คนที่หายไปในความฝัน
ในวันที่แสงแดดอบอุ่นสาดส่องเหนือท้องฟ้าสีคราม มาร์ค หนุ่มวัยรุ่น พบว่าตัวเองยืนอยู่กลางสนามหญ้าในหมู่บ้านเล็ก ๆ ใจกลางจังหวัดภูเก็ต ที่นี้เป็นที่ที่เขาเคยใช้เวลาช่วงวัยเด็กของเขาอย่างมีความสุข แต่วันนี้กลับไม่มีร่องรอยของความสุขที่เคยมี ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่หายไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เขาเดินไปยังบ้านเก่า ๆ ที่เป็นของพ่อ ซึ่งตอนนี้ถูกทิ้งให้รกร้าง สภาพบ้านก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ดี ผนังมีรอยแตก และการวาดภาพบนผนังเริ่มหลุดลอก มาร์คสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ความทรงจำในวัยเด็กเริ่มเข้ามา เขาจำเสียงหัวเราะของพ่อได้ และความอบอุ่นที่เคยได้รับ ตอนนี้กลับไม่เหลืออะไรเลย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้มาร์คสะดุ้ง เขารีบหยิบขึ้นมาเป็นยล เพื่อนคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนชีวิตได้
“ไอ้มาร์ค…” ยลพูด ด้วยน้ำเสียงที่พยายามดูไม่จริงจัง แม้ว่าเขาจะรู้ว่าข้างในมีเสียงสะอื้นอยู่ “นายแย่จริง ๆ หรอ”
มาร์คไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร ความรู้สึกของเขาในเวลานี้มันยุ่งเหยิง ยิ่งเมื่อเขานึกถึงภาพของยลในวันเด็กที่เคยเล่นด้วยกันบนสนามหญ้า ในวันนี้กลับมีลางสังหรณ์ว่าเขาอาจจะต้องสูญเสียยลไปด้วย
“ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร…” มาร์คตอบเบา ๆ “แต่ฉันต้องการให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม”
ยลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะชวนมาร์คออกไปเดินเที่ยวที่ไหนสักแห่ง “เออดิรัฐ กระจายความคิดให้มันหายไปดีกว่า”
บ่ายวันนั้นพวกเขานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ข้างถนนที่มีบรรยากาศคึกคัก เสียงเคาะของแก้วกาแฟและเสียงหัวเราะของผู้คนสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้มาร์ค แต่มันยังคงติดอยู่ในใจเขาว่าเขาสูญเสียอะไรไปแล้ว
“ไอลุงที่ฉันบอกแก หน้าสั่นเลยว่ะ” มาร์คพูดขำ ๆ แต่ก็รู้ดีว่าสิ่งนี้มันแค่ปกปิดความจริงที่เขาปรารถนา
ยลยิ้ม แต่รู้ว่านั่นเป็นเพียงแค่การทำให้ทุกอย่างดูดีขึ้น เขาเคยเห็นมาร์คที่มีความสุข และตอนนี้เขาจับได้ว่าเพื่อนได้พยายามหนีจากสิ่งที่ทำร้ายร่างกายตนเองตลอดเวลา
เมื่อเวลาผ่านไป มาร์คจมอยู่กับความคิด ความทรงจำและปมความรักที่เขาเผชิญมาตั้งแต่เด็กเขากลับไปคิดถึงความฝันที่เขาเคยสร้างขึ้น เขามีความหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะอาจจะเป็นแค่ฝันร้ายที่เขาต้องตื่นขึ้น
ค่ำคืนเหลือบไปมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว มาร์ครู้สึกหวั่นๆ ว่าความรักที่เขาหวังจะกลับมาอาจจะหายไปตลอดกาล ในขณะที่เขายังคงพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของพ่อ
