น้ำตารักเมืองร้าง
แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกิ่งไม้ในสวนหน้าบ้านเก่าแก่ ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการเล่นของเด็ก ๆ ขณะนี้กลายเป็นสถานที่เงียบสงัด เมื่อตอนเช้าของวันเสาร์ พฤทธิ์ นักศึกษาแพทย์ปีที่สาม กลับมาที่บ้านเกิดในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ตอนนี้เหลือแต่บ้านร้าง และความเงียบเหงา เขาหยุดมองบ้านของตนเองที่ดูเหมือนยังมีชีวิตชีวาในความทรงจำ เสียงนกน้อยร้องกาและความเงียบที่แปลกประหลาดทำให้เขารู้สึกว่าที่นี่ได้สูญเสียคนไปมากแค่ไหน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อพฤทธิ์เดินเข้าไปในบ้าน เขาพบว่าแม่ของเขากำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เปลือกตาที่มีรอยย่นมายาวนาน เก็บซ่อนอดีตที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำของความรักและการสูญเสีย เขาบอกแม่ถึงการกลับมาครั้งนี้แต่คำพูดของเขาดูไม่เต็มปากนัก แม่ยิ้มรับ และพูดว่า “ดูแลตัวเองด้วยนะ คงไม่อยากให้ฉันทุกข์ใจไปมากกว่านี้”
หลังจากกินข้าวเช้าด้วยกัน พฤทธิ์ขอออกไปเดินเล่นที่ตลาดซึ่งครั้งหนึ่งเป็นแหล่งรวมความสุขของผู้คน แต่ตอนนี้เหลือเด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่ไม่กี่คน เขาได้พบกับบุษบา ผู้หญิงที่เคยเป็นเพื่อนรักตั้งแต่เด็กที่ยืนขายของอยู่ที่แผงขายของเล็ก ๆ ในตลาด หลบใต้ร่มไม้ เธอยิ้มให้เขา แต่ก็มีเส้นใยบาง ๆ ของความเงียบงันที่แอบซ่อนอยู่ในดวงตาของเธอ “คิดถึงแกจัง” พฤทธิ์พูดด้วยน้ำเสียงเบา ขณะที่บุษบาแย้มยิ้ม แต่ปากแน่นอยู่เช่นเคย
ชั่วขณะนี้เอง ความฟุ้งซ่านในใจของทั้งสองเริ่มเกิดขึ้น บุษบาตอบว่า “ฉันก็คิดถึงแก” หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเรื่องเก่า ๆ ที่เคยเกิดขึ้น ขณะที่พฤทธิ์ไม่ลืมที่จะถามถึงชีวิตของเธอ เธอจึงเล่าให้ฟังว่า หลังจากเขาย้ายออกไปเธอแทบไม่มีใคร และต้องทำงานช่วยแม่แทน พฤทธิ์รู้สึกเศร้าในใจ เขาจึงล้มเลิกความคิดสร้างสรรค์ที่เคยคิดจะกลับมาคบกันอีกครั้ง
ทั้งสองพัฒนาความสัมพันธ์ทีละน้อย พฤทธิ์คิดว่าบุษบาเปรียบเสมือนความสุขเล็ก ๆ ในเมืองที่ร้างนี้ แต่เรื่องราวไม่ได้สวยงามเสมอไป ขณะเดียวกัน พฤทธิ์เข้าใจว่าบุษบากำลังพยายามหลีกหนีความรักที่ไม่สมหวังจากคนรักที่ยังไม่ลืม เขาเริ่มลังเล ไม่แน่ใจว่าเขาควรเดินหน้าไปกับความรู้สึกที่หาข้อสรุปไม่ได้หรือไม่
เวลาผ่านไปสองสามสัปดาห์ ในขณะที่ความรักค่อย ๆ งอกงาม พฤทธิ์ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า บ้านของเขากำลังเสื่อมโทรม ความเจ็บปวดของแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้าทำให้พฤทธิ์รู้สึกถึงความกดดัน เธอพูดคุยถึงคุณพ่อที่หายไปและชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีแฟนก็ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุข
