แสงสุดท้ายที่เกาะร้าง
แสงแดดส่องสว่างที่ทะเลอันสดใส ขณะที่เสียงคลื่นซัดหาดแนมเข้าหาฝั่ง ชะตากรรมไม่ได้เล่นตลกให้ กานต์ นักศึกษาแพทย์สาวมีโอกาสกลับบ้านง่าย ๆ เมื่อเครื่องบินที่เธอโดยสารไปสัมมนาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เธอลงจอดฉุกเฉินบนเกาะร้างแห่งหนึ่งและต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นี่คุณ…!” เสียงที่ดังขึ้นคือศิลา ชายหนุ่มที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้มานานแล้ว เขาเป็นชาวประมงที่มีชีวิตสงบแต่มักปิดบังความขัดแย้งในตัวเขาไว้ในใจกระนั้น
“ช่วยฉันด้วย!” กานต์ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ศิลากลับไม่สะทกสะท้าน เขามองเธอด้วยแววตาเฉยเมยในขณะที่เสียงคลื่นเริ่มดังขึ้นเป็นระลอก กานต์รู้สึกหดหู่ใจ แต่ก็ต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด
“ทำไมต้องช่วยด้วย? คุณจะไปไหนก็ไป แต่ถ้าคุณไม่รู้จะรอดเอง ฉันไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้อง” ศิลากล่าวก่อนจะหันหลังกลับเดินไปอีกทาง
การมีชีวิตรอดบนเกาะนี้ไม่ง่าย กานต์เริ่มเรียนรู้พื้นฐานการหาอาหารและการใช้ชีวิตในป่า ค่อย ๆ ปรับตัวกับสภาพแวดล้อม ในขณะที่เธอพยายามทำความเข้าใจกับศิลาที่ไม่เต็มใจหวานไปด้วยกัน
วันหนึ่งขณะเดินทางไปในป่าหามเห็ด กานต์ได้พบกับศิลาอีกครั้ง เขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่และดูเศร้า
“ถ้าคุณทำแบบนี้ก็ไม่น่าจะเลิกกันได้” กานต์พูดด้วยเสียงเบา “เราต้องช่วยกัน” ศิลาหันมามองเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“ฉัน…ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ที่นี่” เขาตอบแล้วเงียบไป
กานต์ยิ้มให้เขาแต่ก็มีน้ำตาคลอเบ้าในขณะนั้น ไหนจะผู้นำกลุ่มนักล่าสมบัติที่ติดต่อมาหาเขาอยู่ตลอด
เมื่อทั้งสองเริ่มผูกมิตร กานต์ก็ค้นพบว่าเขาเคยมีชีวิตที่ดีและมีความรักที่พร้อมจะทำให้เขามีอนาคต แต่ด้วยเหตุแห่งความจำที่หายไป ศิลาจึงปิดกั้นตัวเองออกจากทุกคน
ทุกวันที่แสงอาทิตย์ส่งท้ายลงไปในทะเลทั้งสองจะพูดคุยกันเกี่ยวกับความฝันในอนาคต สอนให้ศิลาค่อย ๆ เปิดใจและเชื่อใจ
การอยู่ร่วมกันกลายเป็นสถานการณ์อันตราย เมื่อกลุ่มนักล่าสมบัติเริ่มตามหาสิ่งมีค่าในเกาะนี้ ความรักแน่นแฟ้นจากใจทั้งสองเริ่มแย่ลง แม้ว่าทั้งสองจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการเอาตัวรอด
“ฉันกลัว” กานต์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นรวน “เราจะไม่รอดถ้าเราไม่อยู่ด้วยกัน”
ศิลายืนยิ้ม เชื่อใจเธอและในค่ำคืนหนึ่งเขาก็ปกป้องเธอจากการโจมตีนั้นด้วยการยอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง
“ขอโทษ” เขาพูดเมื่อเกือบจะไปไม่รอด
ก่อนที่ศิลาและกานต์จะหนีจากการล่าถึงเกาะใกล้เคียงได้ ส่วนซากปรักหักพังของความรักก็เกิดขึ้น แต่ความจริงนี้กลับทำให้เขาจำได้ว่าจริง ๆ เขาเป็นใคร
กลับมาที่เกาะร้างครั้งสุดท้าย ศิลาและกานต์มองหน้ากันพร้อมกับความสำเร็จว่า ทั้งคู่ได้เริ่มต้นใหม่ ผ่านวันแห่งการต่อสู้มานี้
ท้ายที่สุดนี้ศิลาจะร้องเพลงที่อุทิศให้แก่กานต์จากใจ พร้อมให้เธอได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาในอนาคต
“ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน” ศิลากล่าวเสียงเบา
กานต์ยิ้มตาเปล่งประกายพร้อมเซ็นสัญญาที่จะเป็นคู่ค้ากันตลอดไป ทั้งสองก้าวเดินเข้าไปในอนาคตโดยมีแสงแรกของรุ่งอรุณเป็นเครื่องแสดงว่าความรักคือสิ่งที่ทำให้คนมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน