คำสาปจากอาณาจักรเวทมนตร์
ท้องฟ้าสดใสมีเมฆลอยอยู่บ้าง ขณะที่ฝูงชนในหมู่บ้านเสียงดังสนั่น ที่ตลาดยังคงคึกคัก มีการคุยกันเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเอซชายหนุ่มที่กลับมาจากเมืองใหญ่ เดินลงจากรถเก๋งที่หรูหรา ร่างท้วมสูงสง่า ศีรษะสู่งามสง่า หญิงสาวหลายคนจ้องมองเขาอย่างหลงใหล แต่เอซไม่ได้ให้ความสนใจกับใคร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แกกลับมาเร็วเกินไป” ลานาเพื่อนซี้พูดด้วยเสียงดัง เย้ยหยัน
“ออกไปเลย! ฉันมีงาน” เอซเงยหน้าตอบ ยิ้มให้เพื่อน แต่ตามความจริงแล้วเขารู้สึกอึดอัดเจียนข้างใน
เสียงรถจักรยานยนต์จากทางหลวงไกลออกไป เสียงเต้นของหัวใจเขากลับดังขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นเครื่องรางในมือของเขา มันคือคำสาป เขาถูกสาปให้ทำหน้าที่ปกป้องอาณาจักรที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ใช่แล้ว ฟาร์เรล อาจารย์ของเขาได้มอบภารกิจนี้ให้เพื่อให้เขาได้ปลดปล่อยครอบครัวจากความเศร้าโศกที่พรากครอบครัวของเขา แต่เขาต้องเดินทางไปยังป่าลึก
เอซสงบใจ แต่มันก็แฝงไปด้วยความตึงเครียด จะเป็นไปได้ไหมที่เขาจะเอาชนะคำสาปนี้ได้?
ในคืนวันนั้น เอซได้ไปหาฟาร์เรลที่บ้านหลังแออัด ของเขาเป็นบ้านไม้เก่า แล้วได้ยินเสียงกระดิ่งเตือนจากประตูไม้เก่าแก่
“อยู่ไหน!” เขาร้องเรียกเสียงดัง
นาทีถัดมา ฟาร์เรลยืนนิ่งอยู่ใกล้หลอดไฟสีเหลืองนวล ฝีเท้าของเขาเคลื่อนไหวช้าๆ ขมวดคิ้วขณะจ้องมองเอซ
“ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามา ทำงานของเจ้าที่เมืองใหญ่ดีกว่า” ฟาร์เรลพูดด้วยเสียงหนักแน่น
“แต่ครอบครัวของฉัน…” เอซเริ่มโต้แย้ง แต่คำพูดกลับติดอยู่ในลำคอ
ฟาร์เรลขยับเข้ามาใกล้ขึ้น “เอซ ถ้าท่านไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านต้องเผชิญ ท่านอาจจะนำความหายนะมาสู่ทุกสิ่ง”
ความรู้สึกผิดปกติหลั่งไหลเข้ามาในใจเขา การตัดสินใจที่จะปกป้องครอบครัวนั้นเป็นทางเลือกที่มีค่า
คืนถัดมา เอซมาที่ป่าลึก สถานที่น่าขนลุก ภายใต้แสงจันทร์ทองอร่าม ต้นไม้สั่นสะเทือนราวกับมีชีวิต
เสียงที่ดังจากความมืด เสียงลมกระโชกแรง เขาต้องตั้งใจให้แน่วแน่เพื่อลบล้างคำสาป แต่ต้องพบกับอีกความจริงที่ยิ่งใหญ่กว่า
เดินลึกเข้าไปทุกที เขาเริ่มมองเห็นภาพเก่าๆ อดีตของอาณาจักรที่เคยรุ่งเรือง ตอนแรกเป็นความหวานจางๆ ก่อนจะกลับกลายเป็นมืดมนสลัว
“กรุณา… ช่วยข้า” เสียงของใครบางคนดังขึ้นท่ามกลางความมืด เอซพยายามมองหาแหล่งที่มาของเสียง
“ใคร?” เขาร้องขอ แต่ไม่มีคำตอบ ตัวเขาเริ่มรู้สึกถึงการถูกมองจากสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้
ทางด้านหลังมีเงาเบลอรอยต่อเหมือนคลื่น น้ำเสียงหวานจนอึดอัด มันทำให้เขารู้สึกว่าไม่สามารถถอยกลับได้
“เจ้ายังไม่รู้ว่าเจ้าคือผู้สืบทอด” เสียงที่ช่วยเขารู้สึกทำให้เขาสงสัย
เขาไม่ต้องการถูกจองจำ แต่สุดท้ายเขาเลือกความฝัน แม้ว่าหนทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรค นั่นคือการเติบโตที่เขาต้องเผชิญ
ในค่ำคืนเดียวกันนั้น เอซแหวกว่ายยิ่งลึกเข้าไป เขาถึงกับได้ยินเสียงหลอน เสียงน้ำใสๆ ที่ไหลออกมา
จะมีองค์กรลึกลับอะไรในนี้กัน? ข้างในความทรงจำที่ลบเลือนไป ความจริงทำให้เขาต้องยืนและจำเป็นต้องเลือก
การต่อสู้ในใจเขาเกิดขึ้น รู้สึกเหมือนถูกตรวนให้ไม่กล้าหลีกหนี มันพยายามดึงเขาเข้าสู่ใจกลาง
“ไปอย่าให้ข้าต้องดึงเจ้า” เสียงดังตะโกนอีกครั้ง เสียงสะท้อนราวกับว่าเป็นการท้าทาย
สุดท้ายเขาพบวิธีเพื่อปลุกความกล้าและความสามารถจริงๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัว เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับคำสาปนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความใหญ่หลวงที่มืดมน แต่เขาก็ทำได้
เอซเริ่มตั้งใจที่จะกลับไปสู้คืนคำสาปที่สืบทอดมาในครอบครัว ประสบการณ์ที่ลำบากนี้จะทำให้เขาโตขึ้น
เมื่อเขากลับมาที่หมู่บ้าน ทุกคนมองเขาด้วยความเคารพ ความทรงจำของพ่อและแม่ทำให้เขารู้สึกเข็มแข็ง
“เอซ!” เสียงลานาดังก้องขึ้น“เจ้าคือผู้ที่ได้ผ่านการทดสอบ”
เขาเข้าใจว่าบทเรียนจากการเผชิญความกลัวจะจารึกอยู่ในใจตลอดไป พลังจากการเป็นผู้สืบทอดคือการปกป้องครอบครัว ทำให้เขามีพลังที่จะเผชิญกับความท้าทายต่อไป
สีหน้ายิ้มแย้มของเอซแสดงออกถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่ ถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนๆ และครอบครัว ทุกคนพร้อมจะเดินหน้าไปด้วยกันตามเส้นทางใหม่ที่ท้าทาย
ในขณะที่เขาหมุนตัวมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นรากฐานของตำนานใหม่ที่จะส่งต่อไปยังอนาคต แต่สุดท้ายเขากลับรู้ว่าคำสาปจะไม่จบแค่ที่เขาเท่านั้น