ความทรงจำของบัว
เสียงดังของท่อนเหล็กกระทบกันดังจากลานโรงงานร้าง สภาพแวดล้อมมีฝุ่นฟุ้งเต็มอากาศ เหลือบมองไปเห็นบัว เด็กสาวอายุ 16 ปี ยืนอยู่หน้าโรงงานประจำที่เธอมาทุกวันเพื่อฟังเสียงของอดีตที่หลงเหลืออยู่ในนั้น เธอไม่อยากให้มันถูกลืมเลือน ไม่อยากให้ความทรงจำของพ่อที่ทำงานที่นี่หายไปกับกาลเวลา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บัวก้มหน้าหวังจะไม่ให้ใครเห็นน้ำตาที่ปรากฏอยู่ในมุมตา เธอคิดถึงค่าใช้จ่ายที่มีพ่อแม่ช่วงนี้ถังแตก รู้ว่าการเข้าไปเรียนรู้และทำงานพิเศษที่นี่ไม่ง่าย แต่ก็ทำให้เธอตั้งใจจะสร้างอนาคตให้ดีกว่าเดิม
ในวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเก็บกวาดข้าวของ บัวค้นพบจดหมายเก่าที่มีชื่อพ่อเขียนอยู่ มันบอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างพ่อกับแม่ ทำให้ความทรงจำของความสุขในตอนเด็กกลับมาหลอกหลอนเธอ
“ทำไมแม่ไม่เคยเล่าให้ฟัง” บัวถามตัวเองเสียงเบา สัมผัสกลิ่นข้าวที่โชยมาจากร้านอาหารข้างทางลอยมาตามลม เธอเดินออกไปข้างนอกและเห็นแม่กำลังทำอาหารอยู่ที่บ้าน
“แม่! ทำไมเราไม่ค่อยได้คุยกันเลย” ใช้ความคิดที่หมักหมมอยู่ในใจ บัววิ่งบาคาร่เอ่ยถามเสียงดัง
“แม่ทำงานหนักจ้ะ บัว…” แม่พูดเสียงอ่อน สายตาของเธอหลบเลี่ยงมาแทบจะทันที ก่อนจะกลับไปจัดการกับเรื่องจานชามที่พยายามหาวิธีทำอาหารแบบประหยัด
ความไม่ชัดเจนนี้กลายเป็นความวุ่นวายในใจของบัว เธอตัดสินใจว่าจะตามหาร่องรอยความจริง เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความรักของพ่อแม่ และวัชรพันธุ์ ซึ่งคนในครอบครัวที่รอเพียงให้คนกลับมาทวงถามความรักที่หายไป
บัวเริ่มสำรวจตั้งแต่หลักฐานที่มีบรรยากาศตึงเครียดจากการพยายามทำให้พ่อแม่กลับมารักกัน เธอเริ่มตั้งคำถามกับคนในครอบครัวว่าทำไมทุกคนถึงไม่พูดถึงเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีความลับที่ถูกเก็บงำอยู่
“พ่อ เกิดอะไรขึ้นตอนนั้น ถึงพ่อจะทำให้เราทุกคนต้องประสบกับความเจ็บปวด” บัวพูดกับเงาของพ่อที่ปรากฏไว้ในจินตนาการ เธอพยายามหาคำตอบจากอดีตที่ถูกซ่อนไว้ พร้อมกับคิดถึงการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อกันและกัน
เวลาผ่านไป บัวเริ่มเข้าใจความรักของคนรุ่นเก่าที่มีทั้งบาดแผลและความหวัง บทเรียนจากการเดินหน้าหาเหตุผลและความจริงทำให้บัวก้าวข้ามสภาวะที่เคยคิดว่าว่าเป็นความรู้สึกที่ตนขาด
เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ บัวได้รู้ว่าแฟนของพ่อจริงๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่พ่อเคยรัก แทนที่จะแสดงเห็นด้วยเพื่อของพ่อ แต่เธอนั้นกลับไม่เห็นด้วย ไหนจะแสดงความไม่พอใจจากคนในครอบครัวตนเองที่ถูกทำให้ตายหรือเป็นคนที่ถูกนับว่าผิด
ในคืนหนึ่งที่เธอขออนุญาตให้พ่อพูดคุย ภายใต้แสงไฟที่ส่องสว่างในห้องนั่งเล่นจากหลอดนีออน บัวต้องการให้พ่อเข้าใจว่าความจริงนั้นไม่ได้ทำให้เธอต้องเป็นคนผิด
“พ่อจะเข้าใจไหมว่าทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร?” บัวถามในเสียงแหบ
ความตึงเครียดในอากาศทำให้บัวรู้สึกว่ามันเป็นขั้นตอนสุดยอดของชีวิตเมื่อสิ่งต่างๆ ได้ถูกเปิดออกมากมาย
ท่ามกลางความห่างเหินของคนในครอบครัว บัวฉุกคิดว่าความรักนั้นมีหลายรูปแบบ และมันเป็นสิ่งที่สวยงามและถูกทำลายอยู่เสมอ
สุดท้ายด้วยการพบกันในสถานที่ที่เธอเรียกว่า “บ้าน” บัวเริ่มเข้าใจว่าบ่อยครั้งที่พ่อแม่ของเธอเองต้องการให้เธออยู่ในที่ที่พวกเขาก็ดูแลได้และเผชิญหน้ากับความจริงทุกอย่าง
การหายตัวไปของพ่อทำให้บัวยิ่งมีปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว สุดท้ายบัวเริ่มเข้าใจความรักที่เป็นบาดแผล และการมองว่าความรักเป็นสิ่งที่ละทิ้งไม่ได้
ในนาทีสุดท้ายการเผชิญหน้ากับความจริงและการเผชิญความน่ากลัวของความรักขัดแย้งให้บัวได้เรียนรู้ว่าความรักนั้นคือการเปิดใจรับฟังและการเป็นผู้นำในความสัมพันธ์
ดังนั้น บัวตัดสินใจที่จะรื้อฟื้นความพยายามในการรักษาครอบครัวที่เคยแตกสลายด้วยความรักและการให้อภัยที่จะสร้างช่วงเวลาที่จำเป็นต้องทำให้ถึงที่สุด