เส้นทางลวงตา
ลมพัดกรรโชกผ่านร่องรอยของเมืองที่ถูกทิ้งร้าง มิวเดินเคี่ยวขณะมองดูซากอาคารสูงที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตและสีสัน ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงเศษซากแห่งความสูญเสีย ภายใต้แสงจันทร์ที่ซีดเซียว เงาของเธอสะท้อนอยู่บนผนังดินที่มีรอยฟกช้ำ ทุกก้าวที่เธอเดินเหมือนมีเสียงกระซิบเรียกหาอดีตเบื้องหลังสิ่งที่เธอพยายามจะลืม สี่ปีหลังจากการสูญหายของพี่ชาย มิวต้องกลับมาที่นี่เพื่อค้นหาความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นายจะทำอะไร?” เสียงของอาเมียร์ดังขึ้นจากด้านหลัง มิวหันไปพบเขายืนอย่างลังเลอยู่ที่ประตู อาคารที่สูงเท่าชั้นสองยังคงพอให้เห็นแสงจันทร์ลอดผ่านเข้ามา แต่บรรยากาศด้านในกลับเต็มไปด้วยความมืดมิดและแปลกแยก
“พี่ชายของฉัน… เขาเคยทำงานที่นี่ ข้อมูลเขาอาจจะยังอยู่” มิวตอบเสียงต่ำ ๆ ขณะก้าวเข้าไปในอาคาร ซากของความทรงจำค่อย ๆ ปรากฎออกมาผ่านภาพที่เธอเห็น ร่องรอยของการต่อสู้ มือของเธอสัมผัสไปตามรอยตำหนิบนพื้นไม้ สายตาของอาเมียร์มองตาม ราวกับทบทวนความเชื่อที่ถูกทิ้งไปแล้ว
“มิว ไปเถอะ นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเรา” เขาพูด พร้อมกับพยายามล็อตแขนเธอ แต่ดวงตาของมิวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ถ้านายไม่ช่วยฉัน ฉันจะทำคนเดียว” มิวพูดเสียงจริงจัง สายตาของเธอแข็งแกร่งเหมือนเหล็กกล้า อาเมียร์จึงเผลอไผลด้วยแรงดึงดูดที่ลึกซึ้ง
สองคนเริ่มเดินลึกเข้าไปในอาคาร มิวเลื่อนประตูเก่าหนัก ๆ และพบว่าข้างในเต็มไปด้วยเอกสารและของที่ถูกทอดทิ้ง สภาพห้องเต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นอับชื้น หลอดไฟที่เสียบระยิบระยับเหนือหัว หมุนไปมาราวกับเส้นด้ายคาดหวังการกลับคืนของชีวิต
ในเวลานั้นอบอวลไปด้วยความเงียบสนิท เสียงหายใจของพวกเขาคือเสียงเดียวที่ดังก้องอยู่ในอาคาร ที่มีแต่ผีของความทรงจำ “นายเคยอยู่ที่นี่ใช่ไหม…” มิวถามเสียงแผ่ว มันกลายเป็นเสียงสะอื้นที่เธอไม่สามารถกดกลั้นได้
“นั่นอยู่ในอดีตที่ฉันพยายามลืม” อาเมียร์ตอบ สายตาคมน่าเศร้า เขาอาจจะกลับมาเพื่อเยี่ยมเยือน แต่ภายในใจก็ยังเต็มไปด้วยอดีตที่เขาไม่สามารถปล่อยวางได้
บรรยากาศกดดันขยับเข้าหา เย็นยะเยือก สร้างสภาวะการเร่งรีบเป็นเหมือนการเดินถอยหลังในทะเลทราย บ้านทั้งหลังมีเสียงกรอบแกรบ ราวกับมีชีวิตที่วนเวียนอยู่
จากการเปิดค้นเอกสาร มิวเจอภาพถ่ายเก่า ที่มีพี่ชายและเพื่อน ๆ ในรายชื่อมากมาย แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือชื่อของพนักงานที่สูญหาย ซึ่งเขียนอยู่ในมุมด้านล่างของภาพ แม้กระทั่งภาพของพ่อและแม่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนก็คือที่นี่ ทุกอย่างดูเหมือนเป็นคำสาปที่ถูกผนึกไว้ อยู่ที่นี้
“ฉันไม่เชื่อว่าต้องค้างคืนที่นี่” อาเมียร์บอก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจหันหลังเดินไป ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาควรอยู่
“ให้นายไปคนเดียวก็ไม่ไหว” มิวประกาศอย่างเดือดดาล ในใจลึก ๆ เธอไม่สามารถยอมรับให้ชายคนนั้นจากไปได้ ความโกรธปะทุขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว “ช่วยฉันหาความจริงให้ได้”
“ความจริงมันเจ็บปวด” เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความข้องใจ “แล้วในเมื่อมันไม่มีอะไร ความเจ็บปวดนี้คนของนายจะอยู่ที่ไหน”
ที่หัวใจของมิว สัมผัสถึงการต่อสู้มาราธอนที่ต้องผ่าน …
“มาร์ค จะต้องมีวิธีอื่น” เสียงที่เธอได้ยินแล้วทำให้ฝันสลาย ไปไหนซักแห่งที่เป็นเรื่องจริง
