ความวุ่นวายของหัวใจ
เสียงตีกีตาร์จากห้องซ้อมดังก้องไปทั่วชั้นสามของหอพักนักศึกษาหนึ่งอาคารในกรุงเทพฯ แสงไฟนีออนจากถนนด้านล่างสะท้อนเข้ามายังห้องสี่เหลี่ยมค่อนข้างแคบ ทำให้ค่ำคืนวันศุกร์นี้ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น นักเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง กัมปนาท หรือเก่ง ตั้งวงกับกลุ่มเพื่อน ๆ เพื่อซ้อมเพลงที่เขาหวังจะนำไปขึ้นแสดงในงานสีสันแห่งการศึกษาสัปดาห์หน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เป็นอะไร แกเครียดเหรอ?” ปริมถามรุ่นน้องที่นั่งเงียบอยู่มุมหนึ่งของห้อง หากแต่อาการที่‘เก่ง’แสดงออกมากับเพลงที่เขาเล่นยังไม่สามารถปกปิดมันได้
“ไม่ใช่”เขาตอบเสียงแข็ง พยายามจะข่มความรู้สึกที่ท่วมท้นภายในใจ เขากำลังอยู่ในความรักที่ยุ่งเหยิง ซึ่งทุกอย่างมักจะ confused และควบคุมได้ยากในวัยนี้
วันต่อมา ค่ำคืนที่มืดมิตินั้นเปลี่ยนเป็นแสงสีสัน เมื่อเก่งตัดสินใจที่จะไปงานดนตรีที่มีเสียงพูดคุยสนุกสนานรอบตัวเขา ทุกอย่างดูสดใหม่และน่าค้นหา เขาเห็นใครบางคนในกลุ่มเพื่อนที่กำลังยืนเรียกเขา
“ไปเถอะ เป็นกิจกรรมของมึงถ้าไม่ไปใครจะรู้จัก” อาร์ม เพื่อนรักตะโกนเรียก สายตาเต็มไปด้วยความหวังที่เก่งจะเปิดใจ
การไปงานดนตรียังไม่สามารถลบภาพของปริมที่มาเปรียบเทียบกันได้ แต่เก่งเลือกที่จะต้องพยายามเดินต่อไป
ณ งาน ไม่ไกลนัก ณ อาคารที่จะมีดนตรี กัมปนาทเห็นญานิสา หรือญา ที่รุ่นน้องคนโปรดยืนอยู่ เขาหยุดชะงัก มองเข้าไปแล้วเครียด เมื่อเห็นเขาจะต้องทำอย่างไรกับความรู้สึกที่เริ่มเยอะขึ้น
“สวัสดี” ญาหันหน้ามาทักทายด้วยเสียงแผ่วเบา ยิ้มให้ เกิดอาการลกต่อต้านหลายอย่างในใจของเก่ง
“อืม… เออ…” เขาพยายามตอบกลับด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่ญาพูดต่อ” เราอยากไปร่วมงานวันศุกร์หน้า”
“แน่นอน” เขาตอบเสียงดังเกินไป แออัดความรู้สึกในตัวเองยิ่งขึ้น
คืนวันนั้นร่วมสร้างบรรยากาศให้ทั้งคู่เกิดสายสัมพันธ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เก่งได้เริ่มรู้จักกับความรักในแง่มุมใหม่
แต่ในตอนที่จะกลับนั้น เขาพบกับอาร์มและปริมที่บังเอิญอยู่ใกล้กัน เกิดเรื่องตลกร้ายเมื่อปริม ขอบคุณอาร์มที่ให้กำลังใจเธอให้เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ จนเกิดความหึงหวงอย่างรุนแรงในใจของเก่ง
เวลาผ่านไปในหอพัก และการสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนราวกับพลิกหน้าหนังสือ เพื่อไม่ให้ใครต้องเจ็บปวด อย่างน้อยที่สุดก็มีฮาร์ทเบรกหรือหลายคนต้องผิดหวังอย่างเสียใจ
เกิดการชิงรักหักสว่านในกลุ่มคน หลายคนสามารถพูดตรงไปตรงมา แต่เก่งกลับรู้สึกต้องอยู่ระหว่างทางเดินของทุกอย่างซึ่งมีความยุ่งเหยิงและซับซ้อน
หลายค่ำคืนพวกเขาร่วมกันสร้างเสียงเพลงและความทรงจำในห้องซ้อม เมื่อถึงจุดที่เก่งถูกบีบให้ต้องเลือก ข้อบังคับของการสมหวังหรืออกหักไปพร้อมกันในช่วงเวลาที่นี้
จนในที่สุดถึงวันแสดงที่ฝึกซ้อมกันมานาน รั้งใจหลายใจ ผู้คนล้นในงาน และความจริงถูกเผยออกมาเมื่อเก่งต้องเลือกความรักกับปริมในขณะที่ต้องเข้าใจความรู้สึกตัวเองในญา
แขนที่ขวางกันไปมากว่าได้พาเก่งเข้าสู่พื้นที่แห่งความรักกัน ซึ่งปากเสียงบอกว่า ต้องเปลี่ยนและใส่ใจในความรู้สึกนี้
การตัดสินใจมาถึงจุดสำคัญของชีวิตเขา โดยออกมาเผชิญหน้ากับเพื่อนที่รักจริง มากกว่าความต้องการในใจมากกว่าเดิม
สายฝนเริ่มเทจากฟ้า ณ ตอนที่เขาตัดสินใจ ในช่วงเวลานั้นที่รู้สึกจริงใจสุด ฟุตบอลตกลงระหว่างทุกคน จนเห็นได้ชัดว่าความรักจริงนั้นจะต้องสร้างอย่างสวยงาม ไม่ใช่ลองผิดลองถูก ต้องต่อสู้ และใช้ชีวิตอย่างซื่อตรงเพื่ออนาคต
“ความรักไม่ง่ายเกินไป แต่ที่แน่ใจคือ เมื่อเราเข้าใจ ก็ช่วยยกระดับการเติบโตให้ฟรี” เก่งบอกกับเพื่อน ๆ ของเขาด้วยน้ำเสียงเติบโต มันเป็นการร่วมทางที่พวกเขาจึงไม่ปล่อยให้ความรักต้องตกปนกัน
ในฐานะที่สามารถเดินกล้าเข้าไปในความรักไปด้วยกันในกลุ่มเป็นก้าวแรกที่ใหญ่สำหรับกลุ่ม วัยรุ่นที่สบตาความรักอย่างจริงจัง จากนี้ไป ไม่มีอะไรกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกรวมกันอีกต่อไป