สัญญาของจักรวาล
ท่ามกลางเสียงดังของนักเรียนที่แหล่งอาหารกลางวันในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง อันวาร์ นั่งอยู่เพียงคนเดียวบนโต๊ะไม้เก่า เขามองไปที่เพื่อน ๆ ที่หัวเราะและแลกเปลี่ยนข้อมูลเรียนกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่เขานั้นไม่สามารถเข้าถึงพวกเค้าได้ด้วยความวิตกกังวลที่คอยรบกวนใจของเขาเอง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แม้ว่าเป็นวันเสาร์ แต่เสียงหัวเราะของนักเรียนสีสันรอบๆ ยังช่วยให้วันของอันวาร์ดีขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะกลับบ้าน เขาตัดสินใจก้าวเดินไปที่ห้องสมุดของโรงเรียน ท่ามกลางเสียงดังภายนอก เขาต้องการที่สงบจิตใจ และคว้าเล่มหนังสือเวทมนตร์ที่ได้ยินมาจากเพื่อนเมื่อวานนี้
เมื่อเปิดหน้าหนังสือ หน้าเพจที่แดงร้อนนั้นมีแสงสว่างจ้าให้เขาเห็นข้อความที่เขียนว่า ‘สัญญาแห่งจักรวาล’ อันวาร์เหลือบมองซ้ายขวา ลมหายใจของเขาเริ่มช้าและใจเต้นแรง ผิดที่ยิ้มออกมาเมื่ออ่านข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับพลังที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตมหาศาล
ในขณะที่เขากำลังมึนงงอยู่กับภาพฝันที่เหนือจริงนั้น ได้ยินเสียงของฮารุน เพื่อนรู้จักของเขาที่สอบได้คะแนนดีเมื่อวานเดินเข้ามา “เฮ้ ชอบเวทมนตร์เหรอ” ฮารุนถามด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ “หรือว่าคุณกำลังจะไปบุกห้องต่างมิติ?” อันวาร์ใจเต้นเพราะคำพูดที่ดูซื่อ ๆ แต่เขาก็ไม่อยากทำให้ฮารุนรู้ว่าพลังที่เขากำลังค้นหาอาจเป็นความจริง
หลังจากนั้นเขาหายตัวไปในงานวิจัยที่น่าสนใจ ภาพของเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งที่ถูกถอดจากภาพเก่ากำลังเล่นอยู่ในสวนสาธารณะณ์ แน่นอนว่าพวกเขายังอยู่ในตอนนี้ และมีความรู้สึกที่น่ารักอยู่ในใจ
ซึ่งหลังจากกลับบ้านกลับห้องหนังสือของเขา บ้านที่เคยเงียบเหงาเวลาใดเวลาหนึ่งฟังดูน่ากลัว แต่คืนนั้น อันวาร์ซึ่งไม่เคยรอบคอบก็ถูกแสงในหน้าหนังสือดึงดูดให้เขาได้รู้จักอีกโลกหนึ่ง
เมื่อเขาอ่านคำว่า “เป็นไปได้ที่เราจะเป็นทุกสิ่ง” พลังในอากาศเริ่มเปลี่ยนไป เผลอ ๆ ภายในใจของเขารู้สึกอบอุ่นให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาไม่เคยเข้าใจมาก่อน
ท่ามกลางความอึดอัดใจ อันวาร์สร้างความตื่นเต้นด้วยการก้าวเข้าไปสัมผัสที่หน้าเพจนั้น ในขณะที่แสงระเบิดออกมาจากหน้าหนังสือเป็นสีฟ้าและส่องสว่างไปในห้อง อีกแค่เสี้ยววินาทีนั้นทุกสิ่งดูเหมือนจะถูกเปลี่ยนแปลงไป
เมื่อเห็นแสงเขาจึงหลับตาลงเตรียมรับความรู้สึกอันแปลกประหลาด ในขณะที่สัญญาณแห่งอำนาจที่เขายอมรับดูเหมือนจะซ้อนทับกับความฝันในใจ
เมื่อเขาลืมตาขึ้น อันวาร์ไม่อยู่ในห้องของเขาอีกต่อไป เขายืนอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสีสันและมนต์ขลัง ซึ่งเขาอาจพบว่าตัวเองมีพลังที่เพียงพอในการต่อสู้กับอันตรายที่รออยู่ที่เส้นทางข้างหน้า ยังมีความรักที่แท้จริงที่เขาจะต้องป้องกัน
