ในอ้อมกอดวิญญาณ
ในยามเช้าตรู่สุดของฤดูหนาว สีเงินของน้ำค้างตกอยู่บนพื้นดินอย่างเบา ๆ แสงอาทิตย์เริ่มทอความอบอุ่นให้แก่ชีวิตใหม่ ฟ้าสว่างขึ้นเช่นเดียวกับใจของน้องเล็กที่เต็มไปด้วยความหวัง เขาตื่นขึ้นมาในบ้านไม้หลังเก่าที่มีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยที่ย่าของเขาทำซึ่งมักล่องลอยอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เขาเดินลงบันไดไม้ที่มีเสียงดังกรอบแกรบ ด้านล่างห้องครัวถูกจัดเตรียมไว้ เขาถอดรองเท้าและเดินไปหาย่าที่กำลังนั่งประณีตทำการบ้านเอกสารเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ ขณะที่เสียงแม่จากห้องอื่นๆ ตะโกนเรียกให้เล็กเข้ามาช่วยจัดของ
“เอ้ย! นี่มันไม่ใช่เวลานั่งเฉย ๆ นะ ไปช่วยแม่จัดการหน่อย” เสียงแม่โหวกเหวกดึงจิตใจน้องเล็กออกจากความประณีตของย่า น้องเล็กกลืนน้ำลาย พยายามจะรับมือกับความรู้สึกลึก ๆ ที่แฝงในอนาคตของเขา
ระหว่างการจัดของ เขาเห็นรูปครอบครัวเก่าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ เขาเข้าไปใกล้ ๆ มองดูรายละเอียดของภาพ รอยยิ้มของทุกคนในภาพกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังย้อนเวลาไปสู่ช่วงเวลาที่ทุกคนอยู่ด้วยกัน
“คิดถึงรูปนี้มากจัง” น้องเล็กพูดกับตัวเอง ก่อนที่จะคิดถึงคุณพ่อที่ต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงครอบครัวและคุณแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงดูเขาอย่างอบอุ่น
ในวันที่อากาศแจ่มใส เขาได้พบกับบัว เพื่อนซี้ที่มีความฉลาดเกินกว่าช่วงวัยของเขา บัวมีความทะเยอทะยานในการเรียนรู้และฝันอยากเป็นนักปรัชญา น้องเล็กมองไปที่บัวด้วยสายตารักใคร่ที่เขายังไม่เข้าใจ บางครั้งเขารู้สึกว่าเขาไม่ควรรักบัว แต่อีกใจเขาก็เผลอคิดตามไปทุกครั้งที่ได้เจอเธอ
ด้วยความที่ทั้งคู่มีความสนใจในความคิดเชิงปรัชญา จึงมักจะนั่งถกเถียงกันเกี่ยวกับชีวิตอยู่เป็นประจำ ดวงตาของบัวมีประกายความคิดฝันที่ทำให้น้องเล็กรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้พูดคุย
แต่สิ่งที่น้องเล็กไม่สามารถเข้าใจได้คือ ทำไมบัวจึงเลือกห่างไกลจากเขา ทั้งที่เขาชอบเธอ แต่บัวกลับไม่แสดงความสนใจน้องเล็กมากนัก
ขณะที่น้องเล็กพยายามที่จะค้นหาขอบเขตของความรักนี้ เขากลับสะดุดเมื่อคุณย่าของเขาเกิดอาการโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน กลางวันกลับกลายเป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะได้ยิ้มและพูดคุยกับย่าอย่างอบอุ่นอีกครั้ง
โรงพยาบาลเต็มไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อ เสียงของเครื่องช่วยหายใจดังครางอยู่ในอากาศ รอให้เขาได้ยินเสียงย่าของเขาอย่างเป็นที่รู้จัก
ในขณะที่น้องเล็กนั่งอยู่ข้าง ๆ เตียงและได้ยินเสียงเครื่องช่วยหายใจ เขารู้ว่าเวลาของย่าใกล้จะหมดลง เขาจึงคิดถึงทั้งหมดที่ได้ผ่านมาหรืออาจจะยังไม่ทันได้พูดคุยกับย่า อีกทั้งยังมีอะไรที่เขายังค้างคาใจโดยที่ไม่สามารถพูดออกไป
สุดท้าย เมื่อย่าปล่อยมือจากพื้นโลกนี้ ในครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงแห่งการสูญเสีย แทนที่เขาจะรู้สึกว่าเขาเสียใจ เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียโลกที่เขาเคยรู้จักอีกครั้ง
เขายังคงมาแต่ย่าของเขา ทุกคืนเขาจะนั่งทบทวนถึงการเติบโตในชีวิตและความรักที่มีไปยังบัว ที่เขาต้องใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเรียนรู้เพื่อยอมรับว่าชีวิตเขาจะไม่มีใครคนเดิมที่คอยยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
การเปลี่ยนแปลงเริ่มแสดงตัวเมื่อความรักระหว่างเขากับบัวพัฒนาไปในที่สุด เพราะตอนนี้น้องเล็กรู้แล้วว่า ในที่สุด เขาต้องติดอยู่ในระลอกคลื่นของความรักและการสูญเสีย เมื่อเขาเผชิญหน้ากับความกดดันที่เกี่ยวกับชีวิตของเขากับบัว ทำให้เขาหยิบยกค่านิยมที่มีมายาวนานก่อนที่จะมีโอกาสจะวางรากฐานของชีวิตใหม่ในอนาคต
เมื่อวันเวลาผ่านไป เขาจึงเริ่มที่จะค้นหาความฝันของตัวเองและเลือกที่จะเข้าใจว่าความรักเป็นอะไรที่จริงจังและสำคัญเพื่อใช้ในการเผชิญปัญหาหรือการสูญเสียที่เกิดขึ้นในชีวิต
และสุดท้าย เมื่อถึงงานศพของย่า น้องเล็กยืนอยู่ที่หลุมศพ โดยมีบัวอยู่เคียงข้าง มองไปที่ภาพที่ของย่าที่ประดับอยู่รอบ ๆ หัวใจเขาบีบอัดเพราะความรู้สึกทั้งหลายที่ถาโถมเข้ามา บัวยิ้มให้เขาอย่างเข้าใจ เส้นทางของความรักของเขากับบัวเริ่มต้นขึ้นในขณะแปลกใจที่ว่าบัวจะอยู่ข้างกายเขาตลอดไป ในขณะที่โลกกำลังเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้