บทเรียนของเสียงหัวเราะ
เสียงกระแทกประตูและเสียงหัวเราะลั่นตั้งแต่ยังไม่จบคาบเช้า ทำให้ทุกคนหันมามองห้องซ้อมชมรมละครเวทีของมหาวิทยาลัยซึ่งตั้งอยู่ชั้นสองของอาคารเรียนเก่า เสียงนั่นมาจากพัทธ์ที่ยืนหอบอยู่หน้าประตูพร้อมถุงขนมและหน้าตาตื่น ไม่เคยมีใครเห็นเขาเริ่มต้นวันด้วยการหอบหืดขนาดนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พัทธ์! อีกแล้วเหรอไอ้ประตูนั่นอะ” เสียงเรียกมาจากภายใน ห้องเต็มไปด้วยคนแต่งชุดยุ่งๆ กำลังซ้อมท่าทางสำหรับการแสดงคณะใหญ่ที่จะมีในสัปดาห์หน้า
“อย่าเริ่มตอกย้ำตอนฉันยังหายใจไม่ทัน!” พัทธ์ยกมือพยายามสงบเสียง แต่ยิ่งพูดยิ่งเหมือนคนบ้านั่นที่ยังหายใจไม่ทันจริงๆ
“เออ ไหนว่าเอานักออกแบบเวทีมือหนึ่งจากกรุงเทพมาช่วยไง” เสียงของมินท์ คนคอสตูมผู้ช่างจ้อทิ่มตรงเข้าประเด็น “เขามาถึงหรือยัง พัทธ์?”
พัทธ์ก้มลงสูดลม เป่าปาก แล้วลุกขึ้นอย่างได้บทพูดพอดี “ยัง ไม่เห็นใครเลย แต่เขาทิ้งข้อความไว้ว่า… ‘ขอโทษที่มาสาย แต่เตรียมใจไว้เลย เปิดโลกให้กับการแสดงของพวกคุณ'”
ปฐมเสียงหัวเราะประปราย คำกล่าวแบบนี้ฟังดูยิ่งใหญ่กว่าความเป็นจริงเสมอ และนั่นคือสิ่งที่พัทธ์ชอบทำ: ขยายความเป็นจริงให้ดูน่าตื่นเต้นขึ้น
“แล้วทำไมประตูปิดอยู่?” เสียงของซาราย—เพื่อนที่มักดูแลงบประมาณของชมรม—ถามอย่างตรงไปตรงมา “หรือแกลืมกุญแจอีกแล้ว?”
พัทธ์คืบหน้าไปเกาะขอบหน้าต่าง มองลงไปเห็นชายหนุ่มห้าคนกำลังถ่ายรูปอย่างกระตือรือร้นหน้าป้าย ‘ชมรมละครเวที’ “ไม่ลืมกุญแจก็จริง แต่ลืมว่าประตูนี้มันล็อกจากใน”
“พูดง่ายมาก” มินท์ว่าพลางหัวเราะ “แต่การล็อกมันยังไง…”
มีเสียงโห่พอให้ความตึงเครียดคลายลง แล้วซารายส่งสายตาตวัดมา “พัทธ์ เราไม่มีเงินจ้างช่างเปิดประตูหรอกนะ”
พัทธ์ยิ้มเจื่อน “ก็เลยต้องบอกว่า…” เขาหยุดไปสองวินาที แล้วเพิ่มน้ำเสียงอย่างเป็นนักประชาสัมพันธ์ “…ว่ามีผู้เชี่ยวชาญระดับชาติมารออยู่ข้างใน เผื่อเขาจะเปิดให้”
บรรยากาศนิ่งไปชั่วขณะ ทุกคนมองหน้ากันเหมือนกำลังพิจารณาข้อเสนอที่เสี่ยงพอดู
“หมายถึงแกบอกว่ามีคนสำคัญอยู่ข้างใน ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มี?” มินท์สรุปอย่างประณามเบาๆ
“มันไม่ใช่การโกหกแบบร้ายแรง” พัทธ์รีบป้อง “ฉันบอกว่ามีคนสำคัญที่อยากเห็นผลงานของเรามาก เขาอาจมาถึงแล้ว แค่… ติดในห้องประชุม หรือถ่ายรูป”
