กลิ่นดอกไม้ในฟ้าคราม
แสงแดดของเช้าวันเสาร์สาดส่องลงมาที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบทที่มีดอกไม้ในสวนเบ่งบาน กลิ่นหอมของดอกบัวและข้าวสุกลอยฟุ้งไปทั่ว เหตุการณ์ในช่วงเวลาแห่งความสดใสนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่เรียบง่าย แต่ในหลืบของหัวใจวัยรุ่นสองคนกลับมีความคิดที่ตึงเครียดซ่อนอยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปกรณ์ เห็นความสงบนี้ขัดแย้งกับอารมณ์ในใจ เขาทีมงานบุกเบิกเก็บรักษาเสียงดนตรีที่กำลังจะมีขึ้นในงานประจำปีของหมู่บ้าน เขาขยับตัวไปมาพร้อมกับเสียงของดนตรีพื้นบ้านที่ไหลเข้าหู เป็นเวลาสามปีแล้วที่เขาแอบรักน้ำฝน เพื่อนร่วมชั้นที่ร่าเริง แต่เมื่อเช้าก่อนปล่อยคอร์สเรียน เขาได้ยินน้ำฝนคุยโทรศัพท์กับใครบางคนด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่มีความสุข
“คะ คนที่บ้านไม่เข้าใจฉันเหรอคะ” น้ำฝนเอ่ยอย่างกลัวๆ
เสียงในใจปกรณ์คำราม เมื่อน้ำฝนเอ่ยถึงเรื่องครอบครัว เขารู้ดีว่าครอบครัวของน้ำฝนมีความซับซ้อน เขาไม่เคยตกลงว่าเขาจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผ่านมา แต่วันนี้เขาตัดสินใจเต็มใจที่จะช่วยเธอ
“เราต้องเคลียร์เรื่องนี้แล้ว” ปกรณ์พูดกับตัวเอง ขณะที่ความกลัวและความรักผสมปนเปในอากาศ
บนเส้นทางไปบ้านของน้ำฝน ปกรณ์รู่สึกถึงแรงดึงดูดที่ดึงเขาเข้าไปข้างใน แสงแดดที่ร้อนแรงอดเข้ามาอวดอ้างชีวิตและปลุกความหวัง แม้เสียงของเขาจะเบา แต่กระแสความรู้สึกในใจกลับเข้มข้นยิ่งขึ้น ความรักที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขากลายเป็นความฝันที่เรียกให้พวกเขาต้องต่อสู้
เปิดประตูบ้านของน้ำฝนเข้าไป ก็เจอกับบรรยากาศที่แตกต่าง น้ำฝนกำลังนั่งอยู่ในมุมมืดพร้อมกับน้ำตามากมาย
“หอมของข้าวสวยจัง” ปกรณ์พยายามหยอกในขณะที่ประสบการณ์นี้ดูจริงจังมาก
น้ำฝนนิ่ง สำหรับเธอแล้ว บางครั้งความรักก็เหมือนการทดสอบที่ยากจะผ่าน นอกจากนี้ยังมีเสียงเข้มข้นจากการระเบิดของความรู้สึกในหัวใจที่วุ่นวาย
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ปกรณ์และน้ำฝนเริ่มพบกันบ่อยขึ้น ทุกคืนพวกเขานั่งด้วยกันใต้แสงจันทร์ พร้อมเพลงพื้นบ้านที่เลื่อนจากโทรศัพท์ของปกรณ์ ตลอดคืนที่มีเสียงหัวเราะและการแลกเปลี่ยนความฝัน
“อยากทำอาชีพอะไร?” น้ำฝนถามโดยไม่ละสายตาจากปกรณ์
“อยากเป็นนักดนตรี” ปกรณ์ตอบ แม้เขายังไม่แน่ใจในอนาคตของเขา
เสียงดนตรีขับเคลื่อนพวกเขาให้เหลือบมองกัน ปกรณ์สังเกตเห็นว่าน้ำฝนมีความฝันที่ใหญ่กว่าที่เธอแสดงออก มีช่วงเวลาที่พวกเขาพยายามยิ้มให้กันในบรรยากาศที่มีสีสัน
