โปรเจกต์ใหญ่ของคนชอบทำให้คนสบายใจ
เสียงสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์ของภามดังขึ้นตรงกลางคลาสวิชาออกแบบเสียง เขามองตัวเองในกระจกเล็กที่ติดอยู่ด้านข้างโต๊ะแล้วกลอกตาอย่างขอโทษก่อนจะลุกไปข้างหน้าเพื่อพูดนำเสนอผลงานสุดครีเอทีฟของทีมที่ทำเมื่อคืน ตอนที่เขาพูดอยู่ ใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมกระตุกเล็กน้อยเพราะพวกเขาเพิ่งรู้ว่าผลงานตัวเองมีเสียงเป็ดโพล่งอยู่ตรงกลางที่เขาใส่เข้าไปเพื่อ ‘ทดสอบสมาธิผู้ชม’
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอ้า เริ่มได้เลย ภาม” เมธา เพื่อนสนิทที่สายตายังขุ่นเพราะนอนน้อย มองเขาด้วยท่าทีเหมือนจะเตือน แต่ก็รู้ว่าห้ามไม่ได้
“ขอบคุณครับ… วันนี้พวกเรานำเสนอโปรเจกต์ ‘คลื่นหัวเราะ’ ซึ่งจับเอาเสียงที่คนไม่ค่อยได้ยินมาเล่าใหม่—”
เสียงหัวเราะกลุ่มเล็ก ๆ รอบห้องดังขึ้นไม่ใช่เพราะมุก แต่เพราะใครบางคนล้วงมือถือแล้วเห็นโพสต์ที่แอคเคานต์ของชมรมทดลองเสียงแอบทำไว้เมื่อคืน ภาพล้อเลียนที่ทำให้คนสงสัยว่าในงานชิ้นนี้จะมีแขกรับเชิญพิเศษ
“เฮ้ ภาม คนไหนมาร่วมตัดสินด้วยเหรอ?” หมิว หญิงสาวคม ๆ จากชมรมภาพเคลื่อนไหวยกมือถามด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะพิสูจน์
ภามหัวเราะแห้ง “อ๋อ… คือว่า… มีคนบอกมาว่า… เอ่อ… ไม่น่าเชื่อแต่เขาอาจจะมานะครับ”
คำพูดแปลก ๆ ของเขาไปเจอหูอาจารย์กัลยา ที่ยืนอยู่ท้ายห้องพร้อมท่าทีอยากรู้ อาจารย์ยกคิ้วอย่างฉงน “ใครมาล่ะ ภาม?”
ฉับพลันความคิดแวบเดียวผุดขึ้นในหัวภาม เขาอยากให้ทุกคนชื่นชมผลงาน กลัวจะทำให้ชมรมเสียหน้า ถ้าบอกความจริงว่างานเล็ก ๆ แบบนี้ไม่มีใครสนใจ เขาจึงเผลอปากไวที่สุดในชีวิต
“ศิษย์เก่า…คนนั้น…เป็นที่ยอมรับกันในวงการสื่อสร้างสรรค์ครับ อาจจะมาสอน แนะแนว…” ภามพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มันฟังหนักแน่น แต่ในใจเขารู้ว่ามันเป็นคำโกหก
เสียงเฮเบา ๆ จากเพื่อน ๆ กระจายออกมา เมธาเบะปาก แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะเขารู้จักภามดีเกินกว่าจะไปล็อกประตูปากของเพื่อน
หลังคลาสจบ ภามถูกรายล้อมด้วยเพื่อน ๆ ของชมรมที่มองเขาเหมือนเจ้าของราชกิจสำคัญ
“จริงเหรอ ภาม ใครล่ะ ใครจะมาจริง ๆ บอกมาเถอะ” เล็ก หนุ่มผู้เป็นนักเทคนิคคอมฯ เรียวเสียงกระสับกระส่าย
“เดี๋ยวก่อน…ฉันบอกให้เขาออกสื่อไม่ได้หรอก แต่เท่าที่รู้…เขาเป็นคนที่ทำโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ให้เทศกาลแนวทดลอง…” ภามพยายามต่อเรื่องให้รายละเอียดสมจริง
หมิวยืนฟังด้วยความไม่ไว้วางใจ “ภาม เธอคุยกับใครบอกมา ไหนดูสิข้อความ”
ภามเม้มปาก เริ่มรู้สึกว่าคนเริ่มขยายเรื่องไปไกลเพราะคำพูดของเขา แต่ถ้าตอนนี้ถอยกลับ ความน่าเชื่อถือของเขาจะไม่เหลือเลย เขาหยิบมือถือขึ้นมาทำเป็นเปิดหน้าจอที่ไม่มีข้อความใด ๆ
“เอาเป็นว่า…เราต้องทำงานให้พร้อม ถ้าเขามาจริง ๆ งานของเราต้องเป๊ะ จะได้ไม่อาย” ภามยิ้มอย่างที่พยายามรักษาหน้า
เมธาหยิกแขนเขาเงียบ ๆ “อย่าให้ฉันต้องทำคาถาไล่ผีให้เธออีกนะ ภาม”
