การเดินทางในฝันสีเทา
เช้าวันหนึ่งที่กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล เสียงรถยนต์ที่แตรและการพูดคุยของผู้คนทำให้เขาตื่นเกือบทุกวัน เป็นเสียงเช้าของชีวิตที่เรียบง่ายบดบังความฝันของเขาไว้ ปีนี้เขามีอายุยี่สิบและยังไม่รู้ตำแหน่งที่ตัวเองควรมีในโลกใบนี้ เขานั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ มุมหนึ่งในซอยที่คุ้นเคย บุหรี่กลิ่นหอมเย้ายวนใจและเสียงแหลมของเพลงจากลำโพงคละคลุ้งทำให้เขาลืมช่วงเวลาไปชั่วขณะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!หนึ่งในวันธรรมดาที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่าง และแล้วก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ที่ถนนด้านนอก ในมือของเธอถือร่มในวันที่อากาศแจ่มใส มันเป็นภาพที่แปลกประหลาด แต่ในช่วงนั้น เขารู้สึกถึงการเชื่อมต่อบางอย่างระหว่างเขากับเธอ เหมือนกับว่าเขาเคยรู้จักเธอมาก่อน
เสียงกระดิ่งจากประตูร้านดังขึ้นเมื่อเธอเข้ามา หญิงสาวยิ้มให้เขาเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาลอบมองเธออย่างเงียบ ๆ ดูความเปล่งประกายของแววตาเธอที่ส่องสะท้อนแสงแดดที่ลอยเข้ามาในร้าน
“ไม่กลัวฝนก็ต้องกลัวแดดใช่ไหม?” เธอพูดพร้อมกับยิ้มอย่างมีความหมาย
เขาไม่รู้จะตอบอะไรมากนัก แต่สิ่งที่เขาทำคือยิ้มกลับอย่างไม่รู้ตัว ภายในไม่กี่นาทีที่พวกเขาคุยกัน เขารู้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเธอ โซอี้ นักเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่พึ่งย้ายมาใหม่ “ที่นี่เป็นที่ที่ตามหาผลงานออกแบบที่แท้จริง”
หลายวันหลังจากนั้น เขาเริ่มที่จะหันหน้ามาทางซอยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าเพราะหวังว่าจะได้พบกับเธออีกครั้ง พวกเขาใช้เวลาวันหยุดด้วยกันราวกับว่าเป็นเพื่อนสนิทมานาน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าในมุมต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ หรือการไปที่พิพิธภัณฑ์ วันหนึ่งเขาพบว่าตัวเองพูดออกไปว่า “ดนตรีแห่งความฝัน” และเธอหันมาจ้องเขาด้วยสายตาแปลกใจ “พูดอะไรนะ?”
“ก็แค่พูดไปเรื่อย” เขาหัวเราะ “เหมือนว่าเราอยู่ในความฝันนั้น”
ความรู้สึกนี้เริ่มเติบโตมากขึ้นจนยากที่จะเฉยเมย มีคืนหนึ่งที่เขาพาเธอไปชมดวงดาวที่สนามของโรงเรียนเก่า ๆ ในขณะที่ทั้งสองนอนมองขึ้นไปบนฟ้า เขารู้ว่าเขาหลงรักเธอ
แต่แล้วในคืนมืดสนิท โซอี้บอกว่าเธอมีความลับบางอย่างที่เธออยากจะเปิดเผย “เธอไม่มีเหตุผลที่จะต้องซ่อนอะไรจากฉันเลย” เขาพูด พร้อมกับยิ้มได้กว้างกว่าแต่ก่อน
“เป็นความลับเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา” เธอยิ้ม แล้วก่อนเขาจะได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น เธอก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ทว่า หากเธอต้องเลือกที่จะเดินทางไปยังปีที่มีความทรงจำที่สำคัญ หรืออยู่ที่นี่กับฉันในความจริง เธอจะเลือกอะไร?”
คำถามสร้างความสับสนให้เขา เขารู้ว่าอนาคตมีแต่เรื่องที่ไม่แน่นอน “ฉันขอเวลาเถอะ” เขาสะดุ้งเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของเธอ
ในคืนหลังจากนั้น ความสัมพันธ์เริ่มรวมตัวกันอย่างช้า ๆ แต่มีแรงดึงดูด นำมาซึ่งคำถามและปัญหาใหม่ ๆ ความเร่งด่วนของอนาคตค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิตพวกเขา ในขณะเดียวกัน ตัวเขาควบคุมไม่ได้และการตัดสินใจที่ยากลำบากเข้ามาเยือน
วันหนึ่ง เขาตัดสินใจไปหาโซอี้ในสถานที่ที่พวกเขาพบกันครั้งแรก แต่เธอกลับหายไปแล้ว หลังจากนั้น เขาได้รับข้อความว่าทุกอย่างเป็นความจริงและเขาต้องกลับไปหาสิ่งที่ถูกลิขิต “ฉันรู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่เป็นเธอที่ทำให้ฉันอย่างนี้”
เขาวิ่งไปตามถนนที่มีแสงสลัวในคืนลอยกระทง ขณะท้องฟ้ามืดมิดและมีเสียงดนตรีไกล ๆ ทุกอย่างเริ่มวนไปในหัวของเขา เขาเข้าไปในโลกของความเศร้าและความสับสน ความรักและความสูญเสียกลายเป็นสีสันที่ทำให้เขาจมดิ่งพอสมควร
หลังจากที่พยายามหาเธออยู่พักหนึ่ง เขาก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าไม่มีเธอ เขายังมีเวลาให้ตัวเองหรือไม่? “ชีวิตมีเพียงหนึ่งเดียว,” เขาบอกกับตัวเอง ระหว่างตั้งแต่คืนลอยกระทงจนทำให้เขาตระหนักว่า เขาอาจจะไม่มีทุกอย่างที่ต้องการแต่มีทางเลือกที่จะมีความรักยังคงอยู่ในใจเขา
แล้ววันหนึ่งในช่วงพระอาทิตย์ตก เขาเดินมาที่ร้านกาแฟแห่งเก่า ก่อนที่เขาจะเข้าไป ภาพหญิงสาวในชุดเดรสขาวที่เคยเจอเมื่อหลายเดือนผ่านมาปรากฏขึ้น “ฉันยังอยู่” เธอบอกเบา ๆ ราวกับว่าอยู่ใกล้แต่ไกล ในที่สุด เขาโพสต์ว่าชีวิตไม่สามารถย้อนคืนได้
การเดินทางของเขานับตั้งแต่นั้นแสดงให้เห็นว่า แม้จะมีทางเลือกที่ยากลำบาก แต่เขาสามารถเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตที่เขาเลือก แม้จะเจอพบหลายเรื่องราว และความหายนะคือสิ่งที่หวัง แต่กระนั้น เขายังคงต้องไปข้างหน้าในชีวิต ปล่อยให้ความทรงจำและความรักก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในใจเขา