สีที่หายไปจากโรงเรียน
เสียงระฆังเลิกเรียนยังไม่ทันดับ น้ำใสก้าวลื่นไปตามทางเดินด้านหลังหอประชุม กลิ่นสีและกระดาษเปียกยังติดอยู่ในอากาศ เธอเห็นผืนผ้าใบทิ้งกองอยู่ใกล้ม้านั่ง และตรงนั้นมีช่องว่างของฝาผนัง—ส่วนของภาพจิตรกรรมที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเช้าวันประกวด ถูกขูดลอกจนเห็นพื้นปูนเปลือย หยดสีสดๆ ติดนิ้วเธอ น้ำใสเอื้อมไปจับขอบผ้ากันเปื้อนของตัวเองแล้วหยิบเศษสเก็ตช์ที่ม้วนอยู่ในมุมมืดในใจหอประชุมนั้น เธอรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ แต่สิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวไม่ใช่ความกลัว—เป็นคำถามว่าทำไมใครสักคนต้องทำแบบนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใครทำแนวนี้ได้?” ชลเดินเข้ามาเสียงเบา แต่เสียงนั่นก็เหมือนหมัดต่อย น้ำใสเงยหน้าขึ้น เธอเห็นรอยตึงที่มุมปากและสายตาที่พยายามไม่สั่นไหว
“ไม่รู้อีกเหรอ…เต้หายไป” ชลพูดเหมือนได้ยินคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำใสล้วงม้วนกระดาษออกมาแล้วกระชับไว้ในมือ สเก็ตช์นั้นมีเส้นที่เต้ขีดแบบเฉพาะตัว เส้นที่เหมือนการหายใจของคนๆ หนึ่ง
เป้าหมายของน้ำใสในใจตอนนี้ชัดเจน—หาเต้ให้เจอ หาลายแทงที่เขาซ่อนในภาพ แต่ความขัดแย้งเริ่มจากคำตอบที่คนในชมรมปล่อยออกมา เธอรู้ว่าการเริ่มถามอาจทำให้เรื่องบานปลาย แต่ถ้าไม่ถาม เธอจะไม่รู้ว่าความจริงซ่อนอยู่ตรงไหน