ในความฝันที่หายไป
กรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน เต็มไปด้วยเสียงดังจากรถยนต์ที่แล่นผ่าน เสียงเพลงที่หลั่งไหลออกจากร้านลานเบียร์ กลิ่นอาหารริมทางคละคลุ้งไปทั่ว รัศมีของเมืองหลวงกระจายอยู่ทั่วทุกซอกซอย ที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้ เลือดนักสร้างสรรค์กำลังหลงไหลอยู่ในเพลย์ลิสต์แห่งความหวังเสียงเพลงที่ไหลริน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ณ สถานที่ทำงานที่มืดมิด สนามออกแบบของเอกราช นักวาดภาพอิสระที่เกือบจะสูญเสียความหวังในตัวเอง เขานั่งอยู่คนเดียวบนเก้าอี้ที่อ่อนล้าหลังจากผ่านการประชุมที่ไม่สร้างสรรค์ ในขณะที่แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ส่องหน้าเขาให้มองเห็นความเครียดและความผิดหวังในดวงตาที่เคยเป็นประกาย
“ทำไมเราไม่สามารถสร้างอะไรที่มีความหมายได้เลยนะ” เอกราชพูดกับตัวเองเสียงเบา
เพียงไม่กี่เมตรเบื้องหน้า มีกระดาษโน้ตที่เขียนข้อความเกี่ยวกับความฝันที่ยังคงฝังใจอยู่ “ต้องให้ชีวิตมีความหมาย มีความรัก” คำนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเขา
ในขณะที่ความมืดของเวลากลางคืนเข้ามาทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว เสียงโทรศัพท์ดังก้องขึ้น ทำให้เขาหันไปมอง ที่หน้าจอแสดงชื่อ “ไอรีน” เพื่อนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยที่ชอบส่งข้อความนี้เข้ามาหาเขาอยู่บ่อยๆ เขาตอบรับสายทันที
“เฮ้ เอกราช นานแล้วนะ ฉันอยากเจอเธอ” เธอดูตื่นเต้นมากเกินไป เสียงของเธอสาดส่องความสดใส.
“แล้วเธออยากเจอนอกทำงานหรือเปล่า” เขาถาม ขณะคิดย้อนถึงความสัมพันธ์ที่เคยผิดพลาดระหว่างพวกเขา
“ฉันมีข่าวดีมาเล่า” ไอรีนอัดเสียงนั้นให้แสดงถึงความตื่นเต้น.
ต่างจากความรู้สึกของเอกราชที่แอบลังเลใจ ปั่นป่วนกับความรู้สึกในอดีตของเขาที่ไม่สามารถลืมเธอได้
สองสามวันต่อมา พวกเขาพบกันที่ร้านกาแฟเล็กๆ สถานที่ที่มีแสงสลัวและการตกแต่งสวยงาม หลังจากทักทายกัน เอกราชเริ่มมีความรู้สึกว่าโลกเริ่มกลับมามีสีสันอีกครั้ง
“ฉันกำลังจะกลับไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ” อดีตแฟนสาวเปิดเผยข่าวที่ดึงเขาออกจากโลกมืดมิด
เสียงหัวใจของเขากระแทกอย่างรุนแรง “ทำไมถึงไม่บอกกันเร็วๆ นี้” เสียงพูดของเขาผสมผสานกันระหว่างความปีติและความเศร้า
“เพราะฉันไม่อยากทำให้เธอรู้สึกผิดหวัง” เธอขมวดคิ้วในขณะที่เอกราชดูเหมือนจะลำบากใจ เขาห่อเหี่ยวใจกับคำประกาศของเธอ
ในขณะที่พวกเขานั่งด้วยกัน มีช่วงเวลาเงียบๆ ที่ทั้งคู่เข้าใจว่าความรักในอดีตกำลังเดินมาทางแยก
“เธอยังคงเป็นแรงบันดาลใจของฉันอยู่เสมอ” เขากล่าวแบบตรงไปตรงมา แม้ในความรู้สึกที่ขัดแย้งกับความรักที่ไม่ได้รับการส่งท้าย
ความต้องการในใจควบคุมกับการดึงดูดร่วมที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงขึ้น ขณะที่ไอรีนมองเขาในแบบที่เหมือนเคย เสียงดนตรีที่แว่วมาจากกลุ่มเพื่อนที่อยู่ข้างๆ มันทำให้ความรู้สึกมันซับซ้อน
“กับเธอ ทุกอย่างมันรู้สึกดี” เธอกระซิบก่อนที่จะยิ้มออกมา
ทางการกันของพวกเขาตอนจบลงในเวลาที่กระบี่กระเฉง ต่อมาผ่านไปในสองสัปดาห์ ไอรีนส่งข้อความบอกเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในทุกวันของเธอ
แต่ชีวิตเอกราชกลับมีแต่ความว่างเปล่าในครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะนั่งทำงานเหนื่อยล้า จินตนาการกลับไปถึงไอรีนและความรักที่เขาไม่เคยระบุไว้ได้จบ
จนเมื่อได้ทราบข่าวจากไอรีน ว่าเธอจะเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ มีการเปิดครั้งเหมาะที่พวกเขาต้องเผชิญกับความเป็นจริงคือไม่มีทางเลือกให้ทำสิ่งที่รัก
“ฉันไปฝากคำพูดไว้ที่ฤทธิ์ของเรา” เธอยิ้มให้เขา ในขณะที่ใครบางคนเข้ามาแทรกความโก้เก๋ของข้าวของ
ข่าวร้ายมาถึงเมื่อไอรีนส่งข่าวว่าเธอประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางนอกประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เอกราชสะเทือนใจอย่างสุดซึ้ง
“ทำไมถึงไม่บอกฉัน” เขาตะโกนในใจ ต้องปลอดภัย แต่ภาพที่เธอไม่ได้กลับมายืนอยู่จะไม่ถูกลืมง่าย
เวลาผ่านไป เอกราชเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ แต่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตมูฟต่อไป ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ทำให้เขารู้จักคุณค่าของความรักและการค้นหาความหมาย
ในความคิดของเขาอยู่แต่ภาพในความฝัน วันนี้เขาเดินไปที่วัดพระแก้วและการวาดภาพที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ดวงกำลังได้แสงสว่างจากพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างสร้างอารมณ์ให้เขาคลายความทุกข์ใจออกไป
เหตุการณ์นี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาสร้างผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงความรักและการสูญเสีย ในที่สุด
ความรักของเขากลายเป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์ศิลปะที่เต็มไปด้วยพลัง และได้สร้างผลงานที่ส่งต่อไปยังคนที่เขารักเสมอ เชื่อมโยงความคิดกลับสู่โลกทั้งใบ
การค้นหาความหมายและการกระจ่ายความรักนั้นทำให้เขาเข้าใจความงามของชีวิต การเดินไม่จบในฐานะนักวาดภาพอิสระกลางเมือง ยังมีเส้นทางอีกมากมายที่เขาจะนำไปสู่ความรักและแสงสว่างอีกครั้ง