ขอโทษที่รัก
ยามเช้าของวันเสาร์ แสงแดดทองสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องเรียน มหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองเต็มไปด้วยนักศึกษาเสียงดัง และเสียงหัวเราะของกลุ่มวัยรุ่นที่เดินไปมา วาเลนไทน์กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าในมุม Quiet Zone ของห้องสมุด เธอเป่าลมแฟ้มการบ้านออกจากหน้า หน้าเธอเต็มไปด้วยอาการกังวลเมื่อได้รับข้อความจากปรวีร์ แฟนหนุ่มที่อาจจะไม่เหมือนคนอื่น ในทุกๆ วัน เขาจะส่งข้อความมาจากที่ต่างๆ และเมื่อใดที่วาเลนไทน์มองไปที่มือถือ คำพูดของเขายังคงที่น่าหลงใหล
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จะเห็นหน้ากันอีกไหม?” ปรวีร์ถามด้วยอารมณ์กล่อมกล่อม และวาเลนไทน์ตอบกลับมาอย่างคลุมเครือ.” ไม่รู้สิ คงต้องดูอีกที” ขณะพูด เธอภาวนาในใจให้อย่าเสียงดังเท่าที่ควร เพราะเธอรู้ว่าเมื่อใดที่เธอกล่าวคำว่ารัก ความสัมพันธ์จะซับซ้อนมากกว่าแค่การเป็นแฟนธรรมดา
ภายในวันนั้นเอง ในระหว่างที่วาเลนไทน์เลิกเรียน เธอได้พบกับดาวนภาเพื่อนสนิทของเธอ กำลังนั่งกันกลับที่รถตู้ประจำมหาวิทยาลัยที่ท่ารถ ภายในรถมีเทศกาลสีน้ำเงินแห่งความรัก สองสาวจึงพูดคุยเรื่องชีวิตรัก สิ่งที่ทำให้ดาวนภาตื่นเต้นคือการที่คบหากับปรวีร์ซึ่งถือว่าชวนหัวใจ แต่ด้วยความลังเลของวาเลนไทน์ที่มักจะรู้สึกว่าเธอต้องยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง เว็บเก่าผิดหวังฉายชัดในแววตาในขณะที่พูดถึงเขา”
“นายไม่คิดจะไปงานปาร์ตี้ครั้งต่อไปหรือ?” ดาวนภาถามพลางเอื้อมมือไปดึงสายเข็มขัดติดไว้ที่รถ ยังไม่มีคำตอบใดๆ ที่ชัดเจนจากวาเลนไทน์ ก่อนที่จะมีการประกาศข่าวจากเสียงกระจายเสียงทั่วพื้นของมหาวิทยาลัย ว่า “เราขอเชิญชวนนักเรียนมาร่วมงานปาร์ตี้ของนักศึกษาใหม่สำหรับปีนี้” สิ่งนี้มีผลต่อวาเลนไทน์ที่รู้สึกเครียดต่อแรงกดดันที่ว่าจะไปได้อย่างไรโดยที่ไม่พบปรวีร์
อย่างไรก็ตามหนึ่งสัปดาห์ถัดมา ทุกอย่างดูดีขึ้น เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาสู่อีกครั้งหลังจากที่เธอได้เก็บทุกอย่างที่เคยซ่อนจากเพื่อนซี้ไว้ แต่แล้วเมื่อเธอได้เข้าร่วมงานปาร์ตี้ ในห้องที่เต็มไปด้วยแสง สี และเสียงดนตรี มีการพูดคุยปรากฏตัวของในกลุ่มนักศึกษา “นายรู้ไหมดาวนภามีความรักใหม่” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นข้างหูว่า คำว่า “ใหม่” มีน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยวาทกรรมเยาะเย้ย
ดาวนภาเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของดวงตาวาเลนไทน์ทันที และเดินไปหาเธอ “นายสบายดีหรือเปล่า?” วาเลนไทน์ได้แต่ส่ายหน้า ทั้งที่ใจกำลังร้อนวูบวาบ “ฉันเพียงแค่สงสัยว่าทำไมคนจึงต้องคบกันเพื่อซ่อนความรู้สึก” ดาวนภาไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ แขกที่มาจากมหาวิทยาลัยต่างเข้าไปในงานปาร์ตี้ รวมถึงปรวีร์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนอีกหลายคน
ในขณะที่เพลงเล่นไป เสียงหัวเราะโอบล้อมการพูดคุยจนไม่สามารถแทรกตัวได้ ทำให้วาเลนไทน์รู้สึกเหมือนคนโดดเดี่ยว อนาคต ความปรามาสที่ค่อยๆ กลายเป็นความเบื่อหน่าย ราวกับเธอสูญเสียสถานะการเป็นที่รักของตัวเอง
จนกระทั่งเกิดการทะเลาะกันระหว่างดาวนภากับปรวีร์ในห้องแคบๆ ที่เต็มไปด้วยฟองอากาศ การขัดแย้งเล็กน้อยที่เกิดขึ้นแต่กลับทำให้วาเลนไทน์รู้สึกปวดใจ “ไหนบอกว่าชอบฉันอยู่?” ดาวนภากล่าวอย่างจริงจัง ขณะปรวีร์หายไปก่อนที่ภาพแห่งความโรแมนติกจะหายไป
“เสียใจกับเหตุการณ์นั้นไหม อาจจะพูดไม่ดี?” ดาวนภาถาม ปรวีร์พยักหน้า แน่นอนค่ำคืนนี้ได้สร้างเกณฑ์ใหม่แห่งความรัก พวกเขาได้ฝึกฝนการรัก การให้ และการผ่อนคลายจากความเครียดที่โดนกระตุ้นจากงานปาร์ตี้
แต่สำหรับวาเลนไทน์ มันคือการปิดตัวลง
ทางออกหนึ่งอาจจะชัดอยู่แล้วเพื่อบ่งบอกให้กับตัวเองได้รู้ว่าความรักมันยังคงอยู่ ทุกคนมีความหวัง และฉันควรจะส่งต่อความรักและการให้อภัย ผ่านเหตุการณ์อันขมขื่นที่เกิดขึ้น ไล่ตามไปพบความรักใหม่
เรื่องดำเนินต่อไป ในขณะวาเลนไทน์เปิดบ้านตัวเอง เธอจะต้องหลุดพ้นจากความเชื่อมั่น불ที่เคยสูญเสีย มันคือเวลาที่ต้องดำเนินต่อไป สักวันหนึ่งในอนาคต
หนึ่งเดือนต่อมา อาจจะมีโอกาให้ได้เห็นกิจกรรมใหม่ๆ ในมหาวิทยาลัย วาเลนไทน์รู้ว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ ในใจที่ต่างจากที่เธอเคยรู้สึก และทั้งที่สำคัญที่สุดคือการให้อภัยที่จะส่งมอบลงในความรักหมายถึงการเติบโตของชีวิต เธอเริ่มขอโทษปรวีร์ และดาวนภาเมื่อมีความฟื้นฟูในชีวิตใหม่กับความพยายามที่จะแสดงออกถึงความรักที่มากกว่าสิ่งที่เคยมีมา ความรักที่ไม่ได้ประกอบไปด้วยการทรยศอีกต่อไป อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในหนึ่งในเราจะต้องเผชิญ”