คำสาปแห่งความคิดถึง
เช้าวันหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา นุ่น เด็กสาววัยสิบห้าปี ยืนอยู่หน้ากระจกเงาในห้องนอนที่เต็มไปด้วยแพนทรีของเล่นและตุ๊กตา นุ่นกำลังเป่าผมด้วยแปรง สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของการเริ่มต้นวันใหม่ แต่ในใจของเธอมีเปลวไฟแห่งความคิดถึงและความไม่มั่นคงอยู่เต็มไปหมด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เธอได้ยินเสียงแม่ของเธอเรียกให้มากินข้าว นุ่นสะดุ้งและรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง เมื่อเดินเข้าไปในครัว กลิ่นข้าวต้มฮือฮาอยู่ในอากาศ แต่ความรู้สึกอบอุ่นนั้นกลับแปรเปลี่ยนไปเมื่อเธอเห็นแม่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ทำท่าทางเหมือนคนไม่มีชีวิตชีวา
“แม่ ทำไมวันนี้แม่นิ่งจัง?” นุ่นถามเมื่อเห็นแม่มองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
แม่เงยหน้าขึ้นมอง “นุ่น วันนี้แม่รู้สึกเหมือนมีอะไรที่จำไม่ได้”
นุ่นชะงัก เมื่อนได้ยินประโยคนั้น สิ่งที่แม่พูดคือการสะท้อนของคำสาปในหมู่บ้านที่กล่าวถึง ซึ่งทำให้ผู้คนลืมความทรงจำสำคัญไปเรื่อยๆ
ในช่วงเวลาเดียวกัน ตรงข้ามกับบ้านของนุ่น มีเด็กหนุ่มชื่อ “มิว” ที่มีรอยยิ้มอบอุ่น เขามักจะช่วยนุ่นในการซ่อมแซมรถจักรยานที่ชำรุด โดยการแสดงออกที่แม้จะเงียบแต่เต็มไปด้วยการสนับสนุน
“เดี๋ยวฉันช่วยแกซ่อมเอง” มิวพูดเบาๆ ขณะที่เขาพยายามเลื่อนจักรยานขึ้นบนขาตั้ง
นุ่นมองมิวแล้วรู้สึกเหมือนว่ามีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านตั้งแต่ปลายนิ้วถึงหัวใจ แต่นุ่นไม่กล้าฟังเสียงของหัวใจตนเอง เธอรู้ว่าการเริ่มต้นความรักนั้นจำเป็นต้องระมัดระวัง ราวกับว่ามันจะถูกทำลายด้วยความทรงจำที่เธอยังไม่ได้ลืมจากอดีต
เมื่อเวลาผ่านไป ความลึกลับของคำสาปในหมู่บ้านทำให้เกิดความตึงเครียด นุ่นเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับคำสาปนี้จากผู้เฒ่าของหมู่บ้าน เพื่อค้นหาวิธีที่จะช่วยแม่ให้กลับมาเป็นปกติ
“นุ่น ความลับของคำสาปนี้เป็นอะไรที่ลึกซึ้ง หากแกต้องการช่วยแม่ ต้องค้นพบว่ามันเริ่มต้นจากไหน” ผู้เฒ่าพูด และน้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความลึกลับ
การสนทนานั้นทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้นุ่นออกเดินทางค้นหาความจริงในป่าสุสานที่มีเสียงของความคิดถึงฟังเหมือนจะกรีดร้องเมื่อมีคนผ่านมา เมื่อเข้าไปในป่า นุ่นมีความรู้สึกกลัวแต่ก็ต้องไปให้ถึงจุดหมาย
ในขณะที่ค้นหา เธอเริ่มพบกับความจริงของคำสาปและได้ย้อนกลับไปยังความทรงจำในวัยเด็กที่หวานบางครั้งแต่ก็เจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์วันเกิดของแม่ที่ลืมไปแล้วหรือเสียงหัวเราะของเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจออีกเลย
เธอต้องเลือกระหว่างความรักกับการทำให้แม่หายป่วย โดยในระหว่างนี้มิวได้เข้ามาช่วยนุ่นในทุกๆ ก้าว ที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้น
แต่เมื่อความคิดถึงเริ่มท่วมท้น จนทำให้คำสาปนี้ขยายใหญ่ขึ้น ความเป็นไปได้ที่จะหยุดมันเริ่มลดน้อยลง
คลื่นกระแสความหมายของการสูญเสียเริ่มทำให้ทุกคนในหมู่บ้านตระหนักถึงความรักและตัวคนเอง ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดที่มีจุดพีคในคืนหนึ่งที่มีการจัดเทศกาลซึ่งทุกคนมีโอกาสได้จำลองความทรงจำของตนขึ้นมาใหม่
ในช่วงเวลานั้น เมื่อนุ่นเลือกที่จะยืนอยู่ข้างมิว การลืมความสำคัญของความทรงจำกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาที่หลอมรวมความรักเข้าไว้ด้วยกัน
ท้ายที่สุด เมื่อพระจันทร์ส่องแสงสุกสกาวลงมาที่หมู่บ้าน คำสาปเริ่มถูกทำลาย และความทรงจำเริ่มกลับคืนสู่ทุกคน สิ่งที่นุ่นเรียนรู้คือการที่จะยอมรับการสูญเสียและเลือกที่จะจดจำความรักในทุกช่วงเวลาที่มีค่า
นุ่นและมิวยืนอยู่ต่อกัน ตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ไม่มีคำพูดใดจำเป็นในเวลานั้น” เราจะรักษาความทรงจำนี้” นุ่นยิ้มและพูดกับมิว”