ใต้แสงจันทร์แห่งเมืองใหญ่
แสงจันทร์ส่องสว่างสะท้อนบนพื้นถนนของเมืองใหญ่ เสียงรถยนต์ที่ดังห่างออกไปสร้างบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวังและความฝัน ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความกังวล หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าคาเฟ่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอและเพื่อนของเธอ เคยไปนั่งพูดคุยกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย.
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เราจะทำให้ที่นี่เป็นคาเฟ่ที่ดีที่สุดในเมืองแห่งนี้” ไอซ์ ยิ้มให้กับกช ที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน หญิงสาวที่ชอบการทำอาหารและกาแฟอย่างมีเอกลักษณ์
กช ผ่อนคลายด้วยเสียงหัวเราะที่กลบความกดดันภายใน “ขอแค่เรามีลูกค้าก่อนเถอะ” เสียงของกชแฝงไปด้วยความผ่อนคลายแต่มีแรงผลักดันให้มีการลงทุน.
ก่อนที่ทั้งสองคนจะขึ้นราคาน้ำแข็งใสสูตรพิเศษของคาเฟ่พวกเขา, เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปี ภายในซอยที่ห่างจากความวุ่นวายของโลก ตัวตนของพวกเขาเริ่มสร้างความโดดเด่นในหมู่คนที่รู้จัก บางครั้งก็มีลูกค้าเก่าที่เล่าเรื่องราวให้ฟังเกี่ยวกับชีวิต.
แต่ข่าวร้ายกลับมาถึง เมื่อพ่อของกชประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้การเงินของครอบครัวตกต่ำลง อนาคตของคาเฟ่ก็ควบคู่ไปด้วยความกดดันที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.
“เธอต้องคิดถึงตัวเองด้วยนะ” ไอซ์ยืนอยู่ข้าง ๆ และมองหน้าเพื่อนรัก “ถ้ามันไม่ได้อย่างที่หวัง เราอาจจะต้องหยุดการลงทุน” ความกดดันต้องแสดงออกมาอย่างชัดเจน, เมื่อเจอหน้ากันในคืนนี้และสิ่งที่เธอรู้สึกได้มันหนักหน่วงเกินไป.
กชทำได้เพียงกลั้นน้ำตาและหลบไปมองดูภายนอก เพลิงแห่งความหวังเริ่มลุกไหม้ โดยเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างข้างกันและหวังให้เชียงใหม่หายดี.
คืนหนึ่ง แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าของพวกเขา ขณะที่ไอซ์พยายามปลอบใจเพื่อนรัก แต่อย่างไรก็ดีจิตใจของกชยังเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายเช่นกัน เมื่อไอซ์ยื่นข้อเสนอว่า “เราสามารถขอรับการสนับสนุนจากธนาคาร”
“แต่มันจะทำให้พวกเราเป็นหนี้นะ” กชสะท้อนคำพูดไปยังความเสี่ยงที่ต้องลงทุน มันเป็นการเสี่ยงในชีวิตที่อาจเปลี่ยนทุกอย่าง.
“อาจจะไม่เสียใจถ้าเราให้ทุกอย่างที่เรามี” ไอซ์เอ่ยหวังและแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ ด้วยเหตุนี้ ทุกอย่างจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง.
การทำงานหนัก ต่อสู้กับทุนที่ยืมมา เริ่มต้นด้วยโปรโมทในโซเชียลมีเดีย แม้จะเผชิญกับการปฏิเสธและคำวิจารณ์ แต่ทั้งสองคนไม่ลดละหรือล้มเลิก พวกเขายังคงฝันเพื่อให้คาเฟ่นี้เติบโต.
เหตุการณ์กลับเลวร้ายลง เมื่อหนึ่งในผู้สนับสนุนจากธนาคารเกิดความล่าช้า แผนที่วางไว้กลับหยุดชะงัก พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคที่เกินกว่าจะทน การเลี้ยงดูและการดูแลครอบครัวก็ยากลำบาก.
ประตูร้านคาเฟ่เปิด-ปิดอยู่เสมอ เมื่อคลื่นนักเรียนวัยรุ่นเข้ามาไปยังคาเฟ่เพื่อสนุกสนาน แต่ความสำเร็จนั้นไม่มีผลกับค่าใช้จ่ายและรายจ่าย ส่วนกชเริ่มรู้สึกถึงความหดหู่มากขึ้น เมื่อต้องดูแลพ่อของเธอที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและการที่ไอซ์ต้องการให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน.
ในคืนหนึ่งที่แสงดาวส่องสว่างและช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ไอซ์พูดขึ้นว่า “พวกเราต้องเชื่อมั่นในความรักในสิ่งที่เราทำ” คำพูดนี้ช่วยเธอได้ สร้างความใกล้ชิดระหว่างพวกเขาแต่ก็ยังกดดันด้วยกันทางการเงิน.
จุดเปลี่ยนตอนหนึ่งของเรื่องเริ่มต้นขึ้น เมื่อกชตัดสินใจที่จะโทรหาผู้บริหารจากธนาคารเพื่อนัดปรึกษาเรื่องการยื่นเอกสารขอสนับสนุนอีกครั้ง เพื่อให้คาเฟ่ไม่ต้องปิดตัวลง.”
“ผมจะพาคุณไปหาผู้บริหารคนนี้ อาจจะมีโอกาส” ไอซ์ยิ้มแม้ในที่สุดเขาจะต้องเผชิญอุปสรรคเช่นกัน การเดินทางไปติดต่อความช่วยเหลือเริ่มเปิดฉากใหม่ที่ได้มีการสนทนาที่สำคัญในเมืองใหญ่.
แต่ทันใดนั้น ความรู้สึกความไม่แน่นอนก็เข้ามาจับตัวในจิตใจ พวกเขารู้ว่าหรือไม่จากคาเฟ่จะสามารถยืนหยัดต่อไปได้..
เหตุการณ์ด่วนที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา ส่งผลให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง เขาควรเลิกหรือไม่ ทุกคนล้วนมีเหตุผลในการทำสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมา.
คืนหนึ่ง การตัดสินใจที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของทั้งคู่กลับมาเมื่อชมรายการข่าวท้องถิ่นก่อนไปที่แจกของไปเป็นสัญญาณที่ว่าพวกเขาอาจต้องปล่อยให้ความรักและความฝันเลือนลางไป..และการกลับสู่สภาพเดิมในเมื่อมันมีความล้มเหลว.
เลยดึกกลางแจ้ง เช้ามาเมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อเข้ามา ข่าวร้ายที่ประจำการอยู่ในนั้น ไอซ์จึงพอแค่รู้ว่าหมายที่พวกเขาหวังมาก่อนนั้นไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้.
ความเศร้าใจ ณ เวลานั้นไม่มีใครสามารถบอกคำพูดว่าอยู่กันต่อหรือหยุด และการล้มละลายที่ทุกคนควรต้องต่อสู้กันอย่างไร..
แต่สุดท้ายแล้ว ความสำคัญที่สุดนั่นเกิดจากการอาจจะไปเจอว่าความรักที่กชมีให้กับไอซ์มากเพียงใด และเธอถือว่าความสำเร็จได้มาเช่นไร, เสียงหัวเราะจากพวกเขาที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่แข็งแกร่งในคาเฟ่..
ในตอนสุดท้ายของเรื่องราว ความแรงของคาเฟ่ไม่ใช่แต่ความร่ำรวย แต่วันเวลาเหล่านั้นคือประสบการณ์ การรับรู้ซึ่งมักจะช่วยส่งให้ชีวิตดำเนินต่อ โดยไม่ว่าจะเผชิญสิ่งใดก็ตาม.”}}]}纟2u