พื้นดินที่มองไม่เห็น
วันที่แดดจ้ามาเยือนหมู่บ้านเล็ก ๆ ผู้คนเริ่มงาน เงียบสงบปลุกเร้าเมฆที่ไม่ปรากฏในใจของเด็กหนุ่มชื่อพุทธ เขาหยั่งเสียงคิดอย่างตื่นเต้น ในขณะที่เสียงตะร้องของเป็ดในสระน้ำประปรายมาทักทาย.
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในท่ามกลางการฝึกฝนและหัดให้ชาวบ้าน ณ ตลาดเล็กกลางหมู่บ้าน จมูกของพุทธสัมผัสกลิ่นพริกและกะทิข้างกองผักสดใหม่ เขามองเห็นเหล่าผู้อาวุโสภูมิใจในงานผลิตของตัวเอง แต่ในใจของเขามันกลับจมอยู่กับการสูญเสียแม่. “ฉันยังไม่พร้อมที่จะอยู่ที่นี่” เขาพูดกับตนเองอย่างสงบ ในขณะที่ฝูงชนเริ่มเข้าแถวยาว.
เพื่อนบ้านผู้หญิงชื่อแนน หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาเดินเข้ามาหาเขา เธอสวมผ้าสีสดใส ดูเหมือนว่าจะเปล่งประกายแตกต่างออกไปจากความวุ่นวายในตลาด. “พุทธ! อย่าหมกมุ่นอยู่กับความเศร้าเลยนะ มาที่สวนของเราสิ!” เธอชวน เหมือนจะดึงเขาออกจากห้วงคำนึงของตัวเอง.
เมื่อเขาตัดสินใจตามเธอไป ยังสวนของชุมชน มีเสียงหัวเราะและเสียงดนตรีย้อนยุคตีกันอย่างชัดเจน. การเล่นเธอร้องเพลงนั้น ฟังดูชวนหวนนึกถึงความสดใสในวันเก่า ๆ อย่างไม่รู้ตัว พุทธรู้สึกเหมือนใจเขาเริ่มลอยกลางอากาศ.
ถึงแม้เขาจะพยายามสร้างมิตรภาพ เขาก็ยังเต็มไปด้วยความลังเล เมื่อทุกคนรู้ดีเกี่ยวกับครอบครัวของเขา ไม่มีความสุขในใจ แต่ไหนทีมันก็ยังไม่ใช่เวลาที่จะต้องกลับไป เขาเล่าให้แนนฟังถึงความรู้สึกของเขาไม่ง่ายเลย, “แนน มีคนบอกฉันว่าความทรงจำมันทำให้ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงติดอ่าง ย่นย่อความทุกข์.
แต่อนาคตกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด วันแล้ววันเล่า เขาค่อย ๆ รู้สึกว่าไม่นานหลังจากการเสียชีวิตของแม่ ความวุ่นวายในใจของเขาเริ่มเกี่ยวพันกับชุมชนที่อบอุ่น ต้องมีวันนึงที่เขาจะยอมให้ตนเองลืม. “เราไม่อาจจะหนีจากอดีต แต่เราสามารถก้าวต่อไปได้” แนนพยายามพูดเพื่อย้ำให้เขาได้ยิน.
ในที่สุดความสูญเสียได้ประทับใจเขา… ในระหว่างที่วุ่นวายวันหนึ่ง เขาตัดสินใจแข่งขันจัดสวนในงานประจำปีของหมู่บ้าน เพื่อต้องการพิสูจน์ว่าสามารถถ่ายทอดความรักที่แม่มีให้เขาสู่คนอื่น ๆ ได้ นอกเหนือจากการแค่เป็นเด็กที่ชื่อพุทธ. รากเหง้าผุดออกมาจากหลังเขา เพื่อสานสร้างเส้นทางในความฝัน ที่คิดว่าเขาจะสามารถนำพาความรักกลับคืนมาได้.
ถึงแม้การแข่งขันจะมีความดุเดือดหลังจากสถานการณ์คับขัน เกิดมีประเด็นบางอย่าง เต็มไปด้วยอารมณ์ เขาได้สัมผัสความสัมพันธ์ที่เคยผูกพันกันมายังก้าวข้ามความเจ็บปวดที่รื้อฟื้นขึ้น สัญลักษณ์จากสวนเพียงแห่งเดียวแท้จริงสามารถสื่อสารความจริงที่หลบอยู่ของความรักได้อย่างลึกซึ้ง.
สุดท้ายแล้ววันแข่งขันได้เกิดขึ้นและแสงจากพระอาทิตย์ตกกำลังวาดเฉดสีที่สวยงามไปทั่วสังคม มิตรภาพและความรักถักทอความเป็นหนึ่งเดียวซึ่งกันและกัน การแข่งขันกลายเป็นมากกว่าแค่การชนะ มันคือการเผชิญหน้าอย่างแท้จริงกับความสูญเสีย และการยอมรับความเป็นจริงที่มีอยู่…
จากจุดนั้น เราจึงได้เข้าใจของการมีชีวิตอยู่ เวลาจะพาเราเดินไปข้างหน้าเสมอ!”