ระหว่างทางกลับบ้าน
คืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก เมืองเล็กที่มีแสงไฟหลากสีสันสะท้อนอยู่บนถนนเปียกแฉะนั้นดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาแปลกประหลาด นาวินยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แสงไฟจากรถยนต์ที่แล่นผ่านมาเป็นลักษณะคล้ายแสงดาวที่พร่างพราวในคืนมืดมิด เขาจ้องมองฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย ความคิดของเขาพาเขากลับไปสู่วันที่มีความสุขที่สุดในชีวิต เมื่อเขายังเป็นเด็กเล็กๆ ที่วิ่งเล่นกับมีนา เพื่อนสนิทที่เคยอยู่ข้างกันเสมอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นาวิน นายยังจำได้ไหม ตอนที่เรานั่งอยู่บนต้นไม้และสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” เสียงของมีนาดังขึ้นในความทรงจำ
นาวินยิ้มให้กับความทรงจำที่หอมหวานนั้น แต่แล้วก็รู้สึกถึงน้ำหนักบางอย่างในอก เขาเผลอถอนหายใจลึก ย้อนคิดถึงวันเวลาที่ผ่านไป ไม่นานหลังจากนั้น มีนาก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆ จางหายไปจนกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ดีในอดีต
เมื่อรถเมล์มาถึง นาวินขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังสุด เขานั่งมองนอกหน้าต่าง ขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก เสียงฝนกระทบกระจกทำให้เขารู้สึกผิดหวังและตกต่ำ เขาไม่แน่ใจว่าการกลับบ้านในครั้งนี้จะนำอะไรกลับมาให้เขาบ้าง
“ไปไหนมาครับ” เสียงของคนขับรถถามขึ้นทำลายความเงียบ
“กลับบ้านครับ” นาวินตอบเสียงเบา
“วันนี้ฝนตกหนักจริงๆ นะ” คนขับพูดต่อ “แต่บางทีฝนก็ดี มันทำให้เราได้หยุดคิดอะไรหลายๆ อย่าง”
นาวินพยักหน้ารับรู้ แต่ในใจของเขากลับรู้สึกขัดแย้ง เขาอยากจะหยุดคิด แต่ก็ไม่อยากให้ความทรงจำที่เจ็บปวดนั้นกลับมาหาเขาอีกครั้ง
เมื่อรถเมล์แล่นผ่านถนนที่เขาเคยเดินเล่นในสมัยเด็ก เขาเห็นบ้านเก่าที่ยังคงตั้งอยู่ ใบไม้เขียวขจีถูกน้ำฝนชะล้างจนสดใส เหมือนชีวิตที่เคยมีอยู่ในความทรงจำ นาวินหลับตาลงและนึกถึงมีนาอีกครั้ง วันนั้นที่พวกเขานั่งอยู่บนต้นไม้และหัวเราะด้วยกัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมามิตรภาพของพวกเขาไม่เคยลืม
ในที่สุดรถเมล์ก็มาถึงป้ายที่เขาต้องการ จังหวะที่นาวินเดินออกไป เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากบ้านที่รอเขาอยู่ข้างหน้า เสียงของแม่ดังมาจากในบ้าน “นาวิน กลับมาแล้วเหรอ?”
เขาเดินเข้าไปที่บ้านที่คุ้นเคย กลิ่นข้าวหอมกรุ่นลอยตลบอบอวนอยู่ในอากาศ แม้ภายนอกจะมีเสียงฝนตก แต่ภายในนั้นกลับมีความอบอุ่นและความรักที่แม่มอบให้เสมอ
“แม่ทำอะไรกินอยู่เหรอ” นาวินถาม ขณะที่นั่งลงที่โต๊ะอาหาร
“แกงส้มที่นายชอบไง” แม่ยิ้มและตักแกงใส่จานให้เขา
ในระหว่างที่นั่งทานอาหาร นาวินเริ่มเล่าเรื่องราวการทำงานในเมืองให้แม่ฟัง แม่ฟังด้วยความตั้งใจและถามคำถามอย่างใส่ใจ
“แล้วมีนาเป็นยังไงบ้าง” แม่ถามขึ้นอย่างคุ้นเคย
นาวินนิ่งไปชั่วครู่ เขารู้สึกเหมือนว่าเส้นทางระหว่างเขากับมีนายังคงอยู่ มันไม่เคยหายไปไหน
“เขาย้ายไปอยู่ที่อื่นตั้งนานแล้วครับ” เขาตอบเสียงเบา
“ถ้าเขาเป็นคนสำคัญ นายก็น่าจะไปหาเขานะ” แม่แนะนำ
นาวินรู้สึกถึงแรงกดดันในอก เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองมีความกล้าพอที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่
หลังจากทานอาหารเสร็จ นาวินช่วยแม่ล้างจาน และในขณะที่น้ำไหลผ่านนิ้วมือ เขารู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้นในใจของเขา
