ความรักหล่นอยู่นี้
เสียงนกร้องดังอยู่ในเช้าวันเสาร์ที่สดใส ขณะที่โคราช บ้านเกิดของกันต์หลังจากที่ห่างหายจากที่นี่เกือบสิบปี สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้าน กลับกลายเป็นสิ่งแวดล้อมใหม่เมื่อวิวทิวทัศน์กลับถูกปกคลุมไปด้วยความทันสมัยเข้ามา แม้ว่าสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนไป แต่ความอบอุ่นของหมู่บ้านนี้ยังคงอยู่ ป้ายที่เขียนว่า ‘ยินดีต้อนรับสู่บ้านนาดำนา’ สะท้อนความรักของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างดี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กันต์นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่เก่า แต่แน่นหนาขับพาตัวไปตามถนนลูกรัง เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเมื่อเขาก้าวเข้าสู่ชุมชนที่คุ้นเคย เขารู้สึกถึงกลิ่นไอดินที่เปียกชื้นมาจากน้ำที่เพิ่งนำไปรดต้นข้าว
ที่มุมถนน มีหญิงสาวนั่งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีเพื่อนๆ เล่นกัน เธอคือแนน สาวน้อยที่เคยเป็นเพื่อนเล่นของกันต์เมื่อวันวาน แม้เวลาจะผ่านไป แต่รอยยิ้มของเธอกลับยังคงสดใสเหมือนเดิม เหมือนขอนไม้ลอยน้ำที่ยังมีชีวิตอยู่ในใจ
“กันต์!” แนนตะโกนด้วยความดีใจ เธอลุกยืนขึ้น พลางวิ่งเข้ามาหาเขา นัยน์ตาของเธอส่องประกายเหมือนแสงดาวที่ทออยู่บนผิวน้ำ กลิ่นของดอกเฟื่องฟ้าเติมเต็มอากาศรอบตัวทั้งสองเมื่อได้ใกล้กัน เช่นเดียวกับความทรงจำที่กลับมาถาโถมจิตใจของกันต์
“นี่แก! เป็นไงบ้าง?” แนนถามพลางหัวเราะ ชวนเขานั่งลงบนพื้นดิน
“ก็ดีครับ สบายดี” กันต์ตอบเอียงคอเล็กน้อย รู้สึกถึงความประหม่าในแผ่นหลัง
ในค่ำคืนกรุ่นอบอวลด้วยเสียงของคนเลี้ยงสัตว์และกลิ่นข้าวสวยที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วหมู่บ้าน ทั้งสองแลกเปลี่ยนเรื่องราวในช่วงเวลาที่แตกต่าง ยังไม่ทันจะรู้ตัวว่าตนเริ่มก้าวเข้าสู่บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นในความสัมพันธ์เก่า
หลังจากได้พบกันทุกๆ วัน แนนชักชวนกันต์ไปที่ทุ่งนาเพื่อช่วยอย่างง่ายๆ ช่วยกันเก็บเมล็ดข้าว ความเป็นเพื่อนในวัยเด็กกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความมีชีวิตชีวาเหล่านั้นได้เติมพลังให้กับกันต์ที่เริ่มที่จะตั้งคำถามกับชีวิตในกรุงเทพฯ ที่เคยเขาตัดสินใจเลือก หลังจากที่ต้องเผชิญกับความวุ่นวายในเมืองใหญ่
ในระหว่างการสนทนา ความกลัวในใจของทั้งคู่เริ่มจะปรากฏออกมา แนนเล่าให้ฟังถึงความฝันของเธอในการเรียนเพื่อกลับมาพัฒนาหมู่บ้าน แต่ความจริงคือครอบครัวของเธอกำลังประสบปัญหาการเงินซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่รู้จะหาทางออกได้อย่างไร
คืนหนึ่ง แนนไปทำซุปไก่ให้กับกันต์ หลังจากเก็บความรู้สึกที่ไม่ยอมพูดออกมา แนนพูดบอกว่า “กันต์ ฉันยังจำได้ทุกอย่างเวลาที่เราเล่นกัน” ทำให้กันต์รู้แต่เหมือนในใจเขามีความรู้สึกที่จะต้องปิดบังเรื่องราวความรักครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขากลับมีความสุขในทุกๆ ช่วงเวลาเมื่อหล่อหลอมชีวิตให้เป็นหนึ่ง
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ปัญหาเดิมหนักอึ้งขึ้น เมื่อแม่ของแนนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น การเติบโตของชีวิตเริ่มเห็นได้ชัด และกันต์เผชิญกับทางเลือก Frustration ชนิดที่ไม่ครบคำ
เมื่อถึงวันที่เขาต้องกลับไปกรุงเทพฯ อารมณ์ภายในใจชัดเจน เขาทราบดีว่าความรักที่เขาเห็นในแนนไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่การเติบโตในความรักระหว่างทั้งคู่ชัดเจนยิ่งขึ้น
คืนสุดท้ายก่อนที่กันต์จะกลับ เขาอาสาไปส่งแนนที่บ้านการจราจรหนาแน่น บรรยากาศจึงเหมือนคล้ายกับในหนัง ขณะที่กันต์พยายามพูดคุยกับแนนแต่กลับไม่มีคำใดออกมาทันเวลา ทั้งคู่ได้ยินเสียงหัวใจของตนเองอย่างเด่นชัด
แนนตัดสินใจหยุดรถเพื่อมองหน้าเขา “กันต์…เธอจะกลับมาใช่ไหม” ต้องการทราบพร้อมกับสีหน้านิ่ง ดวงตาของเธอมีเรื่องราวแน่นคลี่คลายในสายตา
“จะกลับมาเสมอ” กันต์ตอบรับกลับไปด้วยความหนักแน่นในใจ อาจไม่ได้มีความมั่นใจเพียงแค่ในคำ แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าความรักที่เขาได้สร้างขึ้นนั้นทำให้ชีวิตของแต่ละคนยั่งยืนยิ่ง
เดินทางกลับกรุงเทพฯ ราวกับว่าได้นำความสุขกลับไปด้วย ในห้วงเวลาใหม่และกับความจริงใหม่ที่เกิดขึ้นกับคนหลายๆ คน ต้องฟันฝ่าอุปสรรคความคิดเห็นต่างๆ สู่ความสำเร็จของความรัก และความรักนั่นเองที่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน มันก็ยังคงอยู่อย่างสวยงามอยู่ในใจของกันต์ และแนน ที่มีวันกลับมาพบกันอีกแน่นอน