โปรเจ็กต์ฟิล์มฟองสบู่
เสียงกริ่งมหาวิทยาลัยดังคลอเหมือนสัญญาณเริ่มต้นฤดูใหม่ แต่ที่มุมชั้นสองตึกศิลปะ บอร์ดประกาศของชมรมภาพยนตร์มีแค่กระดาษครึ่งแผ่นที่หมุนไปมาจากลม “ประชุมด่วนวันนี้ 18:00 ห้องชมรม” พายุกวาดสายตาแล้วหัวเราะในลำคอเหมือนเจ้าของความลับดีๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นี่นายแน่ใจนะว่าไอเดียมันจะไม่แป๊ก?” มิลค์ นั่งข้างเขา จอห์นของชมรมที่ปากจัดแต่รักเพื่อน เอียงคอราวกับจะมองทะลุกำแพง
พายุยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก เขาพูดประโยคที่ฟังแล้วเบากว่าที่ใจเต้น “แน่สิ มิลค์ บอกแล้วว่าเครือข่ายเราเยอะ แค่โพสต์ข่าวแขกพิเศษ หนุ่มๆ สาวๆ จะมาสมัครเป็นสิบ”
มิลค์แลบลิ้น “แขกพิเศษเหรอ ใครบ้าง พี่อาจารย์เสือแบบนั้นหรือป้าจินเจ้าของสตูดิโอข้างตลาด”
พายุรู้สึกตัวว่าเขาเพียงแค่คาดเดา เขาจำได้เพียงว่าเมื่อวานตอนที่พี่คนหนึ่งจากรุ่นพี่ชมรมเคยคุยเล่นๆ ว่า “ถ้ามีใครช่วยจูงแขกดังมายิ่งดี” แล้วพายุก็คิดเองเออเองว่าแขกคนนั้นโอเคจะมาจริงๆ “ไม่ใช่สิ—คนที่เคยบอกกับเราเมื่อก่อน เขาว่าอยากสนับสนุน แต่ยังไม่แน่ใจ” เขาพูดมั่วด้วยสีหน้าเชื่อมั่น
“ยังไม่แน่ใจแบบไหน เอาเป็นว่าเขามาแน่จนเราต้องจองห้องประชุมใหญ่ไหม” มิลค์เลิกคิ้ว
พายุปัดมือ “ไว้ใจนายหัวหน้า ผมจะคอนเฟิร์มเอง”
จริงๆ แล้วพายุไม่เคยคอนเฟิร์มใครได้ง่ายๆ เรื่องนี้เป็นผลจากนิสัยติดตัว: เขาเป็นคนชอบทำให้ทุกคนพอใจและเกลียดการปฏิเสธมากเสียจนมักจะพูดเกินจริงเพื่อให้คนฟังรู้สึกดี นี่แหละคือ ‘ข้อบกพร่อง’ ของเขา — ข้อบกพร่องที่ไม่เคยตั้งใจทำร้ายใคร แต่สร้างปัญหาใหญ่ตามมาทีหลัง
เย็นวันนั้น ห้องชมรมเต็มไปด้วยนักศึกษาที่อยากลองทำหนัง ตั้งแต่คนอยากถ่ายคลิปสั้นจนถึงคนที่ฝันว่าสักวันจะไปคุยในเทศกาลระดับประเทศ พายุยืนตรงกลาง สวมเสื้อลายฟิล์มเก่าๆ มือจับปากกา จัดท่าทางเหมือนผู้กำกับเครื่องหมายการค้า
“ขอบคุณทุกคนที่มา” เขาพูด น้ำเสียงมั่นคง “ผมมีข่าวดี ชมรมเราจะจัด Mini Campus Film Festival และมีแขกพิเศษจะมาให้คอมเมนต์ผลงานด้วย”
เสียงฮือฮาเกรียวกราวในห้อง มีทั้งคำถามและเสียงที่เริ่มฝัน
ลิปปี้ ยกมือเหมือนเด็กถามครู “แขกพิเศษคือใครคะ จะมีใครมาจริงหรือเปล่า”
พายุยันตัวตรง เขาไม่ได้คิดจะโกหกจริงๆ แค่เอาคำพูดที่เคยได้ยินมากลับมาพูดใหม่แบบที่อยากให้เป็นความจริง “เป็นเจ้าของสตูดิโออิสระที่ทำหนังวัยรุ่นดังๆ พวกที่ชอบภาพนิ่งๆ จังหวะช้าๆ น่ะ”
ไม่มีใครถามแหล่งที่มาหรือส่งเมล์ยืนยัน เพราะทุกคนต่างต้องการความหวัง พวกเขาเริ่มวางแผนโปรแกรม หาคนประชาสัมพันธ์ และเสนอไอเดียเวิร์กช็อปการตัดต่อที่มีชื่อเสียง