เวลาผ่านไปนานพอสมควร และในที่สุดพวกเขาจึงพบร่องรอยของการต่อสู้ เมื่อเอกสารค่อย ๆ เผยให้เห็นว่าตอนนี้มีการปะทะกันทางอารมณ์ซ่อนเร้น
“อนาคตนายอาจจะมืดมน …” มิวเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นรอบตัวพูดสายตาผ่านกัน เมื่อมองในกระจกแตก มองดูความสับสนที่สะท้อนกลับ
“ใครทำให้ที่นี้เป็นเช่นนี้! ฉันจะต้องสืบสวน” สายตาของเธอห้าวหาญขึ้นจนได้ ขณะที่ประตูไม้เก่าที่จมปลักอยู่ในน้ำเย็นนั้นบดบังออกไป อย่างไรก็ตามความเงียบกลับล้อมรอบตัวพวกเขาอ่อนระโหย
“สุดท้ายแล้วมันจะสร้างสัญลักษณ์…” เป็นคำพูดที่ทั้งสองฟังชัดว่าเกิดขึ้นในเงามืดแปลกประหลาด นักสืบที่เก่งกว่ารู้หลักปรัชญา
เกิดการต่อสู้อันรุนแรงเพื่อคร่าความรู้สึก สัมถารความโอหังจากคนซึ่งถูกการทดสอบ
“สองคนร่วมมือจะช่วยไปได้ดี” มิวพูดก่อนจากกัน ปล่อยไว้ด้วยการที่หันหลังให้กันในบรรยากาศที่แปรเปลี่ยน ทั้งตัวของมิวกับอาเมียร์ ต่างพากันหวังว่าจะได้ค้นพบความจริงในสถานที่นี้
ความพลิกผันเกิดขึ้นในตอนกลางคืน ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เหยียบเข้าไปในที่ทำการ อาการเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นศัตรู” ตลอดเวลาที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในซอกในอาคารพวกเขาก็ได้เจอหน้าเพื่อนเก่า ความสัมพันธ์ที่ถูกทิ้งให้แก่ความทรงจำ
ที่นั่นมีการเปิดเผยความลับที่น่าตกใจ เกี่ยวกับคำสาปที่อยู่บนพื้นสะพานของ้องกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความรักที่ต้องห้ามได้เกิดขึ้น
เหตุการณ์พวกนั้นอาจมีความใหญ่โต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับมิวและอาเมียร์มีความเป็นชนวนควบคุม เมื่อพวกเขาได้ลงลึกถึงเห็นหัวใจของความเกิดขึ้นที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้
“หัวใจเราดีกว่า” มิวพูดเสียงทุ้ม แต่เกิดการที่ไม่สามารถทำใจให้ลืมคภัยใจเบาไว้อย่างที่ความหลอกลวงเองแต่เพียงอย่างเดียว
การต่อสู้ระหว่างคนที่ต้องการแก้แค้นและผู้ที่พยายามค้นหาความจริงอาจจะเป็นผลให้ความสัมพันธุ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป นักที่จะพยายามย้ายสู่ที่วันอาทิตย์ เพลิดเพลินของนามิกтердіңต้องกลับมาแต่งและส่งยายนสร้างสัญญาของศิลป์แต่พวกเขาทำให้คนไม่รู้จะพลาด
มิวต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ความรักอันยาวนาน เนื่องจากท้ายที่สุดมันกลายไปต้องมีการสอบสวนที่ย้อนกลับไปเพียงครั้งเดียว แต่การที่ต้องมีความรักในแสงจันทรสวมอยู่ที่ฤดูกาลนั้นคือมาถึงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในชีวิต
เหตุการณ์ที่หวนคืนมาในวันนั้นต้องมีขึ้นแต่จะมีคำตอบให้อยู่ที่ฉาก
ด้วยการสานเชื่อที่ในใจที่ทำให้เธอหนีไปจากสิ่งที่ดีที่สุด
สุดท้ายความมืดมิดระหว่างมิวกับอาเมียร์ ติดตามการต่อสู้ที่เขาต้องเผชิญแน่นอน ในบิ๊กแบงที่ตื่นตา ของมิวกับอาเมียร์จะสัมผัสกับสัญญาณโครงสร้างอดีตทำให้สิ่งที่เป็นจริงต้องหมดลงไป
ทั้งความรักและการสูญเสียได้สร้างขึ้นในยุคอันเข้มข้นเป็นแสงน้อยเหลือน้อยที่ไร้อะไรจะยืนจากเหตุการณ์อันอบอุ่น ที่จะระลึกถึงในวันอาทิตย์ก่อนย้ายไป
โดยมีคำสาปนี้นำพาพวกเขาเข้าสู่ภาวะที่ไม่มีใครรอดกลับ และความวุ่นวายเกิดขึ้นสำหรับตัวละครที่รอดชีวิตแล้วเป็นความรัก
การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องในช่วงสุดท้าย มิวพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักมีพลังมากกว่าการเติมเต็มและเธอและอาเมียร์ จะยังคงเดินหน้าสู่การเปิดเผยในสิ่งที่รอคอยอยู่