เกาะร้างที่ไม่มีวันลืม
แสงแดดส่องสว่างเจิดจ้าผ่านกิ่งไม้เมื่อเรือข้ามฟากล่องเล็กนำผู้โดยสารมายังเกาะร้างในวันเสาร์หนึ่งที่มีอากาศอบอุ่น มณี หญิงสาวผู้มีใบหน้าละมุนอยู่กลางวงล้อเธอใช้เวลาหยิบกล้องถ่ายภาพไปรอบ ๆ ทั้งป่าเขาและทะเล แสงสว่างกระทบออกไปทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ก็คิดว่าจะได้พักผ่อนเต็มที่ แต่พอมาเห็นที่นี่แล้ว ก็รู้สึกว่าอยากเก็บภาพทุกอย่างไว้” มณีพูดกับตัวเองและหันไปมองภูเขาที่สูงตระหง่านอยู่ติดตา
ข้าง ๆ เธอ เสือ หนุ่มในวัยเดียวกันที่ดูน่าสนใจเหมือนชายหนุ่มในนิยายลึกลับนั่งอยู่ในท่าไขว่ห้าง เขามักจะพูดน้อยและมักจะวิเคราะห์รอบตัว มณีมักรู้สึกว่าสำหรับเขาแล้ว เธอเหมือนศิลปินในภาพที่เขาต้องการจะจดบันทึกไว้
“อยู่ที่นี่มีแต่ความเงียบงั้นเหรอ” เสือถามเสียงเบา ความน่าเชื่อถือของเขาที่ทำให้มณีชอบคิดจะตอบ แต่กลับรู้สึกอึดอัดตอนจะพูด
“คงจะมีบ้าง แต่ไม่มากหรอก” มณีส่งยิ้มให้เขา ทั้งสองกำลังสำรวจเกาะไปพร้อม ๆ กัน ก็สามารถรู้จักกันได้ดีว่าต่างคนต่างซ่อนอะไรไว้
ในขณะที่พวกเขาดำเนินการตามประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่ล้อมรอบ ความลับที่มีของแต่ละคนเริ่มเผยให้เห็น โดยทั้งสองเลือกที่จะไม่เปิดเผยมากไป
วันแล้ววันเล่าที่พวกเขาอยู่บนเกาะพัฒนาความสนุกสนาน บางวันก็มีการเล่นน้ำทะเล บางวันก็ลงไปทะเลลึก อาจจะมีช่วงเวลาที่หยุดอยู่ในพายุอารมณ์ แต่อาจจะเปลี่ยนใจเมื่อได้เห็นทั้งสองยิ้มอยู่ด้วยกัน
วันหนึ่งขณะนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่หาดทรายมณีพูดขึ้น “ถ้าวันหนึ่งเราต้องจากไป เราจะทำอะไร”
เสือคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบเธอ “ในทุกปลายทางมีความหมายและการจากไปก็มีความคิดถึง นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เราเติบโต” เสียงของเขาหมายถึงอะไรบางอย่างที่เขาเข้าใจ แต่ไม่พร้อมเปิดเผย
จุดTURNING POINT มาถึงเมื่อทุกคนในเกาะรู้ดีกว่าเมื่อเรือข้ามฟากจะออกจากเกาะพรุ่งนี้ วันสุดท้ายที่น่าตื่นเต้น ความคิดและความสัมพันธ์เริ่มหลอมรวม ความลับถูกเปิดเผยเมื่อมณีรู้ว่าเสือเป็นคนที่มีญาติชาวประมงที่เคยทำให้ความเครียดบีบคั้นกับเขามาก่อน
“ฉันเกลียดการที่คนมองฉันแค่เป็นลูกชายของนักประมง” เสือพูดเสียงต่ำ มณีรู้สึกมีความการชัดเจนมากขึ้น ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะนำไปถึงการทำอันตรายให้ชีวิตกันหรือไม่
เมื่อทั้งคู่พยายามความเข้าใจ ความไม่แน่ใจเริ่มเกิดขึ้น แต่นั้นกลับทำให้ความรักของพวกเขาลึกซึ้งขึ้น ภายในคืนสุดท้าย เสือรู้สึกว่าเขาอยากจะจีบมณี แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกลัวที่ต้องจากล่ากัน
บนชายหาดที่เต็มไปด้วยทรายและแสงดาว พวกเขาได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้สึกและคำบอกเล่าอย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้แม้ว่าทั้งสองจะมีความลับแต่พวกเขาสามารถเข้าใจกันได้ดีจนรู้สึกว่ารักกันอาจจะคือเหตุผลที่ไม่เคยจากไปเลย
“ถ้าวันนั้นมาถึง เราจะกลับมาที่นี่กันอีกไหม” มณีถามขึ้น ในarken slanting light ที่ยับยั้งลมหายใจอยู่ในอากาศ
“ตลอดชีวิต” เสือพูดยิ้มเมื่อแสงเริ่มตกอยู่
ท้ายที่สุด จุดสุดยอดของอารมณ์มาถึงเมื่อมณีต้องจากไป เสือจึงพูดว่า “เพื่อนเราอาจจะยังอยู่” แต่มณฑีก็เลือกที่จะเก็บความรักไว้ในความทรงจำริมเกาะแห่งนี้ ทั้งสองหันหลังให้กันไปอย่างช้าๆ ในค่ำคืนที่มีแต่ความเงียบลอดลมผ่าน
เมื่อเรือออกจากเกาะในจังหวะที่ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปข้างหน้า มณีพยายามจดจำวิถีที่สุจริตของชายหนุ่ม และคำพูดที่ยังคงเป็นตราบาปในหัวเขา ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองเกาะเป็นครั้งสุดท้าย เสือก็ยังคงยิ้มเล็กน้อยให้ความทรงจำนี้
ท่ามกลางแสงสลัว เค้าโครงการจิตวิญญาณที่คนรักกันถึงแม้จะต้องแยกจากกัน แต่ยังคงรักกันอยู่ในหัวใจ”}}]} עצמי 🍂 ✍️