เสียงแห่งความรักที่ถูกลืม
เสียงกีตาร์จากร้านขนมอบในมุมหนึ่งของถนนสุขุมวิทดังก้องไปทั่วคาเฟ่ ขณะที่พนักงานเสิร์ฟนั่งเดารายชื่อเพลงในหัว เมื่อประตูเปิดออก สุรเชษฐ์ โปรดิวเซอร์เพลงวัยสามสิบปีกระแทกเสียงเกือบจะพร้อมกันกับลูกค้าที่เข้ามา ความเบื่อหน่ายในใบหน้าของเขาทำให้หลายคนรู้สึกถึงแรงกดดันของชีวิต การทำงานที่ร้านนี้ไม่ใช่ความฝันของเขา แต่เป็นการหลบหนีจากความทรงจำที่ไม่อยากเผชิญหน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมเราจะต้องเล่นเพลงโน้ตที่คุณไม่ชอบด้วย?” เขาดุเล็กน้อย ขณะมองไปที่ตู้เพลงเก่าแก่ที่พังพินาศอยู่มุมหนึ่ง “มันเป็นการประสานเสียงที่ไม่เข้ากันเลย”
หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่มุมเดียวกับหน้าต่าง เงยหน้าขึ้นและมองผ่านม่านฝุ่น เธอเป็นนักร้องที่มีความฝัน ต้องการที่จะเล่าเรื่องผ่านเสียงเพลง เธอชื่อ มินตรา และมีเสียงอันทรงพลังที่ช่วยให้คนรอบข้างรู้สึกถึงความหวัง ผ่านกีต้าร์ของเธอ ผู้คนสามารถกลับมายุ่งเหยิงในชีวิตแต่ไม่อาจกลับไปสู่อดีต
ในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เสียงเพลงของมินตราเริ่มดังขึ้นผสมกับความลงตัวจากสุรเชษฐ์ เขาเริ่มรู้สึกถึงความรักอีกครั้ง และดูเหมือนว่านี่คือเสียงที่เขาต้องตามหา การชื่นชมกันและกันในตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงความรักแต่เป็นการทำให้พวกเขาพบกันในจังหวะดนตรีที่เหมาะสม
สองเดือนผ่านไปนั้นมานาทีกลายเป็นความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปอย่างช้าๆ เสียงดนตรีได้ช่วยให้พวกเขาเปิดเผยตัวเอง
“ฉันเคยมีเพลงที่เขียนไว้ตอนเด็ก ๆ แต่ฉันอาจยกเลิกมัน” มินตราพูดขณะที่เสียงสกาเริ่มระเริง
สุรเชษฐ์จับมือเธอแน่นขึ้น “ทำไมไม่ลองฟังดู?”
เธอหยุดและมองเขา สายตาเธอแสดงถึงความลังเล สีหน้าของเธอชัดเจนว่าเธอต้องการเติมเต็มความว่างเปล่าแต่ก็กังวลว่าจะทำลายสิ่งที่พวกเขาสร้างมาด้วยกัน
ของบันไดขึ้นชั้นสอง เสียงกีตาร์ที่นุ่มนวลที่อยู่ในมือของมินตราเริ่มส่งให้ทุกคนในห้องตกอยู่ในความฝันของเพลง ความทรงจำถูกกางออกก่อนหน้า เมื่อเพลงเริ่มเปิดเผยว่าเขาสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญในชีวิต
หลังจากมินตราได้แสดงบทเพลงของเธอจนจบ สุรเชษฐ์ชูมือขึ้นปรบมือ พลันมีความเงียบที่ตามมา ทุกคนในห้องมีควันน้ำตาที่คืบคลานมาจากนึกถึงความรัก
ความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้น เมื่อมินตราไม่สามารถเปิดใจให้กับความคิดอันหนักอึ้งจากอดีตของสุรเชษฐ์ได้ และเธอเริ่มลากตัวเองไปหาความจริงที่ว่าเธอไม่สามารถอยู่ในชีวิตที่มีแต่เสียงเอกเท่านั้น
สุรเชษฐ์ตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวที่บ้านเกิดเขาแล้วพบเหตุการณ์ที่น่าเศร้าที่ยังติดอยู่ในใจ ทำให้เกิดการเข้าใจระหว่างทั้งสองคนมากยิ่งขึ้น มีการเปิดเผยเรื่องราวที่พวกเขาได้เก็บไว้ในใจ
การเอาชนะความเศร้าและอดีตที่แสนเจ็บปวดด้วยการสื่อสารกันผ่านเสียงเพลง ทั้งสองก็เริ่มส่งเสียงดังในใจค้นหาเสียงของรัก ดำเนินเรื่องเรื่อยๆ จนเข้าสู่จุดสูงสุดที่เป็นอารมณ์สุดยอด
เส้นทางการตั้งตัวใหม่เริ่มต้นขึ้น เมื่อทั้งสองคนร่วมกันสร้างอัลบั้มเพลงโดยมีความลับมาจากอดีตที่ไม่เคยบอกกันออกมา การทำงานไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด แต่สิ่งนี้ทำให้พวกเขาได้ลงลึกในทุกการต่อสู้
ในวันเปิดตัวอัลบั้มทั้งคู่มีโอกาสได้แสดงสดต่อหน้าผู้คนมากมาย เมื่อการแสดงดำเนินไป เริ่มมีการล้มเหลวในการเล่นเพลงใหม่
แต่ทั้งสองผู้เล่นได้ฤกษ์ที่จะทำให้ความจริงที่เก็บไว้หลุดออก มีการแสดงที่ดีกว่าคิด ร่วมกับอารมณ์ที่มีการสั่นสะเทือน มันกลายเป็นเสียงที่ชัดเจน
ท้ายที่สุด เสียงของความรักที่สูญหายได้นำมาเป็นจุดจบที่ถูกจดจำ แม้ว่าทุกอย่างอาจจะมีบาดแผล แต่การรวบรวมใจจากในอดีตได้ช่วยให้เกิดการเริ่มต้นที่สดใหม่
เสียงเพลงของพวกเขายังคงอยู่ต่อเนื่อง จนกระทั่งกลายเป็นเพลงของธรรมชาติที่บันทึกเรื่องราวการเติบโตจากการเป็นคนที่ไม่หวัง ความรักที่ผ่านเข้ามา และเข้าร่วมสร้างในโลกที่ไม่มีสิ่งใดสูญหายไป