เจ็บแสบในความรัก
เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ในบ้านดังขึ้นเปรียบเสมือนการเตือนให้ครบเวลา ทุกเสียงก้องไปทั่วบ้านที่โล่งว่างเปล่า วรรณา น้องสาวคนเล็กซึ่งเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ วางกระเป๋าเดินทางบนพื้น หลังจากใช้ชีวิตในเมืองหลวงมาหลายปี เธอคิดถึงความอบอุ่นของบ้านและความสะดวกสบายในการกลับมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ อีกครั้ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เรือง หนุ่มใหญ่พี่ชายที่ดูแลบ้านหลังนี้อยู่ เดินออกมาจากห้องสื่อสาร เขาดูซีเรียสเมื่อได้ยินเสียงน้องสาว ไร้การพูดคุยที่มีชีวิตชีวาตามแบบฉบับของพวกเขาไปแล้ว โดนเขามองไปที่นาฬิกาอีกครั้ง กลั่นใจรอคอยให้เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ หญิงสาวเปิดประตูห้องนอนของเธอ ตื่นใจเมื่อเห็นบ้านที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย
“ทำไมเธอถึงกลับมา?” เรืองถามเมื่อวรรณาเดินออกมาพร้อมกับเสื้อยืดตัวเก่าของพ่อ “พี่ก็คงจะดีใจใช่ไหม” เธอพยายามแสดงให้เห็นถึงความสุขท่ามกลางความตื่นตระหนกในใจ
“เอกไปเรียนต่อที่กรุงเทพ รอฉันอยู่ที่นั่น แต่ก็ห่วงเธอนะ” เรืองตอบ รู้สึกไม่สบอารมณ์ “ทำไมเธอถึงกลับมาแบบนี้”
สองคนนั้นพยายามพูดคุยกันเรื่องทั่วไป แต่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของผู้ชายที่อยู่ในวงการศึกษานอกเวลาจากกรุงเทพฯ ดังขึ้น โดยที่วรรณาเดาได้ว่าเป็นเอก เขายังไม่เลิกยุ่งเหยิงในชีวิตของเธอ
ภายในคืนเดียวกัน ในตอนดึกเรืองตัดสินใจไปเดินเล่นที่ชายทะเลข้างบ้านซึ่งมีแสงจันทร์สะท้อนลิ่วไปในอากาศสดชื่น เขาน้ำตามที่หลั่งไหลลงมายังความคิดถึงความรักและความความเสียใจ เขายังไม่สามารถหลุดพ้นจากเรื่องราวของความรักครั้งหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเขาแหลกสลาย
เสียงคลื่นซัดกับผืนทราย ขณะที่เขาดูดนิ้วทั้งสองที่เลือดออกจากการมีเรื่องกับหิมะเมื่อค่ำคืนก่อนหน้านั้น “ถ้าเอกรู้ว่าเธอต้องกลับมาแบบนี้ เขาจะคิดอย่างไร” เขาคิดในใจและถูกต้อง เขาเคยเจอเอกและสนทนาเกี่ยวกับวรรณาก่อนหน้านี้ ทั้งสองมีความรักที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง
ในคืนถัดมา ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว เมื่อน้องสาวตัดสินใจเข้าไปในห้องเรียนสอนพิเศษที่พี่ชายเป็นอาจารย์สอนอยู่ โดยมีเอกเป็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งอยู่ที่นั่น เธอได้พบคนที่เธอแอบรักและทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
“เป็นอะไร? ทำไมถึงกลับมาในเวลาแบบนี้?” เอกถามเบา ๆ ขณะเส้นผมหยักศกของวรรณาเป่าลมเบา ๆ ยามค่ำคืน ชายในร่างคนคู่ควรยักคิ้วเคลื่อนไหวอย่างสงสัย แต่ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคาดไม่ได้
หลายวันผ่านไป วรรณาคลายความคิดแล้วตัดสินใจว่าเธอจะไม่สามารถพักในหมู่บ้านนี้ได้ ความรักของเธอมีเพียงแต่จะต้องหายไปจากชีวิตของเอกและสัญญาอันลึกซึ้งของพวกเขา แต่อาจารย์เรืองกลับหนีเข้าไปยืนพิงผนังห้องเรียนที่มีแสงไฟจากข้างนอกสาดส่อง
ในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เวลากำลังผ่านไป วรรณาและเรืองพบคนรู้จักกันจากอดีตที่มาเยี่ยมบ้านพวกเขา เขาพยายามเรียกร้องให้พวกเขาทั้งคู่ต้องเลือกความสัมพันธ์ของตัวเอง แม้ว่าเรืองจะมองไม่เห็นซึ่งกันและกันอย่างไร แต่ก็รู้ดีว่าแผ่นดินที่รอคอยอยู่ข้างหน้าเป็นอย่างไร เราได้ยินเสียงลมที่เป่าผ่านต้นไม้และความรู้ซึ้งในคำพูดที่อาจทำให้ทั้งสองดูว่าเหมือนว่าใครคนหนึ่งจะต้องออกจากชีวิต
โอกาสและชะตากรรมทำให้ทั้งเรืองและวรรณาต้องเลือกระหว่างความรัก ความรับผิดชอบ และการสูญเสียเพราะระหว่างความสงบเงียบในพวกเขาก็มีความรักที่แปรเปลี่ยนไป ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางทะเลที่งดงามแต่กลับซ่อนความลับไว้เบื้องหลัง
วรรณาอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ โดยสร้างความสับสนในอารมณ์ของตัวเธอเอง ดวงตาทั้งคู่ส่องแสงคล้ายจะเห็นอนาคตของเธอที่ขลิบขาวในใจ ของที่รักซึ่งไม่อาจเป็นได้ต้องกลับไปหาพี่ชายผู้ที่คอยหาถ่วงอารมณ์ออกจากหัวใจของเธอ สองพี่น้องที่พยายามจับมือกันในความมืดนี้ คำตอบอาจจะไม่ง่ายและต้องค้นหาแค่ผ่านภาพฝันเท่านั้น
ขณะที่ทั้งสองเผชิญหน้ากับความแตกแยกและการตัดสินใจที่จะต้องเบี้ยวเบน วรรณาอาจต้องเลือกว่าจะไปตามหาความรักที่กลับเป็นของเธอหรือจะอยู่กับพี่ชายที่รอคอยการยอมรับในความรักระหว่างพวกเขา อารมณ์ที่ท่วมท้นทำให้ทั้งแผ่นดินสั่นสะท้าน และการตัดสินใจในที่สุดคือวกต้องสร้างให้ตัวตนกลับมาสามารถยืนต้นได้อีกครั้ง
นั่งอยู่ในบ้านของตัวเองในคืนที่มืดมิด ขณะที่วรรณาคิดถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่เธอจะต้องเลือก สิ่งที่เธอเลือกจะกลายเป็นบททดสอบใหม่ ในบ้านที่อบอุ่นแต่กลับเยือกเย็นทั้งทางกายและความรู้สึกอาจเป็นหนทางที่ทำให้พวกเขาเจอพบแต่สิ่งที่ไม่คาดฝัน พร้อมให้ส่งเสียงหัวใจที่อ่อนไหวไปในโลกใบนี้
ในท้ายที่สุด วรรณาจึงตัดสินใจที่จะบอกความบริสุทธิ์ใจของตนต่อพี่ชายและเอก สถานที่นี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่รอคอยแสงสว่างของการปรับตัวทั้งสามคนอย่างแท้จริง