ลายสักสีรุ้ง
เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนชายทะเลริมกรุงเทพฯ คลื่นสีฟ้าครามกระทบฝ่าเท้า เธอมองไปยังผืนฟ้าที่มีสีสันสดใส ชีวิตใหม่เอ่อล้นอยู่ในอก มีความหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นหลังจากความเสียใจที่เธอเผชิญ แต่ที่เขียนแทนคำว่าหวังนั้นคือวันเวลาที่ผ่านไปเร็วกว่าที่คิด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ชื่อของเธอคือ “อร” อายุ 20 ปี เธอเพิ่งย้ายมาจากบ้านเกิดในชนบท เพื่อสัมผัสชีวิตในเมืองใหญ่ อรตัดสินใจที่จะออกจากบ้านมาไกลเพราะไม่ต้องการให้ใครเห็นน้ำตา คำพูดที่พูดซ้ำๆ จากคนรอบข้างทำให้เธอฟังไม่ไหว ความกดดันที่ต้องทนต่อความเห็นของคนในหมู่บ้านที่เห็นความพ่ายแพ้ในชีวิตของเธอคือสิ่งที่เธอไม่สามารถจะอยู่รับการได้อีกต่อไป
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะเดินอยู่ในตลาดสดแห่งหนึ่งที่อลหม่าน เธอได้พบกับ “ซัน” ชายหนุ่มก้าวร้าวในลักษณะนุ่มนวล ตอนแรกเขาทำท่าทางเหมือนเหยียดหยาม แต่เมื่ออรเห็นรอยสักสีรุ้งที่แขนของซัน เธอกลับรู้สึกดึงดูด นี่คือสัญลักษณ์ของการเป็นตัวของตัวเองที่ไม่มีใครสามารถห้ามได้
อรและซันเริ่มพูดคุยแล้วไปนั่งที่ร้านกาแฟเล็กๆ ทุกครั้งที่ได้เจอกัน พวกเขาจะเข้าหากันด้วยการพูดคุยเรื่องที่ลึกซึ้ง และแชร์ความฝันที่พวกเขาคาดหวัง ในช่วงเวลาเดียวกัน อรกลับรู้สึกถึงความสับสนในใจ เมื่อมีความรักใหม่เข้ามาพัวพัน แต่อดีตของเธอไม่สามารถถูกลืมได้อย่างง่ายดาย
แม้เวลาผ่านไป ซันก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีชีวิตชีวา แต่ความทรงจำต่างๆ ที่ถูกกระตุ้นนั้นบดบังความสุขที่กำลังจะเป็น อรยังคงไม่ลืมคนที่เธอสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ จนกระทั่งคืนหนึ่งเมื่อเธอเห็นรอยสักเต็มไปด้วยสีสันของซัน เธอจึงตัดสินใจทำลายคำสาปที่ยังคงอยู่ในหัวใจ
เวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นความกดดันจากบ้านเกิดยังส่งผลต่ออร เธอรู้สึกเหมือนมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่ไม่สามารถม้วนเก็บกลับได้ ในช่วงเวลาเดียวกัน ซันก็มีปัญหาของตนเอง เขาต้องการเป็นนักเขียน แต่การหาเลี้ยงชีพในเมืองใหญ่กลับทำให้เขาไม่เหลือพลังสำหรับการตามหาความฝัน
การเจอกันกลายเป็นการโหวตขอบเขตระหว่างการค้นหาฝันและความรัก ในที่สุด อรตัดสินใจที่จะไปโรงเรียนที่เธอสนใจในกรุงเทพฯ และเริ่มสร้างชีวิตใหม่ แต่ก่อนที่เธอจะทำได้ ซันกลับจัดงานเปิดตัวหนังสือของเขา ซึ่งเป็นการสร้างฝันที่แสดงถึงความพ่ายแพ้ของเขา
คืนวันเสาร์ที่ไม่เหมือนใคร ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แต่เมื่ออรเห็นซันขึ้นพูดกับผู้คนในห้อง ที่ส่องสว่างไปด้วยแสงจากโปรเจคเตอร์ของงาน กระแสความรู้สึกระเบิดขึ้นในหนทางที่เธอไม่สามารถควบคุมได้
เธอวิ่งหนีจากความรู้สึกที่สับสน และยืนอยู่ที่ระเบียง คิดว่าเธอได้ทำการตัดสินใจที่ผิด แต่กลับมีเสียงซันตามมาเบื้องหลัง อรหันกลับไปซันถามเธอว่า “เธอจะหนีไปไหน?” อรเกือบไม่ตอบ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดความรู้สึกของเธอ
การเปิดเผยความรู้สึกทำให้ทั้งคู่เริ่มมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น ในที่สุดความรักที่มีมากมายกลับกลายเป็นแหล่งพลังที่สำคัญในการสู้ชีวิต หลังจากนั้นทั้งสองคนเริ่มเข้าหากันและร่วมกันฝันถึงเป้าหมายใหม่ ในขณะเดียวกัน อรมองเห็นรอยสักของซันในมุมต่างๆ ของชีวิต ที่ทำให้เธอได้รับพลังใจในการค้นหาตนเอง
ในวันที่เดินทางกลับบ้านเกิดของอร ครอบครัวของเธอแสดงอาการต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่ความไม่เข้าใจในอดีตที่เป็นการตัดสินใจที่เข้มงวดทำให้เธอรู้สึกปวดร้าว ซันจับมืออรขณะเดินร่วมกันบนถนน หมายความว่าเขายังคงอยู่เคียงข้างเธอ โดยไม่เคยเหลียวหลังไปที่สิ่งที่เธอเดินผ่านไป
ในที่สุด ความรักและการสนับสนุนของซันช่วยให้อรถามคำถาม เกี่ยวกับสิ่งที่เธอเป็น เธอตัดสินใจที่จะเติบโตทั้งในฐานะผู้หญิงและเป็นศิลปิน ซึ่งนำไปสู่ความสุขที่แท้จริงในตัวเธอ
ความสัมพันธ์ของพวกเขาเจริญรุ่งเรือง อรได้รับการยอมรับจากครอบครัวในที่สุด ในขณะที่ซันได้รับความสำเร็จจากการทำตามความฝัน
ในคืนสุดท้ายที่เธออยู่ในหมู่บ้าน อรยืนอยู่ริมชายทะเลอีกครั้ง บทเพลงของคลื่นทำให้เธอรู้สึกได้ว่าเธอไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว เพราะเธอได้ค้นพบความรักที่มีให้ตลอดไป และรอยสักสีรุ้งก็เป็นเครื่องหมายแห่งความมั่นใจในตัวเองของเธอที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้แทบเป็นไปไม่ได้