เสียงในผนัง
คืนแรกที่มายาย้ายกลับเข้ามาในหอพักเก่า เธอเดินถือกล่องกระดาษใบหนึ่ง ลำแสงไฟจากโคมถนนลอดผ่านบานหน้าต่างชำรุด ทำให้ลายร่องของฝุ่นและรอยเก่าบนพื้นไม้เด่นชัดขึ้นเหมือนเขียนข้อความไม่สมบูรณ์ไว้กับพื้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ห้อง 214 เป็นห้องเดิมที่เธอเคยนอนตอนปีหนึ่ง แต่ปีนั้นหอมีคนเต็ม เสียงคนคุย เสียงกีตาร์กลางคืน และกลิ่นตำราหนังสือจนรู้สึกคุ้น มายาหยุดยืนตรงประตู หายใจลึก แล้วเริ่มตั้งสติ นิสัยนี้เธอรับมาจากงานวิจัย—ถ้าต้องเข้าไปในพื้นที่ที่อาจกระตุ้นความทรงจำ ให้ค่อยๆ ประเมินสิ่งรอบตัว ไม่ใช่แค่กระโจนเข้าไป
“เธอมาเร็วกว่าที่คิด” เสียงของผู้จัดการหอเป็นผู้ชายสูงวัยคนนึง เขายืนพิงเสาบันได หน้าเรียวแห้ง ผมเกรียนสั้น ใบหน้ายับเหมือนผ้าเนื้อไม่นุ่ม
“ครับ กลับมาทำงานวิจัยครับ” มายาตอบ พยายามเก็บความเครียดที่ก่อตัวอยู่ใต้กระดูกไหปลาร้า เธอไม่ชอบพูดเรื่องอุบัติเหตุ—เรื่องนั้นคือหลุมดำของเธอ บางอย่างที่เขียนพลาดออกมาเมื่อใดคนรอบตัวจะพากันมองด้วยสายตางุนงงและไร้คำตอบ
“เราไม่ค่อยมียุ่งนักหรอก” เขาพึมพำ “แต่หอหลังนี้…มันเก่าแล้วนะ บางอย่างอยู่ที่นี่มานานกว่าคน”
“บางอย่างแบบ…” มายาหยุด ชั่งใจว่าควรถามต่อหรือไม่ แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำงานเป็นสปริงกดให้เธอถาม “เสียงหรือ…อาการไหมคะ ที่เขาหมายถึง?”
ผู้จัดการหอเลิกคิ้ว เขานิ่งไปสักครู่ก่อนจะพูดเสียงเบา “เราเรียกมันว่า ‘การเรียก’ บางคนเรียกว่าเสียงในผนัง แต่คำพูดพวกนั้นมันทำให้ฟังดูเหมือนนิยาย ฉันไม่อยากให้เธอคิดไปเอง”
“ฉันมาวิจัยเรื่องพื้นที่และความทรงจำ” มายาอธิบายห้ามเสียงสั่น “ฉันต้องการบันทึก…ถ้ามีอะไรที่ทำให้ความทรงจำเปลี่ยนแปลง ผมอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร”
ชายแก่พ่นลมหายใจ มองไปยังหน้าทางเดิน ปากหุบ “ดี ถ้าตั้งใจจริงก็ระวังตัว”
คืนแรกไม่มีการเรียกชัดเจน มีเพียงเสียงเดินผ่านทางชั้นบนในช่วงตีหนึ่ง เสียงเงียบมากจนเธอได้ยินว่าทุกก้าวบนพื้นไม้มีน้ำหนักเท่าใด เธานอนบนเตียงเก่า หัวใจเต้นเร็วและคิดไปไกลถึงอุบัติเหตุที่ทำให้เธอเสียความทรงจำชั่วคราวนั้น แต่เมื่อเธอนึก เธอพบช่องว่าง: วันที่เธอจำไม่ได้เป็นรูปทรงที่เบลอ ขอบของเหตุการณ์แหว่งเป็นซีกกลมเหมือนร่องถอนฟัน
เช้าวันที่สอง มายาเริ่มแยกแยะว่าอะไรคือปกติ อะไรคือความผิดปกติเล็กๆ ที่เงียบน่ากลัว เธอเขียนบันทึกด้วยลายมือสั่น “ถ้าฉันตื่นมาแล้วสิ่งของหายไป ให้เชื่อบันทึกนี้ ไม่ใช่ความรู้สึก” เธอเอาเทปลูกติดไว้ใต้โต๊ะเตี้ยๆ
“เธอดูไม่ค่อยหลับนะ” เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ชื่อกิฟเดินเข้ามา กิฟเป็นนักศึกษาปริญญาตรีที่มีผมหยักศก ใบหน้าหวาน และมีรอยยิ้มที่ไม่เคยเป็นของจริงในภาพเธอ
“ฉันมาทำงานวิจัย” มายาตอบ “เธอ…เป็นใครในหอนี้มานานเหรอ?”
“ปีสองแล้ว ฉันอยู่ชั้นนี้” กิฟนั่งลงบนเก้าอี้ วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ “หอเงียบดี อยากได้ความสงบมั้ย?”
“ต้องการ” มายาตอบ แต่คำว่า ‘ความสงบ’ ทำให้เธอนึกถึงความเงียบที่ไม่เป็นมิตร—ความเงียบที่เก็บความลับ
วันที่สาม เสียงเริ่มปรากฏเป็นลักษณะบางอย่างที่หนักแน่นขึ้น แต่ยังไม่ใช่เสียงของผี มันเป็นการกระพริบ ความสั่นในอากาศเหมือนมีใครยืนอยู่หน้าประตูแต่ไม่มีคน เมื่อมายาเดินไปที่ทางเดิน เธอเห็นจุดที่ผนังมีร่องรอยเส้นบางๆ เหมือนใครเอามือนูนกดจากภายใน มีผงปูนเล็กๆ ตกลงมาเป็นแถวกลางทางเดิน
“ผนังมันทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” มายาถามกิฟขณะที่ทั้งสองคนยืนมอง
“เมื่อสัปดาห์ก่อนมีคนบอกว่ามีเสียง…ฉันไม่ได้ยินหรอก แต่เพื่อนฉันบอกว่ามันเรียกชื่อเขา” กิฟตอบแล้วขยับไหล่ “แปลกดี”
มายาขมวดคิ้ว เธอรีบคว้ากล้องบันทึกภาพ หวังจะจับความผิดปกติได้ แต่กล้องไม่บันทึกอะไรเลยที่ทำให้เสียงปรากฏ เผยเพียงภาพความมืด เงา และผงปูนที่ยังอยู่บนพื้น
“ฉันรู้สึกว่าบางครั้งถ้าฉันคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ มันจะ…’เบลอ’ ไป” กิฟพูด ทั้งที่ปกติเธอเป็นคนพูดสนุกสนาน น้ำเสียงของเธอมีเส้นสายบางอย่างของกลัว “ฉันลืมวันเกิดตัวเองเมื่อก่อน กับเรื่องเล็กๆ ก็หายไป”
คำพูดนั้นกระทบอะไรบางอย่างในมายา เธอเริ่มบันทึกเพิ่ม “ถ้ามีเสียงเรียก มันอาจไม่ทำให้คนนอนหวาดกลัวทันที แต่มันจงใจเลือกความทรงจำ” เธอขีดเส้นใต้คำว่า ‘เลือก’
คืนที่หก กิฟกลับจากห้องสังคมวิชาการหน้าตาเงียบกว่าปกติ เธอนั่งลงบนโซฟา วิ่งนิ้วไปมาที่ขอบแขนเสื้อโดยไม่สบตา
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