เสียงในรอยร้าว
เสียงฝนตกเบา ๆ กระทบกระเบื้องหลังคาบ้านเก่าครึ่งปูนครึ่งไม้ของอิฐในคืนหนึ่งกลางฤดูฝน เสียงดังกลบเสียงนาฬิกาข้างฝา อิฐนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ในแสงสลัว ๆ ขณะที่กลุ่มไลน์เก่าของเพื่อนสมัยประถมเด้งขึ้นมาอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน ใจกลางข้อความคือภาพถ่ายขาวดำของอาคารเรียนไม้หลังหนึ่งซึ่งถูกทิ้งร้างมานานกว่าสิบปี กับข้อความ “พรุ่งนี้ใครกล้ากลับไปที่นั่นบ้าง?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อิฐลังเลนิ้วค้างอยู่กับคีย์บอร์ด บรรยากาศเงียบงันในบ้านทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างไรบอกไม่ถูก ตอนนั้นเอง เสียงกุกกักเล็ก ๆ ดังมาจากผนังห้องนอน เขาหันขวับไปแต่ไม่เจออะไร นอกจากรอยร้าวเก่า ๆ ที่มีมาตั้งแต่เด็ก
รุ่งเช้า เมฆครึ้มเสมือนกลืนกินท้องฟ้า อิฐเดินทางไปยังโรงเรียนร้างตามนัด จุดนัดพบคือใต้ต้นไทรหน้าประตูรั้วเหล็ก พวกเขามากันห้าคน: อิฐ, แหนม – เพื่อนรักขี้กลัว, อั้ม – สาวขรึมผู้อ่านหนังสือจิตวิทยา, มิกซ์ – เด็กนักกิจกรรมผู้ไม่ยอมรับความกลัว และปูน – หนุ่มพูดน้อยที่มักหลบตา การทักทายเริ่มต้นด้วยความเงียบงันและรอยยิ้มฝืด ๆ
“ถ้าไม่อยากเข้า ก็ไม่ต้องฝืน” อั้มพูดเสียงเรียบ แหนมหัวเราะแห้ง ๆ “ใครจะกล้ากลับก่อนล่ะ เดี๋ยวเพื่อนหายอีกคนพอดี” มิกซ์แซวขึ้นเบา ๆ พลันอิฐก็เงียบ เงายาวของอาคารเรียนร้างทอดผ่านพื้นปูนแตกซึ่งเต็มไปด้วยเศษใบไม้
พวกเขาเดินเข้าไปในอาคารไม้เก่าสูงสองชั้น ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมเปิดออกอย่างฝืดเคือง กลิ่นอับชื้นและฝุ่นคละคลุ้งในอากาศ ซากโต๊ะเรียนเก่าถูกกองไว้ในห้องเรียนเดิม ๆ ราวกับไม่มีใครกล้าย้ายมันออกไป เดินเพียงไม่นาน เสียงกรอบแกรบใต้เท้าก็ทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง
“เหมือนมีใครเดินตามหลัง,” ปูนกระซิบเบา ๆ แหนมยิ้มติดตลกแต่สายตาไม่แน่ใจ “คงแมวมั๊ง” อิฐพูด แต่แววตาหวั่น ๆ ชัดเจน ทุกคนต่างรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่แค่การกลับมาเที่ยวเล่น
พวกเขามาหยุดอยู่หน้าห้องเรียนที่มีรอยร้าวยาวพาดผ่านผนังปูน อิฐเดินนำเข้าไป ลมหายใจขาดห้วงเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเจื้อยแจ้วแผ่วเบา “…กลับมาแล้วใช่ไหม…” เสียงนั้นเบาราวกับสายลม แต่แฝงความเย็นเยียบ อิฐเหลียวมองเพื่อน แต่ไม่มีใครพูดอะไร
แหนมเข้าไปใกล้รอยร้าว ใช้นิ้วแตะผนัง “ตอนเด็กเราชอบเอาหัวพิงตรงนี้ จำได้ไหม?” มิกซ์ว่า แหนมพยักหน้า “แต่เหมือนตอนนั้นมีอะไรอยู่ในรอยร้าวนี้… หรือเราคิดไปเอง” อั้มหรี่ตา “จะมีอะไรในรอยร้าวกัน แค่ผนังเก่า ๆ ” แต่ทุกคนเหมือนเห็นเงาบางอย่างวูบผ่านแววตากันเอง
