ใต้เงารัก
เกือบเที่ยงวัน เสียงลมพัดเบา ๆ ระหว่างทุ่งนาปลูกข้าวสีเขียวสดชื่นในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานคร ท้องฟ้าใส แจ้งสว่างสดใสดูมีชีวิตชีวา แต่ในใจของน้ำฟ้าสาววัย 21 ปีกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกขัดแย้งที่ไม่สามารถวางใจได้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วันนี้ต้องไปทำการบ้านที่บ้านพ่อหรือเปล่า?” น้ำฟ้าถามตัวเองเมื่อเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนเช้า เสียงแม่ของเธอดังขึ้นจากด้านล่างว่าต้องไปช่วยงานที่บ้านพ่อ “ทำไมไม่ทำงานจริง ๆ ซะละ?” ความรู้สึกถึงความผิดหวังของเธอทำให้ใจเธอไม่อยู่กับร่องกับรอย
ปีใหม่ ปีนักษัตรเปิดขึ้นมาพร้อมกับความหวังในชีวิตของน้ำฟ้าที่มีต่อการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่ความเป็นจริงของการที่พ่อของเธอคาดหวังให้เธอทำอาหารเบเกอร์รี่ที่บ้านซึ่งไม่มีความสุขก็กลับมามีอิทธิพลต่อจิตใจของเธออีกครั้ง
ระหว่างที่กำลังนั่งอยู่ในครัว น้ำฟ้าก็รับรู้ถึงการมาถึงของแพรวา เพื่อนสนิทของเธอที่มาช่วยงาน “มานี่สิ น้ำฟ้า วันนี้ทำอะไรก็บอกแพรวาเถอะ”
แพรวาพูดเสียงสดใส น้ำฟ้าหยุดทำงานและหันมา “จ้ะ แพรวา แต่ว่าต้องช่วยกันหน่อยนะ เพราะถ้าบ่นแม่จะไม่พอใจ”
ทั้งคู่เริ่มทำงานด้วยกัน ขำขันไปตามประสา เพื่อนรักของน้ำฟ้ายังคงเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ในวันที่มืดมน
และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดคิดก็มาถึงเมื่อพ่อของน้ำฟ้ากลับจากไปทำงานด้านอื่นมาโดยมีเพื่อนร่วมงานชายอาวุโสที่มีชื่อว่า “ภรณ์” ตามมา เขามีบุคลิกที่มีอำนาจและเป็นพี่ชายในวัยเดียวกันของแม่ น้ำฟ้าได้แต่เฝ้าสังเกตความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอย่างระมัดระวัง เพียงแต่ว่าภรณ์กลับมักจะซ้อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับน้ำฟ้า ความซับซ้อนมากมายเริ่มซ้ำเติมในใจของน้ำฟ้า
ยามค่ำคืน น้ำฟ้านั่งอยู่บนเปลญวนที่อยู่หลังบ้าน มองดูดวงดาวที่กระจายอยู่ในท้องฟ้าด้วยความเหงา ในใจเริ่มซ่อมแซมแง่มุมของความรักที่แท้จริงที่ยังปรากฏไม่ชัดเจนแต่กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
การทำงานในช่วงต่อมาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำฟ้าและภรณ์เริ่มเจริญเติบโต หนึ่งคืนที่น้ำฟ้าตกลงใจจะขอเขามาช่วยที่บ้านหลังจากพยายามหาพ่อ และพบว่าเขาก็มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวเช่นเดียวกัน ขณะที่เกมแห่งความสนุกสนานและความตึงเครียดเกิดขึ้น น้ำฟ้าเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อราคาแพงของความรัก และความจริงที่ว่าเขานั้นก็คือตัวละครสำคัญในชีวิตของเธอ
ต่อมา ค่ำคืนที่มีความจริงได้เปิดเผย ภรณ์ได้เปิดเผยเรื่องราวในอดีตของครอบครัวตนที่นำไปสู่การจากไกลที่ยาวนานทำให้เขารู้จักความรู้สึกตามหา น้ำฟ้าจึงไม่สามารถช่วยไม่ได้เมื่อเห็นว่าภรณ์ร้องไห้อยู่กับสถานการณ์ที่พวกเขาเผชิญ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อความสัมพันธ์เริ่มผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง เสียงที่เข้มข้นของประวัติศาสตร์ก็เตือนใจน้ำฟ้าให้นึกถึงคำบอกของแม่ “หากรักอะไรจริง ก็ต้องยอมรับความจริงและจ่ายราคาที่เหมาะสม” และเรือนที่อาจจะสะท้อนความลาดเลาแห่งความรัก ก็เกิดจากประสบการณ์ที่เจ็บปวดในอดีต
ขณะที่น้ำฟ้ากำลังทำงานในสวนที่บ้านก็กำลังหาคำตอบเกี่ยวกับความรักและการต่อสู้ที่มีความหมายจริง ๆ ความเสียสละก็เกิดขึ้นในขณะที่เธอพบว่าภรณ์ได้ตัดสินใจเองว่าจะไม่มีวันกลับไปให้แม่ควบคุมชีวิตเขา
วินาทีที่มีความสำคัญกำลังใกล้มาถึง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาติสระขัดแย้งกันอยู่ คือระหว่างที่น้ำฟ้าจะต้องเลือกเดินทางให้ในลักษณะที่ทำให้เธอไม่ขัดใจกับแม่หรือจะเลือกติดตามความรักที่ใหญ่กว่า ทุกอย่างต้องทำนายว่ามันจะจบลงอย่างไร
วันแห่งความเชื่อก็ใกล้เข้ามา ในงานวันเฉลิมฉลองที่บ้านน้ำฟ้า เป็นจุดที่บุคคลจากครอบครัวของน้ำฟ้าทั้งสองคนต้องเลือก ระหว่างความรักและความโลภที่อยู่ในใจของพวกเขา ในงานนั้น น้ำฟ้าพบว่าความรักต้องการความกล้าหาญมากกว่าในสิ่งที่เธอเคยคิด
ในช่วงส่งท้ายปีทำให้ความรักระหว่างน้ำฟ้าและภรณ์เต็มไปด้วยความหวังและจุดเปลี่ยน ทุกตัวละครเรียนรู้มากกว่าที่พวกเขาคิดไว้ และนำพาความสำนึกในใจที่หลุดออกมา”