วันหนึ่ง เมื่อเขาเบื่อหน่ายกับการค้นหาความจริง เขาแอบมาที่บ้านหลังนั้นอีกครั้งพยายามที่จะหาเบาะแสอะไรสักอย่างในห้องที่พ่อเคยอยู่ ความรู้สึกเสียใจจับใจเมื่อเขาเห็นสิ่งของที่พ่อทิ้งไว้อยู่
เขาเปิดลิ้นชักและพบว่ามีฟิล์มภาพถ่ายเก่า ๆ ที่เกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศของเขาและพ่อ มาร์ครู้ว่ามันคือสิ่งที่พ่อทำเพื่อเขา สิ่งที่เขาได้ประสบกัน
เมื่อผ่านไปหลายวัน มาร์คเริ่มมีความรู้สึกว่ามันถึงเวลาที่ต้องเดินหน้าต่อไป แต่ก่อนที่เขาจะสามารถทำเช่นนั้นได้ เขาจำเป็นต้องพูดคุยกับยล ถึงความรู้สึกในใจ
คืนหนึ่ง ขณะที่มาร์คโทรหายลอยู่ เขายังรู้สึกถึงความปรารถนา ว่าเขาอยากให้ผู้หญิงคนนี้อยู่เคียงข้างเขา แต่เมื่อใกล้วันที่เขาได้พบกับยล มันกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกตระหนักถึงอารมณ์ที่ท่วมท้นอยู่ในใจ
“ยล…” มาร์ครู้สึกประหม่า “ฉันมีเรื่องต้องบอก”
ยลเตรียมตัวจะพูด แต่แล้วมาร์คพูดออกไปอย่างรวดเร็ว “ฉันรักนาย”
รอยยิ้มบนใบหน้าของยลทำให้เขารู้ว่าการก้าวออกจากเงาของอดีต ไม่ใช่เรื่องง่าย
ในขณะที่พวกเขาคืบคลานไปสู่ความรักใหม่ มาร์คเริ่มสังเกตเห็นว่ายลยังคงมีแผลในใจที่เขาต้องรักษา มันคือการเร่งฝันที่พังทลายและเขาต้องพบกับการบอกลา
อีกสองสามวันต่อมา มาร์คตัดสินใจเชิญพ่อยลให้มาทานอาหารที่บ้าน ไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนทุกอย่าง เมื่อระหว่างสนทนา ความบาดหมางที่ซ่อนอยู่ของพ่อและยลเริ่มเผยออกมา
ในที่สุดทุกคนรู้ว่าความลับมากมายกำลังจะถูกเปิดเผย ในขณะที่มาร์คต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาไม่เคยอยากรู้
ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในเขาทำให้เขาไม่สามารถที่จะเผชิญหน้ากับชีวิตที่แท้จริงได้ แต่เขาปรับตัวและพบว่า เขาอาจจะไม่ได้ตัวพ่อหรือความรักที่เขาหวัง แต่เขามีเพื่อนที่เต็มใจอยู่เคียงข้างในยามที่เขาต้องการ
นี่คือการเดินทางที่เขาต้องเผชิญในโลกนี้และสิ่งที่ขับเคลื่อนเขาไปข้างหน้า
มาร์คไปที่บ้านพ่อยลอีกครั้งเพื่อพูดคุย ทุกอย่างเรียบร้อย แต่ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าเขาต้องยอมรับและปล่อยวาง ซึ่งอาจจะเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาเดินหน้าต่อไปได้
เมื่อประตูเปิดออก มาเพียงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดเผยอารมณ์ของเขาที่เต็มไปด้วยความขมขื่น ยูรู้ว่าเมื่อเขาพูดถึงความรัก และความสูญเสียต้องทำให้เขาเรียนรู้
การใช้ชีวิตในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ความเจ็บปวดจะอยู่กับเขา แต่ความรักและการเติบโตเป็นสิ่งที่จะช่วยเขาให้ก้าวเดินต่อไป
ในขณะที่ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น มาร์คและยลเรียนรู้ที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน พวกเขารู้ว่าความรักอาจไม่ใช่การจบ แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและการยอมรับ
นั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเชื่อในอนาคตและก้าวไปข้างหน้า