รักใคร่ในโคกระบือ
แสงแดดรำไรส่องลงมาที่โคกระบือ เสียงนกร้องกังวานจากทิวไม้เมื่อสายลมพัดผ่านทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวา อังคาร หนุ่มมหาวิทยาลัยฟุ้งซ่านในความคิดของตนเอง ขณะนั่งบนเก้าอี้ไม้ในบ้านที่เขาเติบโตขึ้น เขาเพิ่งจบการศึกษาแต่กลับรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันเศร้าเมื่อเห็นคุณแม่กำลังทำอาหารเพื่อเตรียมต้อนรับเขา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมไม่ถามฉันบ้างว่าความฝันฉันคืออะไร” เขากระแทกเสียง ทำให้มีความตึงเครียดในห้อง
คุณแม่เงียบลง และอังคารกลับรู้สึกผิด เขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจไปที่วิวด้านนอกที่สวยงาม กิ่งไม้และใบไม้ที่เคลื่อนไหวเหมือนกับการเต้นรำของฤดูร้อน
ในเวลานี้เองที่เขานึกถึงแตง เลขานุการสาวที่ทำงานที่บริษัทยาที่เขาเคยฝันจะทำงาน หลังอาหารเย็น อังคารออกไปยืนที่ระเบียงบ้านเขา มองไปที่ทุ่งนาที่ทองขึ้นด้วยแสงแดดยามเย็น และนึกถึงอดีตที่มีความสุข
“เธอกลับมาแล้วเหรอ” เสียงมันดังมาจากเบื้องหลังก่อนที่เขาจะหันมาเห็นมันเป็นเวย สาวน้อยเสียงหวานจากบ้านใกล้เคียง ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในใจเขา
“ใช่ กลับมาหาแม่” อังคารตอบเสียงเบาๆ มีมือที่เย็นเฉียบจากการยืนอยู่ในที่เงียบที่ยิ่งใหญ่
“มาช่วยกันทำงานที่ไร่ไหม ฉันอยากให้แกเห็นการเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีนี้” เวยยิ้มเล็กน้อย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวัง
“หือ? ทำงานที่ไร่?” อังคารขมวดคิ้ว แล้วก็หัวเราะเบาๆ “แกอาจจะผิดที่คิดว่า ฉันมาจากมหาวิทยาลัยแล้วจะทำงานไร่ได้”
“งานที่ไร่ไม่ง่ายหรอกนะ แต่ถ้าแกช่วยกัน ก็จะได้รับรางวัลที่ดี ” เวยแย้มยิ้ม วูบหนึ่งของแสงอาทิตย์ทองในใจอังคารปลุกไฟแห่งความตั้งใจที่เขามีก่อนที่จะกลับมาที่นี่
ในช่วงวันถัดมา เขาเริ่มรู้สึกว่าการทำงานจริงๆ มีค่า แม้จะต้องคดเคี้ยวไปกับอารมณ์ที่เครียดระหว่างเขาและคุณแม่ อังคารได้รู้จักกับความยากลำบากของชาวนาในชนบท
แต่อีกด้านหนึ่ง ปีเตอร์ เพื่อนสนิทของเขาที่ไม่ได้กลับมาเมืองนอก มาคอยปลอบประโลมว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่เขายังมีเรื่องของครอบครัวที่ต้องรับมือ ก่อนจะพบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อพ่อของเขาป่วย ต้องเพิ่งการผ่าตัด อังคารต้องเลือกที่จะอยู่ที่นี่หรือไปอเมริกาเพื่อทำตามความฝัน
ระหว่างทุกเรื่องราวมีเวยเป็นเพื่อนคอยอยู่ข้างๆ เขาค่อยๆ เรียนรู้ว่าความรักไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ง่าย เธอมีความฝันที่จะเป็นนักออกแบบ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะต้องดูแลครอบครัว
สถานการณ์ต่างๆ ทำให้พวกเขาทั้งคู่เรียนรู้และเติบโตขึ้น พวกเขาเริ่มที่จะทำโปรเจกต์สงเคราะห์ให้ชุมชน และด้วยการร่วมมือของทุกคน พวกเขาสามารถทำให้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เกิดขึ้นจริง
จนในที่สุดความรักได้ฉายแสงลงมาอีกครั้งที่สนามทุ่งโล่ง ในขณะที่แสงแดดเหลืองทองส่องลงมาบนหัวของพวกเขา อังคารตั้งใจจะสารภาพความรู้สึกแก่เวย
“เวย ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่ดี แต่ที่นี่ทำให้ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวฉัน” เขาวางมือบนไหล่เธอ
“และที่นี่ทำให้ฉันเข้าใจว่าชีวิตคืออะไร” เวยตอบด้วยน้ำเสียงแหบห้วน โอบกอดของเขาสร้างความมั่นใจให้เธอจนซาบซึ้งอย่างลึกซึ้ง
แต่ความรักกลับต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญในวันนั้น เมื่อมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการผ่าตัดพ่อที่เสียชีวิตนั้นสะท้อนในหัวเขา และความคิดที่จะออกไปทำงานอาจจะทำให้เขาต้องเลือกและเสียเวยไป
“ฉันไม่สามารถทำให้เธอผิดหวังได้” เขานิ่งในใจ ไม่ลังเลและพูดถึงเหตุผลต่างๆ ซึ่งทำให้เรื่องราวกลับมาเป็นกลาง และสุดท้ายความรักระหว่างเขากับเวยเติบโต หากแม้จะต้องเจอกับปัญหาชีวิตและแรงกดดันที่เร่าร้อน “บางทีนี่อาจเป็นการเริ่มใหม่ที่ดี เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่กำลังเกิดขึ้น”
ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่ว่าในสุดท้าย ความรักได้กลายเป็นเส้นทางที่ทำให้ทั้งสองได้เติบโตและเรียนรู้การให้อภัย เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ในชุมชน เพราะสุดท้ายนั้น ความรักคือชีวิตในโคกระบือได้อย่างแท้จริงและทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสุขสันต์