ไฟกลางทะเลฝน
ฝนตกเป็นสายยาว ดังกระทบหลังคาบ้านโบราณที่ยืนหยัดอยู่หน้าท่าเรือ ถนนเล็กเส้นหนึ่งเปียกชื้นจนสะท้อนแสงไฟจากโคมแก้วสีเหลือง สายลมทะเลพัดพาเสียงเคล้าเคลีย กลิ่นไอน้ำเกลือและเศษสาหร่ายผสมกันจนมีกลิ่นเฉพาะตัวของบ้านเม็ดทราย ต้นยืนอยู่ใต้ร่มผ้าคลุมตัวเก่าที่มีกลิ่นควันไฟและสมุนไพร มือหนึ่งจับกระเป๋าสะพายที่ดูเหมือนจะบรรจุเรื่องราวทั้งชีวิตของเขา คืนนั้นกลับมาโดยไม่มีใครเชิญ แต่เขารู้สึกเหมือนได้นัดกับอดีต
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ต้นกลับมาแล้วจริง ๆ เหรอ” เสียงจากคนเฝ้าปากซอยดังมาพร้อมกับแสงไฟมาจากหน้าต่างบ้านข้างทาง ต้นพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร คนเฝ้ามองเขาด้วยสายตาที่คนในชุมชนใช้สังเกตคนต่างถิ่นมานานจนจำได้ว่าอคติและความหวังมักเดินคู่กันในชุมชนเล็กเช่นนี้
ต้นเดินผ่านหน้าร้านขายของชำที่มีผ้าพลาสติกแขวนกันฝนสาด เห็นนัยน์ตาของผู้คนพลันเงียบลง คล้ายทุกคนจับจ้องว่าเขาจะกลายเป็นเรื่องอะไรให้พูดคุยบ้าง คืนวันแรกที่เขาเดินกลับฝนยังกระหน่ำมากขึ้น แต่เสียงคลื่นไม่เคยปิดจริง ๆ มันเป็นแบ็คกราวด์ที่คอยกดบรรยากาศให้ลึกลง นัยน์ตาของเขามองหาบ้านเลขที่เก่า บ้านที่เขาออกจากไปเมื่อหลายปีก่อนกลับมีควันออกจากปล่องไฟ จังหวะหัวใจของเขาเต้นไม่ต่างจากตอนที่ขึ้นเรือเป็นครั้งแรกเพื่อหนีความผิดพลาดของตนเอง
ประตูบ้านเปิดออก เงาเล็ก ๆ ปรากฏเป็นหญิงวัยกลางคนที่ยังคงสวมผ้ากันเปื้อน เธอมองเขาจากบนบันได หน้าตาเชื่อมโยงกับอดีตของต้นได้อย่างเจ็บปวด “อ้าว ต้น มึงกลับมาจริง ๆ เหรอ” น้ำเสียงเธอไม่ได้ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูลงกับอดีตอย่างเด็ดขาด ต้นยิ้มแบบที่ไม่ถึงริมฝีปาก และตอบด้วยเสียงที่แหบแห้งไปจากการยับยั้งอารมณ์ “ครับแม่ ผมกลับมาแล้ว”
บ้านเม็ดทรายเปลี่ยนไปบ้างตามกาลเวลา แต่ยังคงองค์ประกอบเดิมๆ ที่ทำให้ความทรงจำจับต้องได้ เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ๆ โต๊ะตัวเล็กที่มีรอยขีดข่วนจากไม้เบสที่ครั้งหนึ่งเคยวางแผนการหนีออกจากที่นี่ โต๊ะข้างประตูมีกระป๋องใส่ก้อนถ่านและกาน้ำเก่า ๆ ที่ยังคงมีรอยคราบชา ต้นนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาเคยนั่งครั้งสุดท้ายก่อนจากลา ความหนักหน่วงของบรรยากาศทำให้หายใจติดขัด
