ระยะทางที่ไร้เสียง
แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาอย่างอบอุ่นในตอนเช้า ขณะที่การจราจรในกรุงเทพฯ ยังแออัดน่ารำคาญ เสียงรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ผสมกันเป็นเสียงระฆังที่ดังก้องไปทั่วเมือง แต่ในห้องพักเล็กๆ แห่งหนึ่ง กลับมีเพียงความเงียบที่แสดงอาการผิดปกติ เด็กหนุ่มชื่อพีทนั่งอยู่บนเตียงของเขา จ้องมองไปที่หน้าจอมือถือที่มีข้อความรออยู่นับพันข้อความ ไม่มีเสียงตอบสนอง ไม่มีคำพูดเคลื่อนไหวใดๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พีทรู้ดีว่าภายในบ้านของเขากำลังเกิดอะไรขึ้น แม่ของเขาออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด และพ่อของเขานั่งอยู่บริเวณมุมห้องมืดๆ กำลังหลบหนีจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นหลังจากการสูญเสียลูกสาวที่น่าเศร้าไปเมื่อปีที่ผ่านมา
พีทหายใจเข้าลึกๆ ปรับท่าทางและลุกขึ้นไปที่ห้องครัว เขาเปิดตู้เย็นและมองหาอะไรบ้างอย่างเพื่อยกระดับบรรยากาศ เขามักใช้การทำอาหารเป็นวิธีในการจัดการกับอารมณ์จึงเลือกทำมาม่าหมูกรอบ ควันคละคลุ้งในอากาศเอื้อมมาถึงความคิดของเขา
“แม่นะ ชอบมาบอกให้ทำไข่ต้มทุกครั้งเลย” พีทตั้งเสียงทวนด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความคิดถึงที่ตัดเย็บเป็นความทรงจำ เขาเฝ้ามองขณะที่น้ำกำลังเดือด ท่ามกลางเสียงปรุงอาหารที่เงียบสงัด เสียงนาฬิกาที่ติ๊กต๊อกกลายเป็นเพียงเสียงเดียวของเขา กระทบกับหัวใจในขณะที่แววตาของเขาเก็บซ่อนความรู้สึก มีเพียงร่องรอยของชีวิตที่กร่อนไปเพราะการสูญเสีย
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่พีทก็เลิกเหม่อมองไปนานแล้ว เขาเดินออกไปที่ระเบียง เพียงเพื่อพบกับภาพของตึกสูงนับสิบระหว่างการเร่ร่อนของชีวิตที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ขณะที่เขายังคงยืนหยุดนิ่ง ไหล่ของเขาภาวนาส่งเสียง ปีศาจความเศร้ายังคงตามอยู่ตลอด
“พีท!” เสียงแม่ดังขึ้นจากด้านล่าง เขาได้ยิน วิเคราะห์แจ้งเตือนให้รู้ว่าแม่กลับมาแล้ว และขั้นตอนหลังการกลับบ้านของเธอคือการยิ้มให้อย่างฉาบฉวย เพื่อไม่ได้ให้พีทเห็นถึงความอ่อนแอในภาพที่ใหญ่ขึ้น แม้เขาจะรู้ดีได้ก็ยากเหลือเกินที่จะทำให้ทุกอย่างกลับสู่เดิม
ค่ำคืนหนึ่งเมื่อพีทกลับจากโรงเรียนเพียงลำพัง พบว่าบ้านนั้นเต็มไปด้วยการต่อสู้ฉับพลัน แม่ได้กรีดร้องกับพ่อซึ่งอยู่ภายใต้การข่มขู่ของเหล้าและความสิ้นหวัง”ทำไมต้องเป็นเรานะ!?” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเครียด กดดันให้พีทรู้ถึงสภาวะทุกอย่าง ภายในหัวของเขา เป็นความวุ่นวายระเบิดมซึ่งทำให้เขาต้องเลือกว่าจะเสียงดังกันดีไหมหรือหากาแฟในครัว ขอเสียงที่ตอบโจทย์พลังใจของตัวเองอย่างไรแทน
วันเวลาการผลักดันให้พีทเห็นว่าครอบครัวที่เขาเคยรู้จักกำลังต้องการการเชื่อมต่ออีกครั้งอย่างเงียบงัน ความรักที่หายไปกลายเป็นแสงที่พีทไม่สามารถมองเห็นได้จำเป็นต้องดึงมา เขากำลังเผชิญกับความคิดถึงที่ตัดรอยต่อระหว่างเขากับพ่อแม่
ในคืนนั้น พีทได้ตัดสินใจแล้ว เพื่อที่จะใช้คำพูดเชื่อมโยงตัวเองกับแม่ของเขา เขาอ้าปากพูดออกไปและส่งเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความรัก “เราสามารถทำได้ มานั่งคุยกันก็ได้นะ” และเสียงของเขาก็ดังก้องอยู่ในหัวใจของทุกคน แม้เสียงจะเล็กน้อย แต่มันคือเสียงที่พวกเขาต้องการ ซึ่งค่อยๆ ดึงความสัมพันธ์ของพวกเขาให้กลับคืนมาอีกครั้ง