ในขณะที่เขาเริ่มเดินต่อไป เขารู้ว่าเขาจะต้องค้นพบความหมายของสัญญาที่เขาทำกับจักรวาลและท้ายที่สุดยังต้องสร้างสมดุลระหว่างความรักและหน้าที่ที่เขารับผิดชอบ
ไอน้ำเย็นระบายออกมาจากอาณาจักรเวทมนตร์ที่อยู่ในมิติของเขา เริ่มต้นการผจญภัยที่ไม่ได้มองข้ามความผิดพลาดและอุปสรรคในทุกวัน
ต่อมาอันวาร์พบกับดาริช หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรที่เขาเข้ามา เธอเป็นผู้มีความสามารถในการพยากรณ์และรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่ออันวาร์มา ในเสี้ยวเวลาที่เขาเห็นเธอ เขารู้สึกเพียงชั่วขณะสร้างความทรงจำ
“คุณคือผู้ที่ได้รับสัญญานั้น” เธอบอกเสียงเบาที่รุนแรงแต่มีมิติ “โลกของเราอาจพร้อมจะแตกสลาย ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับมัน” ดาริชกรายตามองที่เขา น้ำเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่
อันวาร์รู้สึกวาเศร้าลึกในห้วงจิตใจของเขา เขาเริ่มรู้แล้วว่าเขาคือคนที่ต้องรับผิดชอบต่อจักรวาลนี้ในการสร้างหรือทำลาย ทุกย่างก้าวที่เขาใช้ชีวิตในมิตินี้ ยังคงต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเดิมอันเป็นสาเหตุให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงถึงที่
การผจญภัยเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาพบกับภัยอันตรายที่รออยู่และความรู้สึกแห่งความเสียใจที่สืบทอดต่อจากการสูญเสีย สมองของเขาหมุนวนอยู่ตลอดเวลา เพื่อหาความหมายที่แท้จริงของพลังที่เขาได้รับและความรักในใจที่เขาคาใจอยู่
และสุดท้าย ความจริงที่เขาต้องเผชิญก็เผยออกมาเป็นตัวตนของปิศาจในดวงอาทิตย์ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมันพยายามจะทำลายสิ่งสำคัญในชีวิตของเขา การสู้รบทรมานทวิภาคที่โหดเหี้ยมเกิดขึ้น แต่ทุกคำตอบกลับมาต้องการคำถามข้างใน
ในช่วงกลางความมืดมน เขาได้รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้พลังเวทมนตร์ในตัวเอง แม้งานนี้จะต้องแลกด้วยความเจ็บปวดจากการเผชิญหน้ากับอดีต
และในการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย เขาค้นพบว่าพลังที่แท้จริงคือความรักและความเสียสละ อันวาร์เลือกแล้วว่าความรักของเขาจะสามารถทำให้จักรวาลนี้อยู่รอด
เมื่อชั้นน้ำแข็งนั้นแตกหัก อันวาร์จึงยอมรับความเสี่ยงครั้งนี้ เพื่อให้ไปสู่ความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นระหว่างกาลเวลาและมิติ เขาจะแสดงให้ชัดเจนว่าในที่สุดความรักที่เขามีคือสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไป
ในฉากสุดท้าย แสงดับลงในอาณาจักรเวทมนตร์ ขณะที่อันวาร์และดาริชเลือกที่จะเผชิญหน้าความท้าทายในโลกที่แยกจากกัน ความหวังจะเติมเต็มกาลเวลา และทั้งคู่รู้ว่าพวกเขาจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปในทุกภพทุกชาติ ทุกความรักนั้นมีพลังพิเศษเมื่อเราเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่