มิตรภาพในรอยยิ้ม
ในเช้าวันอาทิตย์ที่สดใส ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ เงียบสงบ ขณะที่แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านใบไม้ เด็กหนุ่มชื่อ ‘นิว’ เดินไปยังสวนหลังบ้านเพื่อไปรับเพื่อนสาว ‘อ้อม’ ที่พึ่งกลับบ้านจากต่างประเทศ เบื้องหน้าคือบรรยากาศที่สดชื่น ของเสียงนกร้องในยามเช้า สุนัขในหมู่บ้านวิ่งเล่นอย่างเอาใจใส่ และกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ที่บานสะพรั่งเต็มสวน แข่งขันกับลมเย็นที่พัดผ่านเป็นระยะๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อ้อม! นั่นเธอใช่ไหม?” นิวร้องเรียกด้วยเสียงแหลมสูงเมื่อเห็นอ้อมเดินออกมาจากบ้าน เธอสวมเสื้อยืดหลวม ๆ ที่ทำให้ดูไร้เดียงสาอย่างชัดเจน ดวงตาสีดำกลมโตเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อเห็นนิว หญิงสาวแปรเปลี่ยนความรู้สึกที่เคยมีครอบงำมาก่อนให้กลับคืนมา
“นิว! ฉันกลับมาแล้ว!” เธอตอบกลับด้วยเสียงสดใส รอยยิ้มของอ้อมทำให้หัวใจนิวเต้นแรงอย่างไม่สามารถหยุดได้ ทั้งสองแลกเปลี่ยนเรื่องราวตั้งแต่ที่อ้อมเดินทางไปอยู่อังกฤษ การระลึกถึงความทรงจำที่ดีในวัยเด็ก ด้วยเสียงหัวเราะที่ล้วนมาจากใจ
แสงแดดสาดส่องให้บรรยากาศอบอุ่นทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ ทั้งความสุขและการส่งต่อความรู้สึกเป็นประโยคเดียวกันที่ดังก้องในใจตลอดทั้งวัน
หลังจากนั้น นิวพาอ้อมเดินไปยังตลาดท้องถิ่นซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่พูดคุยอย่างคึกคัก เสียงเจรจา สัมผัสของความอบอุ่นในราคาที่เข้าถึงได้ซึ่งยิ่งทำให้ความทรงจำในวัยเด็กเหล่านั้นถ้อยคำที่ทำให้สองคนหัวเราะร่วมกัน
“เธอคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ไหม?” นิวถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่พร้อมจะยิ้มให้ อ้อมหันมามองเขาก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ว่า “น่ะสิ! ฉันคิดถึงมันตลอดเวลา”
ในขณะที่ทั้งสองสนทนา ปัญหาภายในใจก็เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น เมื่อสองเด็กหนุ่มก็เริ่มรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่สามารถบอกออกไปได้ เขาทั้งสองรู้ว่ามีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่
คืนหนึ่ง ความไม่แน่ใจและคำถามเกี่ยวกับอนาคตเกิดขึ้นเมื่ออ้อมต้องกลับไปเรียนต่ออีกครั้งที่อังกฤษ เมื่อนิวรู้ว่าเธอมีความฝันที่ใหญ่โตสำหรับอนาคต เขาจึงเกิดความกลัวที่จะสูญเสีย สิ่งที่เขาและอ้อมมีด้วยกัน
“เธอจะกลับมาที่นี่ใช่ไหม?” นิวถามด้วยสีหน้ากังวล ขณะที่อ้อมบิดมือของเขาและมองลึกเข้าไปในดวงตาอันเศร้าของเขา น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ฉันจะกลับมาเสมอ เพราะเธอคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน”
เวลาผ่านไปและเพิ่มความกดดันในใจของนิว ขณะที่เขาได้เห็นความรักของอ้อมกับคนใหม่ในเมืองจนลืมไปว่าเขาเองก็มีสิ่งที่ดีในใจรอการเปิดเผย และความไม่แน่ใจนั้นทำให้เขาตัดสินใจที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับอ้อมเปลี่ยนแปลงไป
วันนึง เมื่อนิวเห็นอ้อมคุยกับผู้ชายคนอื่นในมหาวิทยาลัยของเธอ เขาเกิดความรู้สึกขุ่นเคือง ใจเต้นแรงในลักษณะเจ็บปวด และพยายามดิ้นรนหาคำพูดที่ให้ปล่อยตัวเองออกจากกรงที่สร้างขึ้นเอง
ในที่สุด นิวจึงหักดิบตัดสินใจที่จะบอกความรู้สึกของเขาให้กับอ้อมในคืนหนึ่ง ที่สวนที่สองคนเคยเล่นด้วยกัน แต่ระดับความตึงเครียดนั้นกลับมากกว่าที่คิด
“อ้อม ฉัน…” เขาพูดเสียงสั่น หาได้ให้มาเวลานเดียวกัน อ้อมยิ้มให้เขาแต่ดวงตาเธอกลับเลื่อนหลบ เขาจึงลบความลังเลออกไป
“ฉันชอบเธอ” เขาสารภาพไปอย่างเปิดเผยเมื่อความรู้สึกข้างในมันเต็มล้น
อ้อมเพียงนั่งเงียบ และนิวเห็นเธอทำได้เพียงยิ้มให้เขาเพียงนิดเดียว น้ำมันหมดไฟในการพูดถูกตัดออกไปในพริบตา เขารู้ทันทีว่าเธอกำลังคิดอยู่ภายในใจและความไม่มั่นใจในเวลานั้นก็พรั่งพรูออกมา
“นิว ฉัน…” คำพูดนั้นเกือบไหลออกมา แต่ก็หยุดลง ช่วงเวลาแห่งความเงียบเริ่มนานขึ้น สายลมเริ่มชัดเจน และอากาศก็แล้งลง
เมื่อเธอโบกมือให้เขาเป็นสัญลักษณ์ว่าอย่าเพิ่งดำเนินการใดๆ ทำให้เขารู้ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เวลาที่ถูกฝันแล้วทำให้เธอเก็บตัวในใจ เมื่อตัดสินใจห่างกันพอสมควร
การตัดสินใจในใจนำไปสู่การตัดสินใจอีกมากมาย และในที่สุด นิวจึงต้องพบกับการแลกเปลี่ยนมิตรภาพที่เจ็บปวดในวันศุกร์นี้ หลังจากพบเพื่อนผู้ชายของอ้อมที่นักศึกษาหญิงหิ้วขนมไปที่ห้องนอน เขาแล้วกลับบ้าน แต่การเฝ้ามองคนที่ตนชอบเดินเข้าไปในความรักของคนอื่นทั้งที่อาจเป็นสิ่งที่คาดหมายได้
ระหว่างที่ครอบครัวของอ้อมมีปัญหาทางการเงิน ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดเรียนระยะปั้นตัวเองและทุกอย่างที่เคยสร้างร่วมกันกลับต้องใช้เวลานานขึ้นไปอีกในการเสเคลื่อนไหวนอกห้องเรียน ทั้งคู่ต้องจัดการกับหัวใจของตนเอง และรอคอยการกลับมาเพื่ออยู่ร่วมกันตลอดชีพ
และสุดท้ายนั้น อ้อมและนิวตัดสินใจอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอนของอ้อม เวลานั้นได้บ่งบอกถึงเวลาที่ไร้ค่า ทุกครั้งที่สัมผัส การกลับมาจะมาทั้งความซาบซึ้งและคำพูดที่ลงตัวเพื่อให้เป็นการสานต่อที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยกัน
บรรยากาศเย็นลงเมื่อบานประตูเปิด และอ้อมดูเหมือนจะหลับไปหลายๆ ชุดและวันนั้นก็ทำให้การเดินทางทั้งหมดในชีวิตนั้นมีความหมายมากขึ้นทั้งสองจะร่วมกินกันในทุกบางส่วน สุดท้ายเมื่อไม่นานมานี้ที่เป็นความทรงจำจะส่งต่อให้กันในอนาคตใหม่ที่สองคนยังมีหวัง
ในที่สุด ทั้งสองก็ได้กลายเป็นคู่รักที่อยู่เคียงข้างกันโดยมีการสวมแหวนสัญลักษณ์ระหว่างชีวิตเพื่อทดแทนกันยามต้องแยกจาก โดยวิกฤตซึ่งจะข้ามผ่านมาได้ยังหวานไปพร้อมกับความกระจ่างในหมู่บ้านแต่ละของมิตรภาพนั้นใช้ภาษาได้ด้วยปัญญา
ความรักในเช้านี้ก็ส่องสว่างใส่ทั้งสองพร้อมนำพาเจตจำนงที่หวานข้ามชายแดนด้วยกันเสมอ การเดินทางที่ดูสั้น แต่ยาว เพราะมีการสานความหวังที่เกิดขึ้นจากความรักที่เคยมองเห็นเป็นอุปสรรคในการกลับมา