คืนวันนั้นข่าวลือแพร่ออกไปเหมือนคราบน้ำมันบนผ้าเช็ดหน้า พวกนักศึกษาลงชื่อสมัครเข้าร่วมงวดกิจกรรมชมรมแปลก ๆ ที่ชื่อ ‘ทดลองเสียงและภาพ’ ผู้คนอยากเห็น ‘ศิษย์เก่า’ ที่ภามพูดถึงโดยไม่มีชื่อจริง ๆ แต่ความอยากเห็นก็ทำให้เรื่องซับซ้อน
สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นจนห้องซ้อมแน่นขนัด ป้ารื่น ผู้หญิงวัยกลางคนที่ขยันเป็นพิเศษในเรื่องการเป็น ‘ผู้ให้ทุน’ มาพบกับภามด้วยสายตารูปแบบหนึ่ง—สายตาของคนที่คอยส่องหาจุดที่จะลงทุน
“เด็กหนุ่ม ฉันได้ยินมาว่าชมรมของพวกเธอกำลังจะมีคนดังมา” ป้ารื่นกล่าวเสียงแข็งแต่มีประกายตาเป็นประกายความตื่นเต้น
“ใช่ครับ ป้ารื่น แค่…แค่ข่าวลือก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว” ภามตอบด้วยท่าทีที่หวังจะไม่ทำให้ป้ามาผิดหวัง
ป้ารื่นยิ้ม “งั้นฉันจะช่วยสนับสนุน ค่าเช่า อาหารบางส่วน ให้ถ้าพวกเธอออกแบบงานที่ ‘สะท้อนเสียงของเยาวชน’ ได้จริง ๆ”
ฟังดูเหมือนฝัน แต่ภามรู้ดีว่าฝันนี้สร้างมาจากคำโกหกของเขา เกิดความรู้สึกแปลก ๆ ระหว่างความภูมิใจและความตระหนก ความภูมิใจเพราะมีใครเชื่อ แต่ความตระหนกเพราะไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงที่ถูกพูดถึงเป็นใคร
สัปดาห์ต่อมา ทีมต้องจัดประชุมใหญ่เพื่อแปลงข่าวลือเป็นงานที่จับต้องได้ หมิวรับหน้าที่ออกแบบภาพ เล็กจัดเสียง เมธาดูแลโลจิสติกส์ ส่วนภามรับหน้าที่ ‘ประสานงาน’ ซึ่งจริง ๆ คืองานที่มีทั้งถูกคาดหวังและต้องหาจุดยืน
“เราต้องมีธีมที่ชัดเจน ถ้าไม่มี ใครจะจดจำ” หมิวพูดเสียงเข้ม
“แล้วถ้าคนดังไม่มาจริง ๆ เราจะทำยังไง” เล็กถามด้วยเสียงหวั่น ๆ
ภามเงียบไปสักครู่ก่อนตอบ “เราทำงานให้มันดีที่สุดเถอะ ถ้าเขาไม่มา อย่างน้อยเราจะได้พิสูจน์ตัวเอง”
คำตอบของเขาฟังดีแต่ภายในเขารู้ว่าการไม่บอกความจริงซ่อนปัญหาไว้เหมือนไข่ที่รอวันจะแตก
ความวุ่นวายเพิ่มขึ้นเมื่อมีประกาศจากฝ่ายกิจการนักศึกษาว่าเทศกาลประจำมหาวิทยาลัยปีนี้จะมีการคัดเลือกชมรมที่มีโปรเจกต์สร้างสรรค์เพื่อรับทุนพิเศษ หน้าประกาศนั้นมีหัวข้อหนึ่งเขียนว่า ‘แขกรับเชิญพิเศษจะเข้าร่วมตัดสิน’ ถ้อยคำที่ภามเคยพูดกลายเป็นตัวเร่งให้หลายฝ่ายอยากเห็นความใหญ่โต
คนในชมรมเริ่มหาคนมาร่วมงานเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ในความฉุกละหุก พวกเขาพบ ‘ต้น’ นักแสดงละครเวทีชั้นปีสี่ที่หน้าตาโดดเด่นและมีสไตล์การพูดแบบโอเวอร์ แอ็คติ้งที่เขาแสดงออกดูเหมือนจะทำให้คนเชื่อได้ว่าเขาคือตัวแทนของศิษย์เก่า
“เธอคิดจริงจังไหมว่าต้นจะช่วยได้” เมธาหลังประชุมพลางมองต้นอย่างพินิจ
ต้นทำหน้าเหงา “ผมไม่ใช่ปลอมตัวเพื่อหลอกคนหรอกนะ แต่ผมเป็น ‘นักแสดง’ ที่พร้อมจะยืนอยู่บนเวทีและบอกความจริงทางศิลปะ”
ภามลังเล แต่เห็นว่าการให้คนเป็น ‘นักแสดงรับเชิญ’ คงจะช่วยเยียวยาความคาดหวังได้ชั่วคราว เขาเลยพูดในใจว่า “เอาวะ ลองดู”
เมื่อจ้างต้นมาเป็น ‘แขกรับเชิญ’ แบบไม่เป็นทางการ เพื่อให้ภาพรวมของงานดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ต้นไม่แค่สวมบทบาท เขาเตรียมประวัติที่ละเอียด บทความสั้น ๆ ที่ดูคล้ายบทสัมภาษณ์ และคำพูดประจำตัวที่เสียงหนักแน่นเหมือน
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: มหาวิทยาลัย, ความเข้าใจผิด, คอมเมดี้, Coming of Age, เพี้ยน