คำอธิบายที่พยายามขัดสีหยิบยืมความเป็นไปได้ดูยั่งยืน แต่ตาเพื่อนๆ ไม่ได้ซื้อขาด
แล้วอย่างนั้นเอง ความเข้าใจผิดครั้งแรกก็เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ: ข่าวลวงที่เริ่มจากประตูล็อก กลายเป็นข่าวลือว่าชมรมกำลังมี ‘ผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ’ มาเยี่ยม ทำให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยกระซิบบอกต่อกัน
“ยินดีต้อนรับผู้มีอารมณ์ศิลป์ระดับชาติของเรา” บอร์ดประกาศสีเหลืองผืดผาดถูกแขวนอย่างรวดเร็วโดยคนที่คิดว่ามันคือความจริง หน้าป้ายมีช่องว่างสำหรับชื่อ — ช่องว่างที่พัทธ์ยังไม่ได้เติม
ข่าวลือนั้นเดินเร็วกว่าที่เท้าจะตามทัน วันรุ่งขึ้นอาจารย์เวช ผู้ดูแลกิจการชมรมเรียกพัทธ์เข้าไปในสำนักงาน เขานั่งตรงข้ามพัทธ์ มือวางบนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสาร
“ฉันได้ยินมาว่า…” อาจารย์เวชเริ่มช้า ๆ “มีใครที่สนใจมาชมการซ้อมของพวกคุณหรือครับ?”
พัทธ์กลืนน้ำลายหนักๆ “มีครับ อาจารย์ พวกเขา…เขาชื่นชมงานของเรา”
อาจารย์เวชหยุดสักพัก แล้วยิ้มอย่างแผ่ว “นั่นเป็นข่าวดี ชมรมกำลังขาดงบ ถ้ามีใครสนใจจริงๆ เราอาจจะขอรับการสนับสนุนจากคณะได้”
พัทธ์รู้ทันทีว่าข่าวถอนหายใจจากช่องประตูล็อกได้กลายเป็นบททดสอบใหญ่ เขามองขึ้นไปที่เพดานแล้วตัดสินใจทำสิ่งที่เขาทำดีที่สุด: เล่าเรื่องให้คนเชื่อ
“พวกเขา… เขาอาจจะมาจากสมาคมผู้ชมศิลปะด้วยครับ เขาส่งแค่ข้อความว่าชมรมของเรามีศักยภาพ”
อาจารย์เวชพยักหน้า “ถ้างั้น ฉันจะจัดประชุมเชิญกรรมการช่วยตัดสินการให้ทุนกับชมรมพวกคุณ”
พัทธ์แทบสำลักความวิตก แต่ก็หัวทิ่มยิ้มแล้วพยุงสถานการณ์ไว้ “ดีมากครับอาจารย์ ผมจะแจ้งทุกคน”
หลังออกจากสำนักงาน พัทธ์ยืนอยู่ในโถงทางเดินยาว มินท์กับซารายรออยู่แล้ว ทั้งสองรู้ทันทีว่าข่าวได้ลุกลามใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม
“แกทำอย่างนี้กับอาจารย์กรูแลงัยนะ?” มินท์ถาม “นี่แกจะพาเราไปขึ้นเวทีกับกรรมการจริงๆ งั้นเหรอ พัทธ์?”
พัทธ์รู้สึกเหมือนประตูซ้ายนั้นปิดหนีเขา
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: มหาวิทยาลัย, ชมรมละครเวที, คอมเมดี้, ความเข้าใจผิด, การเติบโต