เงาในอดีต
แสงแรกของวันสาดส่องผ่านหน้าต่างของห้องเล็กในบ้านไม้เก่า ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอันเงียบสงบ ปล่อยให้เกิดเงาบาง ๆ บนพื้นไม้ที่หลุดลอก นาตาชาใช้เวลาในทุกเช้าที่นี่คิดถึงอดีตที่มักจะตามหลอกหลอนเธออยู่เสมอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นาตาชา…” เสียงของแม่ดังขึ้นจากห้องครัว “ทานข้าวเช้าก่อนจะออกไปนะ เรื่องที่นายคาเรนจะมานี่…”
เธอรู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัดเมื่อได้ยินชื่อของนายคาเรน ชายหนุ่มที่เคยเป็นรักแรกของเธอ และที่เธอพยายามจะลืมมาตลอดชีวิต “แม่คะ เขาไม่ได้มาที่นี่แล้ว” เธอตอบเสียงเรียบ แต่ภายในใจกลับวุ่นวาย
ในขณะที่นาตาชากำลังดื่มกาแฟ กลิ่นหอมของมันกลับทำให้เธอนึกถึงช่วงเวลาที่เธอและนายคาเรนเคยนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบด้วยกัน พวกเขาหัวเราะและแบ่งปันความฝันในอนาคต แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
“จูบฉันสิ นาตาชา” เสียงของนายคาเรนยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน นาตาชาจึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นริมทะเลสาบ ความเย็นสบายของลมทะเลช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย แต่ความรู้สึกวิตกกังวลยังคงอยู่
“คงไม่มีเขามาที่นี่หรอก” นาตาชาพูดกับตัวเอง แต่เสียงในใจกลับบอกว่าเธอหวังให้เขากลับมา
ขณะที่นั่งอยู่ที่ริมฝั่งน้ำ เธอมองไปที่ภาพสะท้อนของตัวเองในน้ำ กว่าจะรู้ตัว ก็มีใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังเธอ
“นาตาชา” เสียงที่คุ้นเคยเรียกเธอให้หันไป และเมื่อเธอเห็นนายคาเรนยืนอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกทั้งหมดพุ่งเข้ามาในหัวใจ
“นาย…ทำไมนายถึงกลับมา?”
นายคาเรนยิ้มให้เธอ แต่ดวงตาของเขากลับมีความเศร้าแฝงอยู่ “ฉันต้องการคุยเรื่องในอดีต”
ทั้งคู่เริ่มเดินไปตามริมทะเลสาบ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ความรู้สึกที่เคยมีระหว่างกันกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง
“ฉันเคยคิดว่ามันจบแล้ว” นาตาชาพูดเสียงเบา “แต่ทำไมฉันยังรู้สึก…”
“เพราะเรายังไม่ได้ปิดฉากมัน” นายคาเรนตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “เราหลีกเลี่ยงความจริง แต่มันยังคงตามหลอกหลอนเรา”
ระหว่างที่พูดคุยกัน ความทรงจำเก่า ๆ เริ่มเบียดบังเข้ามา ทั้งความสุขและความเจ็บปวดพุ่งเข้ามาในใจ ทั้งสองรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ยังคงมีอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
“หากเราไม่พูดถึงมัน เราจะไม่สามารถก้าวต่อไปได้” นาตาชาพูดเสียงสั่นเครือ
“ฉันรู้” นายคาเรนตอบ “แต่เราจะเริ่มจากไหนดี”
นาตาชาหยุดเดิน หันไปมองใบหน้าของนายคาเรน “เราเริ่มจากการให้อภัยกัน”
ทั้งคู่ยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การกลับมาเจอกันในครั้งนี้ทำให้พวกเขารู้ว่า ความรักและการให้อภัยเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิต
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า ทั้งสองคนยังคงยืนอยู่ด้วยกัน รอคอยการเริ่มต้นใหม่ที่อาจจะมาถึงในวันข้างหน้า