“นายคิดถึงมีนาไหม” แม่ถามอีกครั้งอย่างละเอียด
“บ่อยครับ” นาวินตอบโดยไม่คิดอะไร
“แล้วนายเคยลองติดต่อเขาบ้างไหม” แม่ถามต่อ
“ยังครับ ผมยังไม่กล้า” เขาตอบเสียงแผ่ว
แม่มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ “บางทีความกลัวอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสที่สำคัญในชีวิต”
คำพูดนั้นทำให้นาวินต้องหยุดคิด เขามองไปที่หน้าต่างที่มีฝนตกหนัก และในใจเขาเกิดความคิดใหม่ขึ้น เขาไม่อยากจะปล่อยให้ความกลัวควบคุมตัวเขาอีกต่อไป
ช่วงเช้าของวันถัดมา เมื่อตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงฝนที่ลดลง นาวินตัดสินใจว่าเขาจะลองติดต่อมีนา เขาใช้โทรศัพท์มือถือและค้นหาชื่อของเธอในโซเชียลมีเดีย ในที่สุดเขาก็พบและกดส่งข้อความไป
“สวัสดีมีนา นี่นาวินเอง” เขาพิมพ์ไปอย่างลังเล
แต่เมื่อกดส่งไปแล้ว เขารู้สึกโล่งใจเหมือนกับว่าตัวเองได้ปลดปล่อยความหนักใจที่อยู่ในใจออกไป ตอนนี้เขาได้ทำในสิ่งที่เขากลัวที่สุดแล้ว
ในขณะที่รอคำตอบ รู้สึกเหมือนกับเวลาผ่านไปช้า แต่ในที่สุดเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น “สวัสดีนาวิน! ฉันไม่คิดว่าคุณจะติดต่อฉัน”
หัวใจของเขาเต้นแรง เขาใช้เวลาสักครู่เพื่อคิดคำตอบ และในที่สุดก็พิมพ์กลับไป “ฉันคิดถึงเรา”
การสนทนาของพวกเขาเริ่มขึ้นอีกครั้ง เหมือนกับว่าเวลาที่ผ่านมาหายไปหมด ความรักและมิตรภาพค่อยๆ กลับมา อย่างช้าๆ
ในวันถัดมา นาวินตัดสินใจที่จะไปพบมีนา เขานัดพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาเคยไปด้วยกันในสมัยก่อน ระหว่างทางนาวินรู้สึกกังวลและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
เมื่อเขาเดินเข้าไปในร้านกาแฟ กลิ่นหอมของกาแฟและบรรยากาศที่คุ้นเคยทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข เขาเห็นมีนานั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน ใบหน้าของเธอยังคงสวยงามและสดใสเหมือนเดิม
“นาวิน!” มีนายิ้มและยิ้มให้เขา
“สวัสดีมีนา” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคิดถึง
ในขณะที่ทั้งสองนั่งพูดคุยกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆ กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ความทรงจำที่มีร่วมกันเริ่มถูกนำกลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
“ฉันคิดถึงวันที่เรานั่งอยู่บนต้นไม้” มีนาเริ่มพูด
“ฉันก็คิดถึง” นาวินตอบ และรู้สึกได้ว่าความรักที่เขาเคยมีให้กับเธอนั้นยังคงอยู่ในใจ
ตลอดทั้งวันนั้นพวกเขาใช้เวลาด้วยกัน พูดคุยกันเรื่องราวในชีวิตและแบ่งปันความฝันในอนาคต นาวินรู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม เขาได้ค้นพบตัวเองอีกครั้งในช่วงเวลาที่มีนาอยู่เคียงข้าง
ในคืนนั้น เมื่อฝนตกอีกครั้ง นาวินรู้สึกว่าการเดินทางกลับบ้านของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับบ้านทางกายภาพ แต่เป็นการกลับไปหาหัวใจของตัวเองที่เขาเคยหลงลืม การพบมีนาในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่ชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ขอบคุณนะที่ยังอยู่ที่นี่” นาวินกล่าวกับมีนาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เราจะไม่ห่างกันอีกต่อไป” มีนาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
คืนที่ฝนตกหนักนั้น นาวินรู้สึกเต็มไปด้วยความสุขและความหวัง เขารู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักและการค้นพบตัวเองอีกครั้งในโลกใบนี้ที่มีคนที่เขารักอยู่เคียงข้าง