึ้นขณะส่องกระจก “เมื่อคืนเธอนอนละเมออะไรแปลกๆ ด้วยแหละ ร้องว่าอย่า…อย่า…อยู่หลายรอบ”
จินตนาหลบตา พลางหยิบมือถือขึ้นมาเปิดข้อความ ในแชทกลุ่มมีการพูดถึงเสียงแปลกๆ ในหอพักเมื่อคืน “มีใครได้ยินไหม เสียงเหมือนคนขูดกำแพงกับเสียงกระซิบ เสียวสันหลังเว่อร์”
ช่วงบ่าย ทั้งคู่ลงไปนั่งเล่นตรงโถงชั้นล่าง พบกับพี่วรรณ ผู้ดูแลหอพักวัยกลางคน พี่วรรณเอาแต่ก้มหน้ากวาดพื้นไม่พูดอะไร เพ็ญแขกระซิบกับจินตนา “ฉันเคยได้ยินว่าพี่วรรณเห็นอะไรบางอย่างตอนดึกๆ ด้วยนะ”
ขณะเดียวกัน ฝ้าย เพื่อนข้างห้องเดินเข้ามา ใบหน้าซีดขาว “เมื่อคืนห้องฉันเหมือนมีคนเดินไปมาทั้งคืน…แต่ฉันอยู่คนเดียว” เธอพูดเสียงสั่น จินตนาถามกลับทันที “เธอได้ยินเสียงกระซิบเหมือนกันมั้ย” ฝ้ายพยักหน้าช้าๆ สีหน้าหวาดกลัว
คืนนั้น ขวัญตา เพื่อนอีกคนในหอ ย้ายมานอนด้วยกันเพราะกลัวเสียงประหลาด เธอเป็นคนพูดตรง ใจร้อน “ฉันไม่เชื่อเรื่องผีหรอก เสียงแปลกคงมาจากท่อแตกหรืออะไรแบบนั้น” ทุกคนต่างนิ่งงัน ไม่มีใครตอบ
จินตนายังนอนไม่หลับ สายตาเธอมองรอยแตกลายบนเพดานที่คล้ายใบหน้ากำลังจ้องมองแก เธอพยายามไม่คิดมาก แต่เสียงขูดกำแพงเบาๆ ก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เหมือนมาจากในห้อง ไม่ใช่ห้องข้างๆ
เพ็ญแขสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง “ได้ยินมั้ย?” เธอกระซิบ จินตนาไม่ตอบ แต่ลุกเดินไปหยิบไฟฉาย เดินช้าๆ ไปยังแหล่งเสียงตรงตู้เสื้อผ้า ทุกคนเงียบกริบ ลมหายใจขาดห้วง
เมื่อเปิดตู้ กลับไม่มีอะไร มีเพียงเสื้อเก่าๆ และกลิ่นอับที่แรงขึ้น เพ็ญแขถอนหายใจแรง “บ้าเอ๊ย คงคิดมากกันไปเอง” แต่ขวัญตากลับชี้ไปที่พื้นตู้ ตรงนั้นมีรอยขีดเขียนเป็นชื่อคนจางๆ พร้อมตัวเลขปีเก่าๆ “นี่มันอะไร…”
จินตนาสัมผัสรอยขีดนิ้ว ตัวเลขปี 2542 กับชื่อ “สุนิสา” ที่เธอไม่รู้จัก รอยขีดลึกดูใหม่กว่าปีที่ระบุ เพ็ญแขหน้าเสีย “เราควรบอกพี่วรรณมั้ย หรือจะย้ายออกกันดี”
ขวัญตาเงียบไปนานก่อนจะยกมือกอดอก “ฉันไม่ไปไหน จนกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
วันถัดมาในมหาวิทยาลัย จินตนาเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหอพักจากห้องสมุด เธอพบข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับการหายตัวไปของนิสิตหญิงคนหนึ่งชื่อสุนิสาเมื่อยี่สิบปีก่อน คดีไม่เคยมีการไขได้
คืนนั้น กลุ่มเพื่อนทั้งสี่กลับมารวมตัวกันในห้อง พวกเธอนั่งล้อมวงท่ามกลางความเงียบ จินตนาอ่านข่าวเก่าให้ทุกคนฟัง ฝ้ายตัวสั่น “หรือว่าสุนิสา…ยังอยู่ที่นี่” ขวัญตาสีหน้าไม่เชื่อ “มันจะบังเอิญขนาดนั้น?”
