กุหลาบกับการลาจาก
อาทิตย์อัสดงที่ตะวันลับขอบฟ้าทำให้กรุงเทพฯ ดูเหมือนภาพวาด มีเสียงรถยนต์และผู้คนหนาแน่น มันเป็นช่วงเวลาที่น่าขบขันเมื่อเธอพบเขาที่ร้านอาหารเก่าแก่ที่มีบรรยากาศอบอุ่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พี่ชื่อข้าวตูครับ” เขายิ้มอย่างเป็นธรรมชาติพร้อมกับเสิร์ฟอาหารด้วยความตั้งใจ คุณมองไปที่มือของเขา เห็นมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก แต่การกระทำของเขากลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“ฉันชื่อก้อยค่ะ วันนี้นอกจากจะทานอร่อยแล้ว ฉันยังอยากเห็นภาพของการเตรียมอาหารด้วย”
เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่ความแตกต่างระหว่างพวกเขาเริ่มเปิดเผยในคืนนี้ การสนทนาพาผ่านเรื่องราวความฝันและความคิด ความเป็นจริงที่ทั้งสองต่างเผชิญมากับการเป็นคนธรรมดาและคนพิเศษที่ถูกตั้งความหวังไว้
“พี่มีฝันที่อยากเปิดร้านอาหารเล็กๆ แล้วยกเว้นให้คนที่ต้องการความรักจากอาหารที่พวกเขาทาน” ข้าวตูพูดด้วยแววตามุ่งมั่น ขณะที่ก้อยยิ้มแบบอ่อนโยนแต่แอบกังวลในใจ
กระทั่งเมื่อค่ำคืนผันผ่านไป ทั้งสองกลับสะท้อนถึงการตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคต ไม่รู้ว่าความรักที่พวกเขากำลังสร้างจะต้องเผชิญกับการเลือกที่ยากลำบากในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่
เมื่อเวลาผ่านไป การพบกันของพวกเขากลายเป็นกิจวัตรแห่งความสุข อย่างไรก็ตาม เส้นทางของพวกเขายังมีอุปสรรค ความแตกต่างในระดับของความฝัน และสิ่งที่คอยกระตุ้นให้เกิดความไม่มั่นใจ เกิดขึ้นเมื่อก้อยย้ายไปที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพื่อจะทำตามความฝันด้านการออกแบบ
“พี่จะรอก้อยนะ” ข้าวตูกล่าว แต่รู้ใจว่าอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น
นาทีที่ก้อยลุ่มหลงกับการใช้ชีวิตในต่างแดน การเล่าหัวข้อเกี่ยวกับประเทศ ความสงสัยว่าพวกเขาจะยังคงมีความสัมพันธ์แบบไหน เมื่อคนหนึ่งก้าวหน้าไปสู่อนาคตที่สวยงามและอีกคนยังอยู่ที่เดิม
ระยะทางทำให้ก้อยรู้สึกเหงา ยิ่งไปกว่านั้นการมีคนใหม่ที่เข้ามาในชีวิตเธอเพื่อตอบสนองความขัดสน กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้เธอต้องเริ่มตั้งคำถาม”
“ฉันจะเลือกใคร สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจ และความรักที่อยู่ในใจ”
ความคิดนั้นทวีคูณแต่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
ข้าวตูที่ยังคงรอ الكسสื่อสารเขาเริ่มทำใจยอมรับความจริง คำพูดที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อถือได้เริ่มหลุดลอยไปอย่างไม่สามารถย้อนกลับ
“ก้อยเรียกพี่ว่าพี่เมื่อไหร่? พี่มีความฝันที่ดี ยังมีเธออยู่ในนั้น” ข้าวตูบอกกับตัวเองในห้องที่มีความเงียบสงบ ความดิ่งของหัวใจมันค่อยๆ ถาโถมเข้ามา วินาทีที่ได้พบกับเธอ แล้วค่อยตกอับเมื่อคิดถึงความรักที่มีต่อกัน
ขณะเดียวกันเวลาก็ยังมีชีวิตฝืนเป็นอยู่ การทดสอบความรักของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป
จนกระทั่งทั้งสองต้องพบกันอีกครั้งที่กรุงเทพฯ บรรยากาศเปลี่ยนไป กลิ่นของอาหารยังเหมือนเคย แต่ความรู้สึกกลับเลื่อนลอย
“ก้อยรู้ไหมว่าทำไมพี่ถึงรอ?” ข้าวตูถาม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง ความเชื่อมั่นแต่ก็มีความสับสนจนพร้อมที่จะยอมแพ้
“ขอโทษค่ะพี่ ขอโทษจริงๆ” ก้อยพูดเสียงสั่น
“พี่ไม่เข้าใจว่าททำไมถึงหายไป” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงใกล้ชิดแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด
การพูดนี้เหมือนการกระแทกเสียงหินไปที่จิตใจของก้อย และทำให้การตัดสินใจหันหน้ามาสู่เบื้องหน้า
“มันคือเวลาที่เราต้องใช้เวลาเพื่อเปลี่ยนโฟกัส”
ในที่สุดการตัดสินใจให้ได้กันในสถานการณ์จริง เมื่อความรักต้องแปรเปลี่ยนเป็นการเริ่มต้นใหม่
และหลังจากนั้นเหตุการณ์ก็พลิกผันในระดับการตรอง พวกเขาต้องพบความจริงและการเลือกระหว่างจิตใจและหัวใจ ความรักที่เติมเต็มถึงความรู้สึกซับซ้อนของมันตกอยู่ในกรอบกลาง ไม่สามารถเลือกได้รวดเร็วจนมีการไหลขึ้นๆ ลงๆ หรือต้องสูญเสีย แค่เปิดใจให้กัน แค่ให้ความรักได้รับการวัดในทุกมิตรภาพและความรู้สึก
บทสรุปที่จบอย่างแจ่มใส ความรักที่มีความสามารถในการเข้าถึงใจของกันและกัน ทำให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ตัวเอง
ข้าวตูที่เคยแปลกแยก เริ่มเข้าใจ และก้อยที่เริ่มมองเห็นความชัดเจน การเลือกคือความรักที่ยิ่งใหญ่ ถูกบรรจุไว้ในความรักนั้น ชีวิตของพวกเขามีความหมายยิ่งใหญ่ แม้ว่าการลาจากจะมี และจากไป ดังนั้นก้อยและข้าวตู จะเป็นแค่สิ่งที่คอยประคับประคองแพ็คเกจแห่งประสบการณ์ต่อไป”