แต่ในขณะนั้น ความลับเรื่องครอบครัวของน้ำฝนก็เริ่มเผยออกมา
“เราจะจัดการเรื่องนี้ไปด้วยกัน” ปกรณ์พูดอย่างมั่นใจ ทันใดนั้น ความตึงเครียดในใจของน้ำฝนแตกออกเป็นเสียงแหลม เขารู้แล้วว่ามันยากเหลือเกินที่จะผ่านไปได้
วันที่อยู่ในโรงเรียน ผู้ใหญ่รอบข้างพากันพูดถึงเรื่องครอบครัวของน้ำฝนและความอับอายที่เธอต้องเจอในวงสังคม
“เธอไม่เป็นอะไรหรอก” ใช้เสียงอ้อมแอ้มเข้ามากระซิบข้างหู
น้ำฝนหลบตา “รู้สึกเหมือนการเป็นตัวประหลาด ถูกทุกคนมอง”
ปกรณ์รู้สึกถึงอารมณ์ของน้ำฝน เขาทิ้งสมุดเขียนเพลงหายไปในขณะนั้นเพื่อโน้มเข้าหาน้ำฝนมากขึ้น
“ให้ฉันอยู่กับเธอ” ปกรณ์ตัดสินใจพูด เขาพยายามเข้าใจสถานการณ์ของน้ำฝนอย่างเต็มที่
แต่เมื่อค่ำคืนที่มืดมนมาถึง ครอบครัวของน้ำฝนกลับไม่ต้องการให้การสนับสนุนในฐานะเพื่อน อาจจะมีสิ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจ ทำให้เขาเกือบจะถอดใจแล้ว
วันรุ่งขึ้น น้ำฝนเปิดประตูเข้ามาพร้อมอารมณ์ที่อัดแน่น เมื่อเธอเห็นปกรณ์ เธอสารภาพ “มีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายถ้าเราไม่ถูกตามจับ”
ที่ย้อนยั้งเขาไว้ในเวลานี้เองทำให้เขาตัดสินใจแน่วแน่ “ฉันจะช่วยเธอ”
ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มความท้าทาย ความลับที่เกิดขึ้นกลับลงไปในอดีต เมื่อพวกเขาเริ่มเห็นว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยความรู้สึกรุนแรงจะทำให้เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดซ้ำ
ในคืนประจำปีของงาน พวกเขาตัดสินใจเปิดเผยความรักอย่างอิสระ ปกรณ์ขึ้นเวทีเล่นเพลงที่เขาเขียนเพื่อน้ำฝนในวันแห่งความรัก ความหวังยังอยู่ในอากาศ
แต่เมื่อเสียงของปกรณ์ดังก้องในงานที่ถูกจับตามอง ความจริงของน้ำฝนกลับถูกเปิดเผย เมื่อน้ำฝนตัดสินใจเดินออกจากตำแหน่งที่เคยมี
ความเศร้าของกลุ่มคนที่ยืนอยู่รอบข้างกลับกลายเป็นการประลองใจปะทะกันอย่างเต็มที่ ระหว่างการเลือกทางเลือกในชีวิต เมื่อทุกคนรู้จักกันว่าหัวใจที่มีพันธกิจไม่เคยต้องการขยายทิษทางมากนัก
ในที่สุด น้ำฝนได้ตัดสินใจจะไม่ปล่อยมือจากปกรณ์และสู้ไปด้วยกัน “เราจะไม่ยอมแพ้ แม้จะมีปัญหาใดๆ” เธอเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว
และที่นั่นบรรยากาศเล็ก ๆ ก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ในฟ้าคราม เมื่อเสียงเหล่านั้นยังก้องอยู่ในใจของปกรณ์และน้ำฝน ที่ทุกคนแย่งชิงให้ดีใจ เมื่อมีความรักที่ยังต่อสู้ กอดกันไว้ในโลกใบนี้ที่กำลังเผชิญความยากลำบากในอนาคต