เสียงในความมืด
ในคืนที่ดาวเต็มฟ้า แสงจากดวงจันทร์ส่องผ่านไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จัก เสียงสัตว์ป่าดังอยู่ไกล ๆ ขณะที่มลภาวะในใจของเด็กสาวทำให้เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่า คุณน้ำ ฝ่ายหญิงวัยสิบห้าปี ยืนอยู่หน้าบ้านไม้เก่า ๆ ของครอบครัว เมื่อมองไปที่พื้นดินที่เคยเป็นบ้านของพ่อ เธอรู้สึกถึงสูญเสียที่หนักหน่วงในหัวใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พ่อหายไปไหน?” น้ำถามตัวเองเบา ๆ เสียงของเธอแทบจะกลายเป็นกระซิบที่ความมืดกลืนหายไป เมื่อลมพัดเย็นจากป่าเข้าใกล้จนทำให้เธอต้องขนลุก
ขวามือ มีป้ายเก่า ๆ ที่ยืนยันถึงความมีอยู่ของความหวัง ความหวังคือคำที่งอกใหม่ในใจเธอ นั่นคือในทุกคืน เสียงจากคุณป้าเผ่าในหมู่บ้านจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณแม่มด จะมีใครรู้บ้างว่าพ่อของเธออาจจะกลับมาที่นี่พร้อมกับคำตอบ?
วันถัดไป น้ำได้เรียกพี่อาร์ต เพื่อนสนิทของเธอมาอยู่ด้วยกัน พี่อาร์ตมีเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน เขาเป็นหนุ่มผู้ร่าเริง แม้ว่าจะมีชีวิตที่พ่อแม่ขัดแย้งกันบ่อยครั้ง และความสัมพันธ์ของเขาก็มีเงาความลับไม่น้อย
“น้ำ ไปหาพ่อกัน” อาร์ตร้องออกมาในขณะที่เขาหยุดยืนที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน น้ำรู้ว่าเขากำลังพูดถึงผู้คนที่ได้หายไปในระยะเวลาไม่น้อย แต่ความดูสดใสในหน้าตาของเขายังส่งผลให้เธอคิดถึงความหวัง
สองคนนี้เริ่มต้นการเดินทางจริง ๆ ของการค้นหาพ่อของน้ำ พวกเขาไปตามเส้นทางในป่า เดินผ่านต้นไม้ที่สูงตระหง่าน และได้ยินเสียงทำให้คิดถึงเมื่อก่อนที่พวกเขาเล่นเหยียบพุ่มไม้ในฤดูฝน
ซึ่งมีเสียงขี้นกที่ดังก้องในป่า แต่ท่ามกลางเสียงนั้น มีเสียงแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นเคยทำให้พวกเขารู้สึกหวาดระแวง
“นี่มันเสียงอะไร?” น้ำถามอย่างหวาดกลัว
“ก็เสียงของธรรมชาติ” อาร์ตตอบอย่างใจเย็น แต่เมื่อลองฟังดี ๆ เสียงนั้นกลับมีความลังเล
ในขณะนั้น น้ำเริ่มมีความสงสัยเกี่ยวกับอาร์ตที่อาจมีความลับซ่อนอยู่ พวกเขาจึงไปที่บ้านเก่า ๆ ที่มีร่องรอยความเป็นอยู่ทีลึกลับ และกำลังใจที่หวั่นไหวนำรุ่ง เมื่อไปถึง น้ำเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับรากของเธอ
สถานที่นั้นเต็มไปด้วยฝุ่น พื้นไม้ทรุดโทรม และกลิ่นอับโลหะของอดีตที่หวนกลับมาทำให้เธอทราบว่าตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่เธอไม่รู้
“น้ำ มาหาฉันเถอะ” อาร์ตเรียกทำให้เธอสะดุ้ง
เมื่อหันไป พบว่าเขาทำหน้าเครียด ความรู้สึกขัดแย้งแสดงในแววตาของเขา ใจแเขมข้นเริ่มทัพมากขึ้น น้ำเข้าใจถึงพลังของความซับซ้อนที่แฝงอยู่ในความสัมพันธ์ของพวกเขา
ตอนนั้นเองที่น้ำได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เสียงตะโกนดึงดูดความสนใจของอาร์ต “น้ำ!”