เสียงไม้กระดานข้างล่างดังเอี๊ยดขึ้นมา ทุกคนสะดุ้งหันไปดู ทว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย มิกซ์หัวเราะกลบเกลื่อน “เฮ้ย อย่าทำหน้ากลัวสิ เดี๋ยวก็วิ่งหนีกันหมด” อิฐมองรอยร้าวนิ่ง ๆ รู้สึกเหมือนบางอย่างกำลังจ้องเขาจากผนังเย็นนั้น
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พวกเขาเดินไปยังห้องห้องหนึ่งที่มีหน้าต่างแตก มุมหนึ่งมีโต๊ะไม้เก่า ๆ วางทิ้งไว้ เหมือนมีใครลืมเก็บของสำคัญ มิกซ์เดินเข้าไปค้นดู พบสมุดปกแข็งสีดำลายมือเด็ก ๆ เขียนกระจัดกระจายหน้าปก “สมุดระบายความลับ” อิฐสะดุดใจ
“เมื่อก่อนเราชอบเขียนใส่กัน จำได้ไหม?” แหนมถาม พลิกสมุดไปมา “แต่หน้าในหายไปหมด เหลือแค่หน้าสุดท้าย” ทุกคนเดินเข้ามาดู มีเพียงประโยคเดียว “ถ้ามองเข้าไปในรอยร้าว เธอจะเห็นความจริง”
อั้มถอนหายใจ “ใครเขียนวะเนี่ย” ปูนกลืนน้ำลาย บรรยากาศอึดอัดขึ้นทันที เงาทอดยาวบนผนัง เสียงลมหวิวลอดเข้ามาทางรอยร้าวนั้น
กลางวันแปรเปลี่ยนเป็นบ่าย เสียงฟ้าร้องห่าง ๆ ขณะทั้งหมดขึ้นไปชั้นสองของอาคารซึ่งถูกปิดตายมานาน ประตูไม้ถูกเปิดออกเผยให้เห็นห้องเรียนที่มีเพียงแสงแดดแทรกผ่านช่องไม้ผุ เสียงปูนดังขึ้น “ใครเคยขึ้นมาชั้นนี้กับเราไหม?”
“ไม่มีใครกล้าขึ้นนี่แหละ” มิกซ์ตอบขำ ๆ แต่ทุกคนรู้สึกได้ถึงความกดดัน อิฐเดินนำไปช้า ๆ ขณะเสียงฝีเท้าเพื่อนตามมาติด ๆ ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาแทรกเข้ามาอีกครั้ง “…อย่าลืมสัญญา…”
แหนมหยุดเดินกะทันหัน “ใครพูดวะ?” อิฐมองรอบตัว ไม่มีใครขยับปากพูด ปูนสั่น “กลับกันเถอะ” มิกซ์แทรก “ไหนว่าไม่กลัวไง” ปูนหลบตา “มันแปลก ๆ เหมือนมีอะไรมองเราอยู่”
ทันใดนั้น หน้าต่างฝั่งหนึ่งกระแทกปิดเสียงดัง ทุกคนสะดุ้งเฮือก เสียงเงียบหายไปชั่วขณะก่อนที่เสียงหวีดเบา ๆ จะดังขึ้นจากรอยร้าวบนผนังอีกครั้ง อั้มกลืนน้ำลาย “เราไปดูข้างล่างกันไหม”
พวกเขาเดินกลับลงมาอย่างรวดเร็ว จุดหมายคือห้องเก็บของท้ายสุดของอาคาร ประตูห้องนี้ปิดสนิทแต่แง้มเล็กน้อย อิฐดันประตูเข้าไป พบเพียงความมืดและกลิ่นอับชื้นจาง ๆ มีหีบเก่า ๆ วางอยู่ตรงมุมห้อง แหนมเดินเข้าไปหยิบเปิดดู พบเพียงของใช้เด็ก ๆ เก่า ๆ: หนังสือการ์ตูน สมุดจด รูปถ่ายขาดแหว่ง
อิฐหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมา ดูเหมือนเป็นภาพกลุ่มเด็กห้าคนยืนเรียงแถวหน้าห้องเรียน สายตาของเด็กคนที่ห้ามองจ้องกล้องนิ่ง ๆ แต่ใบหน้าถูกขีดฆ่าเป็นรอยดำ ๆ แหนมหยิบดูบ้าง “นี่… ใครวะ?”