“เป็นยังไงบ้าง แม่ถาม” ต้นมองหน้ามารดาด้วยความรู้สึกหลากหลาย วันเวลาทำให้ใบหน้าของมารดามีเส้นตื้น ๆ ของเวลา แต่สายตาเธอยังคงมีความเด็ดขาดแบบคนที่เคยรับผิดชอบมาก่อน เธอถอนหายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความสงบ “ก็อยู่ได้ แม่ทำกับข้าวทุกวัน รออยู่บ้างไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำอะไรต่อ ถ้าลูกคิดว่าคืนนี้จะมาหลับเอาไว้ตั๋วแล้วจากไป แม่บอกตรง ๆ ว่าที่นี่ไม่ใช่โรงแรม”
ต้นหัวเราะบาง ๆ เสียงนั้นลอยไปกับเสียงฝน เขามีสิ่งที่จะบอกมากมายแต่กลัวว่าคำจะพังทลายความสงบของคืนนั้นได้ เขาตั้งใจไว้แล้วว่าคืนนี้จะไม่ขออะไรเกินกว่าการยืนฟังและกลับไปคิด ทว่าเมื่อประตูบานหนึ่งเปิดออก ชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาดุดันปรากฏขึ้น เขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กของต้น ชื่อโหน่ง ผมยาวหยักศกเปียกชื้นจากฝน โหน่งมองต้นอย่างไม่เชื่อสายตาซ้ำแล้วซ้ำอีก
“ต้นจริง ๆ เหรอ มึงหายไปไหนมาสามปี” โหน่งถามด้วยน้ำเสียงกึ่งดุดันกึ่งดีใจ ต้นถอนหายใจตอบออกมาอย่างช้า ๆ “ผมไปทำงาน ไปใช้ชีวิต… แล้วก็มีเรื่องมากพอที่จะไม่กลับมาระยะหนึ่ง” คำพูดของเขาวางตัวเหมือนประตูที่เก็บปิดไว้ ด้วยความระแวงและสิ่งที่ยังไม่ถูกกล่าวออกมา
คืนที่ฝนพัดพาเรื่องอดีตมาสู่ปัจจุบัน ทำให้ต้นและคนรอบข้างต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่สะสมไว้ เขาเดินไปยังท่าเรือ ในมือมีซองหนึ่งที่เปียกชื้นจากฝน ซองจดหมายที่เขาเก็บมาเป็นเวลานาน รอยเขียนมือของคนหนึ่งที่เขาไม่มีวันลืม เธอชื่อฟ้า ครั้งหนึ่งเธอเป็นคนที่หัวใจเขาปล่อยให้บาดเจ็บและหลงเหลือแต่ความแปลกแยก ท่าเรือเงียบ ท่ามกลางเสียงคลื่นที่กระทบกับตอไม้และเรือประมงลอยลำอยู่ห่างออกไป
ฟ้ายืนอยู่ใต้โคมโบราณ เธอมีผ้าพันคอสีแดงพันรอบคอ มือของเธอถือโคมแก้วที่แสงสลัว มองมาที่ต้นด้วยดวงตาที่สื่อสารความทุกข์และความทรงจำที่หนักแน่น “ต้น” เธอเรียกชื่อนั้นด้วยเสียงที่ไม่สั่นเท่าไรแต่ก็มีความคงที่ ต้นก้าวเข้ามาใกล้จนเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของฟ้าทุกเฟรมมีรอยคล้ำแห่งคืนที่ไม่ได้หลับมานาน “ฟ้า ผมกลับมาแล้ว” เขาพูดเหมือนคำสาบาน
ฟ้าเงยหน้าขึ้น เธอหายใจเข้าออกช้า ๆ เงยหน้าท่ามกลางสายฝน เธอไม่ว่าอะไรต่อคำพูดแรกของเขา แต่ถามด้วยความเย็นชา
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: โรแมนติก,ดราม่า,ลึกลับ,ชุมชน,ทะเล,ฝน