อาร์ตรีบเข้ามาประคอง น้ำที่แขนซึ่งมีรอยขีดข่วน แรงกดดันในอากาศทำให้เขาหายใจหนัก ๆ “เราต้องระวัง”
ในค่ำคืนถัดไปที่พวกเขาตั้งแคมป์ในป่า เสียงกระหึ่มในป่าดังก้องอยู่ทั่ว จนทำเอาน้ำตื่นขึ้น
ขณะที่เธอนอนอยู่ น้ำรู้สึกถึงด้านมืดของความรู้สึกมีต่ออาร์ตมีเริ่มขยาย เรื่อย ๆ โดยที่สองคนนี้มีพ่อแม่ไม่ต่างกัน
พวกเขาค่อย ๆ สลายปัญหาของการทำความเข้าใจกันและกันออกมา
เมื่อใกล้จนถึงต้นไม้ที่พวกเขาได้ยินว่าพ่อของน้ำอาจจะปรากฎตัว ทั้งสองต้องเผชิญกับความกลัว ขณะที่เสียงขุดแซ่ของสัตว์ในป่ายังทำความสงสัยอยู่ การเดินทางกลายเป็นการบีบให้ทั้งคู่ต้องสัมผัสเสี้ยวสว่างจนก็คิดกันได้ พวกเขามีอดีตที่มืดมนมีอยู่ในเส้นทางที่เจอ
จนเมื่อพวกเขาเดินไปยังทะเลสาบกลางป่า ในระหว่างคืนที่เยือกเย็น บรรยากาศแปรเปลี่ยนไปจริง ๆ พวกเขาพบน้ำผึ้งเต็มไปหมด!
เป็นค่ำคืนที่ไม้กางเขนข้างต้นไม้ไม่มีป้ายชื่อ น้ำพยายามสังเกตสีหน้าอาร์ต ขณะที่เขาถ่ายทอดน้ำเสียงเสียงมายอดเยี่ยม สายตาขณะที่อยู่ข้างน้ำบริสุทธิ์ และเสียงลมที่เปล่งพลังแห่งการรอคอยนั้นพวกเขาพบว่า
ทั้งสองเริ่มตั้งคำถาม “ถ้ามีคนมาจากภาพันธ์จะมาให้เรา?”
ฟ้าเปิดโดยมีแสงจันทร์ส่องเบาๆ ทว่าแน่นอนในคืนศักดิ์สิทธิ์แสงมีมิติสูงขึ้น แสดงขาดแคลนและพลังงานมหาศาลที่อาจจะเกิดขึ้น
ขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน ฝ่ายสาวน้อยได้แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับความเกิดผลของแม่ เธอรู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะคิดว่าแม่คงคาดหวังอะไรจากลูกสาว ซึ่งกลับคนสมัยนี้มีอารมณ์ขี้เล่นในกันเฮฮา
ทุกเกราะต้องรับประโยชน์จากเสมือ ในคืนที่เสียงจากระยิบระยับทั้งหมดบอกกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว
พวกเขาเข้าใจแล้วว่าตนสามารถเป็นที่พึ่งพาในช่วงที่พ่อหายไป และรอคอยการคืนกลับมา
น้ำและอาร์ตได้บันทึกการผจญภัยในป่าหมายถึงคุณค่าของมิตรภาพ แม้พ่อจะยังหายไป แต่การทำความเข้าใจกันกลับเติบโตขึ้นในความสัมพันธ์อันตรายนี้
ในที่สุดพวกเขาก็เจอป่าและอ้ายประเพณีของคะแนน ขณะที่ข้ามแม่น้ำกลับมา การผจญภัยนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ค่ำคืนที่ไม่คาดคิด
ท้ายที่สุด เสียงร้องของศึกก็เริ่มหมดลง แต่ความรู้สึกในใจไม่ได้เรียบง่ายเสมอไป น้ำเต็มไปด้วยความค้นหาในใจและความลับที่อยู่ร่วมกับอาร์ตพัฒนาเป็นความเข้าใจ เข้าใจว่าความสูญเสียช่วยให้มีชีวิตอยู่ได้
เมื่อทั้งสองกลับมายังหมู่บ้าน น้ำพยายามค้นหาในใจว่าพ่อจะกลับมาหาเธอ เมื่อพิจารณาผลจากการค้นคว้าความเชื่อว่าไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหน น้ำจะไม่หลงลืมการเดินทางนี้
และทะเลสาบสีฟ้าอมเขียวที่แสงจันทร์กระทบทำให้เธอได้ไปถึงเส้นทางการเผชิญศึกสีรุ้งข้ามและมีระเบียบชัดเจนขึ้นในฐานะความเป็นจริง ราวกับถูกลักดาวกลับไปที่บ้านอย่างอบอุ่น