อั้มเอ่ยขึ้นเบา ๆ “หรือจะเป็น… เมย์?” ทุกคนเงียบกริบ เหมือนความทรงจำบางอย่างกำลังคลี่คลาย อิฐขมวดคิ้ว “เรา… ลืมไปได้ไงว่าเคยมีหกคน” ทันใดนั้น เสียงในรอยร้าวดังขึ้นชัดเจน “…ฉันอยู่ที่นี่…”
บรรยากาศในห้องขมุกขมัว เงาบนผนังเริ่มเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ปูนกระชับแขนตัวเอง “ออกไปเถอะ” แต่ไม่มีใครกล้าขยับ อิฐเดินเข้าไปใกล้รอยร้าวในห้องนั้น เงาของเขาทอดทับกับเงาของรอยร้าว เสียงกระซิบลอยมา “…เธอลืมสัญญา…”
ทันใดนั้น แหนมร้องเสียงหลง “มีคนดึงขา!” ทุกคนหันไป เห็นแหนมทรุดนั่งตัวแข็งข้างกล่องของเก่า อิฐรีบเข้าไปประคอง แหนมหน้าซีด “เหมือน… มือ… เย็นมาก” อั้มพึมพำ “เราออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้”
กลุ่มเพื่อนรีบเดินออกจากห้องเก็บของโดยไม่เหลียวหลัง เสียงฝนจากนอกหน้าต่างดังขึ้นหนักขึ้น ขณะพวกเขาพากันมาหยุดที่โถงใหญ่ของอาคาร ทุกคนหอบหายใจหนัก อิฐตัดสินใจเอ่ยขึ้น “เราเคยสัญญาอะไรกันไว้ที่นี่?” ไม่มีใครตอบ เสียงในรอยร้าวกระซิบ “…ถ้าเธอมองเห็น…จะจำได้…”
ความอึดอัดหนาหนักขึ้น อิฐเดินกลับไปที่รอยร้าวหน้าห้องเรียนอีกครั้ง คราวนี้เขาก้มลงมองในรอยร้าวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ทุกคนเงียบ เสียงลมหายใจดังประสานกัน ในรอยร้าวนั้น เขาเห็นภาพเลือนรางของเด็กหญิงคนหนึ่งยืนร้องไห้ แสงจาง ๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้า
อิฐผงะ ถอยหลัง “มันคือเมย์…” เสียงของเขาสั่น ทุกคนเบิกตากว้าง อั้มเดินเข้าไปใกล้รอยร้าวบ้าง “เมย์… เธออยู่ที่นี่เหรอ?” เสียงกระซิบตอบ “…ฉันรอพวกเธอ…”
ความทรงจำถาโถมกลับมา ทุกคนเหมือนเห็นภาพเดิมซ้อนทับกับความจริงวันนั้น—วันที่เมย์หายตัวไป ไม่มีใครกล้าพูด ไม่มีใครกล้ายอมรับความจริงว่าพวกเขาทำผิดสัญญาบางอย่างในวัยเด็ก
จู่ ๆ ประตูอาคารปิดเองดังโครม เสียงฝีเท้าเดินวนรอบอาคารดังขึ้นราวกับมีใครหลายคนอยู่ในนั้นพร้อมกัน ทุกคนหันมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว
“เราต้องออกไปจากที่นี่” มิกซ์พูดเสียงสั่น พวกเขารีบวิ่งไปที่ประตูรั้วแต่พบว่าถูกล็อกจากด้านนอก เสียงในรอยร้าวกระซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ “…อย่าทิ้งฉัน… สัญญาแล้ว…”
อิฐทรุดนั่งกับพื้น มือกุมหัว พยายามนึกถึงวันนั้น วันที่พวกเขาเล่นซ่อนหาในโรงเรียน แล้วมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเมย์ เธอหายไปในห้องนี้ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เสียงของเมย์ในคืนฝนตกคืนนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวเขา
ปูนพูดขึ้น “เรา… เคยสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันไม่ใช่เหรอ” แหนมร้องไห้เสียงสั่น “แต่เรา… กลัว…”
เงาของเด็กหญิงในรอยร้าวขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เสียงกระซิบชัดเจนจนเหมือนเสียงของเมย์พูดเอง “…กลับมาเล่นกับฉัน… อย่าทิ้งฉันอีก…”
ทันใดนั้น อากาศรอบตัวเย็นวูบราวกับมีเงาเข้ามาใกล้ อิฐตัดสินใจลุกขึ้นก้าวไปที่รอยร้าว “เมย์ เราขอโทษ… เรากลัว… เราไม่ควรทิ้งเธอไว้คนเดียว…”
เสียงในรอยร้าวเงียบสงัดไปชั่วขณะ ก่อนเสียงสะอื้นของเด็กหญิงจะดังขึ้นแทน ทุกคนเงียบกริบ อิฐหลับตา “ถ้าเราต้องอยู่ที่นี่เพื่อให้เธอไม่โดดเดี่ยว เราจะอยู่…”
ทันใดนั้น เงาในรอยร้าวดับวูบ แสงสลัวในอาคารกลับมาอีกครั้ง ทุกคนทะลึ่งพรวดออกจากอาคารโดยไม่รู้ตัว ประตูรั้วเปิดเองอย่างไร้เสียง
พวกเขามาหยุดหน้าต้นไทรหน้าโรงเรียน เมฆดำค่อย ๆ จางลง เสียงฝนซา แต่ในใจยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัดและคำถาม อิฐมองกลับไปที่อาคารเรียนร้าง เห็นเงาเล็ก ๆ ของเด็กผู้หญิงยืนอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง โบกมือ ส่งยิ้มเศร้า ๆ มาให้ ก่อนจะหายวับไปกับสายฝน
ทุกคนเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก อิฐรู้ดีว่าความจริงในวันนั้นจะตามหลอกหลอนพวกเขาไปตลอดชีวิต เหมือนเสียงในรอยร้าวที่ไม่มีวันหายไป