ในสัปดาห์ถัดมา ชมรมเปลี่ยนจากกลุ่มคนธรรมดาเป็นการประชุมเตรียมงานที่จริงจัง คนขายกาแฟในมุมมหาวิทยาลัยเริ่มถามเรื่องโปสเตอร์ พายุเริ่มตื่นเต้นกับภาพที่เขาสร้างขึ้นในหัว แต่ข้างในซีดลงเพราะเขายังไม่ได้คอนเฟิร์มแขกคนนั้นจริงๆ
คราวนี้เรื่องเริ่มบานปลายเมื่อมิลค์ เธอเป็นคนที่เอาความจริงมาสู้กับความฝัน จุดอ่อนของพายุคือตอนที่คนอื่นเริ่มลงมือทำ เขาไม่อยากทำให้พวกนั้นเสียใจ จึงก็ยิ่งปิดปากแน่นขึ้น
“นายต้องคอนเฟิร์มก่อนจองห้องประชุมใหญ่แล้ว” มิลค์กล่าวเสียงเรียบ “หรือไม่ก็เลิกใช้คำว่า ‘แขกพิเศษ’ เถอะ ให้เป็น ‘เพื่อนรุ่นพี่ที่สนใจ’ ก็พอ”
พายุค้อมหน้า “ผมจัดการแล้ว มีอีเมลตอบกลับว่าเขาสนใจ แต่ยังไม่ยืนยันวันที่”
“อีเมล?” มิลค์พลิกดูหน้าเขาอย่างสงสัย “นายส่งอีเมลยังไง กับใคร”
พายุกลั้นหัวเราะเล็กน้อย เขาตัดสินใจสร้างภาพลวงด้วยการคัดลอกข้อความจากการสนทนากับรุ่นพี่คนหนึ่ง แล้วใส่คำพูดที่น่าเชื่อถือมากขึ้น เขาส่งอีเมลไปยังบัญชีของชมรมในนามแขกที่ไม่มีตัวตน
ในใจเขารู้สึกผิด แตอตอนที่มองหน้าเพื่อนๆ ที่กลับมามีเป้าหมายและเริ่มฝึกมือถือตัดต่อ พายุบอกตัวเองว่า “แค่พอให้มันผ่านไปก่อน”
เหตุผลของเขาดูดีเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ตามมา เพราะไม่ถึงเดือน ข่าวลือเกี่ยวกับเทศกาลเริ่มเดินทางจากปากคนหนึ่งไปอีกปากหนึ่ง หัวหน้าคณะศิลปะขอให้พิจารณางบประมาณ ฝ่ายกิจกรรมศิลป์ขอจองพื้นที่ในงานกิจกรรมรวม และที่ใหญ่ที่สุด — นักเรียนจากคณะอื่นเริ่มติดต่อมาขอส่งผลงาน
บรรยากาศที่เคยธรรมดากลายเป็นความคาดหวัง พายุมองเพื่อนในชมรมแล้วรู้สึกตะขิดตะขวง เขาเริ่มใส่รอยยิ้มที่หวานเจือทุกข์ แต่ยังไม่บอกใครความจริง
กลางสัปดาห์ก่อนงาน มีจดหมายอันหนึ่งมาถึงชมรม ฉบับที่เป็นสำเนาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดใกล้เคียง ระบุว่าพวกเขาอยากส่งตัวแทนมาดูงานและเรียนรู้การจัดเทศกาล พายุปาดเหงื่อ ไม่ใช่เพราะกลัวความล้มเหลว แต่กลัวว่าฟองสบู่ความฝันจะลุกเป็นไฟเมื่อแตก
“นี่มันเลวร้ายเกินไปแล้ว” นก ผู้เขียนบทที่นิ่งและคิดมากกระซิบ “เราควรเลิกไหมบอกว่ามีแขก”
“ไม่เอา” ติ้ง หนุ่มเทคนิคของชมรมพูดอย่างรวดเร็ว “ถ้าเราเลิก ใครจะฝากความเชื่อมั่นในหมู่คนที่ส่งงานมาล่ะ”
“แล้วเราเอายังไงต่อ” มิลค์มองมาทางพายุตรงๆ “บอกเลยว่าเราโกหก แล้วขอความช่วยเหลือจากทุกคน หรือเราจะทำให้มันเป็นจริง”
พายุเงียบไปในซักครู่ ความคิดแล่นเหมือนฟิล์มที่ถูกฉายย้อน เขาจำภาพตอนที่เขาเคยเป็นเด็กนั่งดูหนังสั้นในโรงเล็กๆ รู้สึกว่าแม้ไอเดียจะเริ่มจากคำโกหก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือโอกาสที่เขาให้คนอื่นได้ลองทำหนัง
“ขอเวลา
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: ชมรมภาพยนตร์, มหาวิทยาลัย, คอมเมดี้, ฟีลกู๊ด, ความเข้าใจผิด