เสียงฝนเริ่มตกหนัก ไฟห้องกะพริบวูบวาบ เพ็ญแขหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ “ฉันไม่ไหวแล้วนะ จิน เธอรู้ใช่มั้ยว่าสองสามวันนี้เธอเปลี่ยนไป เหมือนเธอกลัวอะไรบางอย่างอยู่”
จินตนานิ่งไป สายตาหลบเลี่ยง ก่อนจะพูดแผ่วเบา “ตอนเด็ก ฉันเคยมานอนที่นี่กับแม่…คืนหนึ่งฉันเดินหลงออกจากห้อง เห็นผ้าม่านปลิว มีเงาคนยืนอยู่ตรงระเบียง…แต่จำหน้าไม่ได้”
ขวัญตาเอื้อมจับมือจินตนาเบาๆ ก่อนจะพูดเร็ว “นี่เธอจำอะไรได้อีกมั้ย? ทุกอย่างมันต้องมีเหตุผลสิ”
คืนนั้น ไม่มีใครนอนหลับ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังวนเวียนตลอดคืน บางครั้งเหมือนเสียงร้องไห้ บางครั้งเหมือนเสียงหัวเราะแห้งๆ ทุกคนเริ่มหวาดระแวงกันเอง
เช้าตรู่ ฝ้ายรีบเก็บของออกจากหอพัก เธอไม่แม้แต่จะร่ำลา จินตนามองตามอย่างรู้สึกผิด เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนถ่ายทอดความกลัวนี้ให้เพื่อนๆ
ขวัญตาเริ่มเปลี่ยนไป เธอพูดน้อยลง นั่งจ้องไปที่มุมห้องตรงรอยขีดเก่าๆ ทุกคืนเธอฝันถึงผู้หญิงผมยาวสวมชุดนิสิตยืนร้องไห้ข้างเตียง พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าโดยไม่รู้ตัว
เพ็ญแขเริ่มโทษจินตนา ว่าเป็นต้นเหตุของทุกสิ่ง “ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นตั้งแต่เธอย้ายกลับมา! เธอเอาอะไรมาด้วยกันแน่?” จินตนาทำได้แต่เงียบ น้ำตาคลอ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
คืนต่อมา ขวัญตาเดินละเมอออกจากห้องไปยังทางเดินมืดๆ จินตนาได้ยินเสียงประตูเปิดจึงลุกตามไป เธอเห็นขวัญตายืนอยู่หน้าห้องเปล่าที่ปิดตายมานาน มีเสียงกระซิบดังลอดออกมา “เปิด…ช่วยฉันด้วย…”
จินตนาลังเล เธอยื่นมือไปจับแขนขวัญตา กลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ ขวัญตาหันมาสบตา แววตาว่างเปล่าและเอ่ยเสียงแผ่ว “เธอเห็นสุนิสาไหม?”
เพ็ญแขวิ่งตามมา “พอเถอะ กลับเข้าห้อง!” แต่ขวัญตายังคงยืนนิ่ง จินตนาเหมือนถูกบางอย่างดึงดูด เธอเอื้อมมือเปิดประตูห้องเปล่าช้าๆ ได้กลิ่นอับชื้นรุนแรงพร้อมเสียงขูดกำแพงดังขึ้น
ภายในห้อง เงามืดเคลื่อนไหวช้าๆ ข้างมุมห้อง มีสิ่งหนึ่งอยู่ตรงนั้น — เงาร่างผู้หญิงนั่งกอดเข่า เส้นผมยาวปกหน้าปกตา จินตนาน้ำตาไหล เธอจำความรู้สึกกลัวในวัยเด็กได้ชัดเจน
จู่ๆ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นรอบตัว “อย่าทิ้งฉัน…อย่าทิ้งฉัน…” เพ็ญแขกรีดร้อง ขวัญตาทรุดลงร้องไห้ จินตนาก้าวเข้าไปใกล้เงานั้น เสียงในหัวบอกให้เธออยู่ต่อ ไม่ให้เดินออกไป
เธอเอื้อมมือสัมผัสเงาร่างนั้นทันใด ราวกับคลื่นความเย็นพัดผ่านร่าง ทุกอย่างมืดดับลง เธอเห็นภาพซ้อนทับ — สุนิสาถูกขังในห้องนี้ ถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
จินตนาตื่นขึ้นมาในห้องเปล่า เพ็ญแขและขวัญตากุมมือเธอไว้แน่น เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดเสียงสั่น “เราต้องไม่ปล่อยให้ใครถูกลืมอีก…”
ขวัญตาค่อยๆ ลุกขึ้น พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพ็ญแขยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่ในดวงตาของพวกเธอมีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
เช้าวันต่อมา ทั้งสามเดินลงไปพบพี่วรรณ จินตนาเล่าเรื่องทั้งหมด พี่วรรณนิ่งเงียบ น้ำตาซึม เธอสารภาพว่าเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับสุนิสา และไม่เคยกล้าเปิดเผยความจริง “ฉันขอโทษ…ฉันทำอะไรไม่ถูกในตอนนั้น”
เสียงกระซิบคืนนั้นเงียบหายไป ทว่าความรู้สึกหนักอึ้งยังคงอยู่ในใจทุกคน พวกเธอเลือกอยู่ที่หอพักต่อ ทำความสะอาดห้องเปล่า วางดอกไม้และจุดธูปขอขมา
แต่ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักอีกครั้ง จินตนาเดินผ่านทางเดินมืด เธอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาอีกครั้ง “ขอบใจ…ที่ไม่ลืมฉัน” เธอหยุดยืนกลางความเงียบ สัมผัสถึงสายตาอาทรบางอย่างที่เฝ้ามองอยู่ตลอดไป