ความรักที่หายไป
เช้าวันเสาร์ที่แดดอ่อนๆ ส่องแสงส้มลงมายังสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เสียงนกร้องจิ๊บจ๊าบขับกล่อมผู้คนที่เดินผ่านไปมา ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ มันมีคนสองคนที่ในวันนั้นกำลังเดินไปด้วยกัน มันคือจินต์ ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความฝัน แต่กลับหลงทางในเรื่องความรัก และมินต์ หญิงสาวที่ดูเหมือนกำลังจะปิดบังความรู้สึกที่ซับซ้อนอยู่ในใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมเราถึงอยู่ตรงนี้?” จินต์ถามขึ้นขณะพวกเขาหยุดเดินหน้าม้านั่งไม้ หน้าตาเขาดูเคร่งเครียด เขากำลังพยายามทำความเข้าใจกับความรู้สึกที่อยู่ภายใน แต่ทำไมมันถึงยากมายขนาดนี้?
“เราควร… ควรจะสนุกกับช่วงเวลา ตอนนี้สวยงามนะแจ๊ค” มินต์ตอบด้วยเสียงที่เบาขณะที่น้ำตาเกือบจะร่วงหล่นลงมาท่ามกลางดวงตาที่ใสซื่อของเธอ
“แต่ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม” เขาส่งเสียงต่ำ พยายามสื่อสารถึงความรู้สึกของเขา ให้อารมณ์ที่คัดค้านกันดูอบอวลไปด้วยการตั้งคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ในช่วงฤดูร้อน ฉากหลังของความรักทั้งสองกลับมาสั่นสะเทือน เมื่อพวกเขาเดินผ่านสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ วันนั้นที่พวกเขาและเพื่อนๆ นั่งอยู่บนพื้นฉากดอกไม้ พวกเขาหัวเราะกันอย่างมีความสุข แต่ในวันนี้เสียงหัวเราะนั้นกลับไกลห่างออกไปโรยไปด้วยใบไม้แห้งและบรรยากาศที่เยือกเย็น
จินต์นึกถึงช่วงเวลาที่เขาและมินต์จับมือกันด้วยความรักและประหวัดปลายทางไปหยุดที่ริมแม่น้ำ แม้จะมีทางเดินในที่ร่มไปตลอดเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่เคยทำให้พวกเขาตราตรึงใจ มีทั้งความรักและการเข้าใจที่สร้างสรรค์ขึ้น
เมื่อเข้าสู่ยุคญี่ปุ่นยุคใหม่ ตอนนั้นในรายงานของสื่อ เธอได้ทำสิ่งที่ทั้งคู่เคยฝันไว้ โดยที่เขาเผลอกดปุ่มหยุดบันทึกเสียงในเครื่องเล่น เพราะจินต์ไม่สามารถเผชิญกับความลับใดๆ ที่มินต์ปกปิดได้อีก เขารู้สึกเหมือนโดนทิ้งกลางถนน
“มันอยู่ไหน?” เขาถามเสียงตัดขาดจากห้วงความคิดและเสียงของเธอดูชัด ฟังดูสงบเสงี่ยมอยู่ตรงหน้า
หลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น มินต์ได้ตัดสินใจจะเดินไกลออกไป เพื่อค้นหาสิ่งที่เธอเรียกว่า ‘ตัวเอง’ ที่เคยหลุดออกจากชีวิตแต่ละช่วงเวลาชั่วชีวิต
การเดินทางของเขาเริ่มขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตั้งแต่ทางเดินสวนสาธารณะ ไปจนถึงตลาดกลางคืนที่ประดับไปด้วยไฟหลากสี ในขณะที่มินต์เหมือนพยายามลบความทรงจำของจินต์เพื่อบูรณะตัวเอง ผิดพลาดก็ตามหา แต่ไม่เคยเจอเหมือนกัน ความรักของพวกเขาเหมือนแสงสว่างแต่กลับกลายเป็นเงาของครั้งหนึ่งในชีวิต
แล้วจู่ๆ ในวันหนึ่ง มินต์ได้พบกับนัชชี่ นักดนตรีหนุ่ม ผู้ให้ความกระจ่างกับคำพูดและความเข้าใจที่เธอต้องการ “ทางออกไม่อยู่ในใจแต่ในความกล้า” ด้วยความรักของนัชชี่ที่กล้ามอบให้เธอ ทำให้มินต์เริ่มเปิดใจ แต่ในขณะเดียวกันวันเวลาที่ยิ่งเธอค่อยๆ สร้างโครงสร้างใหม่คือจินต์ที่พยายามตามหาเหตุผลต่อไป
ความตึงเครียดในแต่ละช่วงเริ่มสืบต่อด้วยการสื่อสารกันมากขึ้น จนมาจบที่แปลงกลับบ้านและนัดพบกันกลางสายฝนที่บ้านเก่าวันหนึง พวกเขาเปิดเผยถึงบาดแผลในใจ ทำให้ทั้งสองคนได้เห็นมิติอันลึกซึ้งในแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็นความลับที่ตั้งอยู่ แต่พวกเขายังคงมีความรักต่อกัน
ท้ายที่สุดเมื่อฤดูร้อนกลับมาอีกครั้ง มินต์และจินต์ต้องตัดสินใจว่าสิ่งที่ผลักดันพวกเขาออกมานั้นคืออะไร การเริ่มต้นใหม่ที่จะไม่สิ้นสุด ความรักที่หายไปพวกเขาอาจจะสามารถสร้างคืนกลับมาในบรรทัดใดบรรทัดหนึ่งได้
ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและความสับสน แต่ท้ายที่สุดเสมอไปกับการสร้างสรรค์มวลแห่งความรักขึ้นใหม่ ทั้งสองกลับอาจจะสามารถมอบความรักว่าทั้งสองยังอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด