ความรักในเสียงเพลง
ในยามเย็นหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แสงไฟหลากสีสว่างไสวในย่านอโศก เสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ ไหลผ่านอากาศจากร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนถนนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยอึกทึกงดงามอิ่มเอมไปด้วยชีวิต ศิลปินหนุ่มชื่อ “ต้น” กำลังเล่นกีตาร์ ฝากชีวิตและความหวังของเขาไว้กับการแสดงในคืนนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะที่เขาหมุนเวียนเสียงหูฟังจากผู้ชม เขาก็สบตากับหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ “หน่อย” ที่นั่งอยู่มุมร้าน เธอมีดวงตาที่สดใสและรอยยิ้มที่ทำให้เขาหัวใจเต้นแรง คิดในใจว่าเธอคงเป็นคนที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ
“เพลงนี้ขอ dedicated ให้คุณนะ” ต้นกล่าวก่อนจะเริ่มเล่นเพลงโปรดของเขา เสียงเพลงดังกระจายออกไป และหน่อยก้มหน้าลงอย่างเขินอาย แล้วก็ฉีกยิ้มออกมา ทำให้ต้นรู้สึกมั่นใจขึ้น
หลังจากการแสดงจบลง ทั้งสองได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความฝันเกี่ยวกับดนตรี หน่อยอยากเป็นนักแต่งเพลง ส่วนต้นหวังจะขึ้นเวทีใหญ่ ทั้งคู่มีความอบอุ่นในดวงใจ ผ่านการแลกเปลี่ยนความฝันที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน และทันใดนั้นก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์ของหน่อยที่ดังก้อง
“ฉันต้องไปแล้ว” หน่อยบอกอย่างตื่นตระหนก เธอลืมเวลาที่กำหนดไว้กับแม่ให้กลับบ้านก่อนค่ำ ต้นรู้สึกอกหัก แต่ก็ให้กำลังใจเธอ ขอโทรศัพท์แลกเบอร์ และดูเหมือนว่าจะได้พบกันใหม่ในเร็ว ๆ นี้
ทุกวันหลังจากนั้น ต้นและหน่อยจะโทรศัพท์หากันและสนทนาระหว่างวันในขณะที่กำลังทำงานเพลงใหม่ ต้นมักจะบอกเรื่องราวชีวิตที่เขาเผชิญ และหน่อยก็แชร์ถึงความพยายามและแรงบันดาลใจในการเขียนเพลง
วันหนึ่งหน่อยได้สัมภาษณ์กับโปรดิวเซอร์ดัง แต่กลับมาหาเธอได้วันเดียว ก่อนหน้านั้นต้นไม่สามารถติดต่อเธอได้เลย เขาเริ่มหวั่นใจว่าเธออาจจะลืมเขาไปแล้ว วันนั้น เขาไปรอกันที่ร้านอาหาร แต่หน่อยไม่มีโอกาสมา
ทั้งสองเดินทางต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง หน่อยจบการศึกษาและยังพยายามตามหาความฝันในการทำเพลง แต่ในขณะเดียวกัน ต้นก็ทำงานที่ร้านอาหารและใช้เวลาหลังเลิกงานเล่นดนตรี Calle และเกิดเสียงร้องที่เป็นที่อยากให้คนฟัง
เวลาผ่านไป และวันนั้นก็มาถึง เมื่อต้นเตรียมขึ้นเวทีใหญ่ในงานปีใหม่ และมีกำหนดการที่จะเล่นเพลงเดียวกับหน่อยที่เธอได้แต่ง เธอจึงตัดสินใจที่จะมาหาเขาอย่างไม่คาดฝัน และส่งข้อความถึงเขา แต่ไม่เข้าระบบการสื่อสาร
ในคืนวันนั้น แสงสวยส่องประกายวันปีใหม่ทำให้ต้นกังวลใจ หน่อยอยู่ที่ไหนกันนะ? วินาทีนั้นกลางที่รับรู้ถึงทิศทางแห่งกรรม และความรู้สึกของตัวเองที่พลาดไป สามารถเป็นเขาได้หรือไม่? เสียงดนตรีลอยเริงรมย์ในความคิด ทำให้ต้นมุ่งมั่นขึ้นเวทีตอนนั้น
เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายและหน่อยกลับมาถึงในวินาทีสุดท้าย ต้นเล่นทุกอย่างออกมาอย่างสมบูรณ์ พวกเขาได้แต่งเพลงร่วมกันและมีการแสดงเรื่องราวผ่านบทเพลงคืนปีใหม่ในที่ที่เต็มไปด้วยคน เมื่อต้นเห็นหน่อยยิ้มให้เขาจากระยะห่างในตอนจบ ต้นก็สัมผัสได้ถึงความสำเร็จและก้าวข้ามสิ่งที่เคยทับถมอยู่ในหัวใจ
แต่ความรักไม่ง่าย เมื่อหน่อยพบกับข้อเสนอโอกาสครั้งใหญ่ ที่ทำให้เธอต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ เธอต้องตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งเพื่อความฝันหรือจะเดินต่อไปกับต้น
ความรู้สึกเริ่มร้าวระหว่างการเดินทางของเจ้าต้นกับหน่อย การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นและการเลือกเดินบนเส้นทางที่มีอุปสรรคคือบททดสอบที่พวกเขาต้องฝ่าฟันร่วมกัน ยิ่งสายลมพัดผ่านและลมที่มาเคลื่อนหัวใจให้หน่อยต้องการออกไป
ในคืนวันหนึ่งขณะที่ลมพัดแรง ต้นได้ยินเพลงของหน่อยจากห้องใต้ดิน เดินไปตามเสียงดนตรี เช่นเดียวกันความคิดในใจที่เต็มไปด้วยความหวัง ทำให้เขาประกาศัดเพลงหากไม่มีเธอ การสัมผัสคือทุกอย่างคือความรัก ยิ่งยากกว่าอะไร
กรุงเทพฯ สื่อสารเกี่ยวกับการตัดสินใจที่น่าสงสัย และยิ่งลึก ต้องหามให้ได้ว่าอะไรคือความสำเร็จของชีวิต อปุ๋ยที่遣โต้คลื่นกลางน้ำซึ่งรอดชีวิตได้ยาก และกลายเป็นแรงดันให้เกิดปัญหาร่วม สันนิษฐานได้ว่าเสียงดนตรีคือสิ่งสำคัญที่ยิ่งใหญ่
เหมือนกลับไปเริ่มต้นใหม่ ในคืนวันปีใหม่ วันหนึ่งที่มาผสมผสานอยู่ด้วยกัน ผ่านอ้อมกอดสมหวังแม้หลุดแล่นไป เป็นเวทีประสบการณ์ใหม่ไปพร้อมกัน ท่ามกลางเทียนที่ส่องเต็มไปด้วยความรักอีกครั้ง ความคาดหวังที่เล็กน้อยสามารถหมายถึงความรักและการรวมตัว
เมื่อการแสดงจบลง เสียงดนตรีจากร้านกาแฟเล็ก ๆ ยังคงเปล่งสีสันในความคิด ไม่ว่าความรักจะคาดว่าจะเกิดขึ้นแล้ว ขอโอกาสเป็นวงกลมสีของชีวิตอีกครั้งด้วยความพรั่งพร้อมและเป็นอยู่ในความสำเร็จของชีวิต