การกลับมาในเมืองต่างแดนยิ่งสร้างความกดดัน เมื่อพบว่าบุษบาเคยมีแผลเป็นในใจที่เขาไม่เคยรับรู้ จนวันหนึ่ง เธอบอกพฤทธิ์ว่า “ถ้าสำหรับแก ฉันแตกต่าง ฉันรู้ดีว่าฉันก็แค่เพื่อนตลอดไป” คำพูดนี้ทำให้พฤทธิ์เจ็บปวด หลังจากนั้นเขาจึงตัดสินใจไปคอนเสิร์ตตั้งแต่วันนั้น สามารถปลดปล่อยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
คืนหนึ่ง พฤทธิ์ไปหาบุษบาที่ร้านกาแฟ เขานั่งอยู่ที่มุมเล็ก ๆ สายตาของเขาจ้องมองที่เธอ ขณะที่เสียงดนตรีอ่อน ๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ ในขณะที่บุษบานั่งคุยกับคนรักเก่าที่กลับมา หากแต่เธดไม่ยอมปล่อยมือจากเขา เพราะความรักที่ยังคงมีอยู่
กลางคืนที่มืดมิดและเสียงฝนตกหนักทำให้พฤทธิ์รู้สึกเสียใจและอึดอัด ภายในหัวของเขามีความสับสนและความเครียด จนเขาไม่สามารถทนต่อไปได้อีก เขาไปหาบุษบาและพูดในสิ่งที่อยู่ในใจ “ฉันจะไม่มีวันทำให้เธอต้องอึดอัดใจ” ขณะที่เสียงชัดเจน แต่มีน้ำเสียงที่อ่อนแอ
จากนั้น ในขณะที่เขามองบินเองนาห์หว่างกัน สิ่งที่พฤทธิ์ไม่เข้าใจคือทำไมจึงรู้สึกผิดหนักใจที่ไม่ได้เป็นผู้ชายที่อยู่เคียงข้างบุษบาเหล่านั้นได้กลับกลายเป็นวุ่นวาย เพราะการกดดันในครอบครัวที่เกิดขึ้นหลังจากการพบเจอกับแม่ก็ตรงกันข้าม เขาจึงต้องตัดสินใจไปที่ห้องพยาบาล จนได้พบกับแม่ การพูดคุยกับแม่จะเป็นทั้งแหล่งปลอบประโลมใจของพฤทธิ์ไม่ให้หลุดออกจากความเจ็บปวดทางอารมณ์
กลางวันร้อนแผดเผา พฤทธิ์กลับมายังตลาดที่บุษบาทำการค้า จะได้เห็นทั้งรอยยิ้มสดใสสวยงามของเธอ แต่จิตใจก็หนักเหมือนหิน ทุกครั้งที่ทำใจได้กลับมามองเธอบริเวณแผงขายของ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความสุข อาจเป็นเพราะที่ทำงานร่วมกันขณะรวบรวมเครื่องดื่มให้ลูกค้า
ตลอดทั้งวัน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ครึกโครมอยู่รอบตัว ขณะที่ใจของพฤทธิ์กลับเงียบเหงา เขารู้ดีว่าต้องรับรู้ว่าเขามีอะไรอยู่ในมือ แต่ทั้งหมดมองเห็นว่าการกลับไปในเมืองครั้งนี้คือสิ่งที่สวยงามอย่างแท้จริง ไม่ใช่การทิ้งไว้เบื้องหลัง
เมื่อพฤทธิ์ได้ยินเสียงบุษบาพูดคำนั้น เขาจึงเอ่ยไปกลั่นกรองให้ฟังว่า “ฉันไม่ต้องการปล่อยให้ความรักของเราผิดเพี้ยนออกไป อีกต่อไปทำเรายังคงอยู่ในเส้นทางนี้ถัดไป” คำพูดนี้เหมือนเสียงระฆังที่ตีไปที่ใจของบุษบา ก่อนที่เธอจะสิ้นสุดการหลบซ่อน เพียงแค่พูดความรู้สึกออกไปหลายอย่างเลยกลายเป็นการบอกลากับอดีต
ยามดึกเมื่อดวงดาวเต็มฟ้า เป็นช่วงเวลาแห่งการไตร่ตรองที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงของหัวใจของทั้งสองคนทำงานร่วมกันอีกครั้ง การบอกลาความรักครั้งที่ไม่สมหวัง เรียกคืนมาให้คือความรักที่แท้จริง หลังจากคืนที่ต้องปล่อยให้ความเจ็บปวดผ่านพ้นไป มันเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นใหม่ พฤทธิ์และบุษบาต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนในเรื่องราว แต่เมื่อตระหนักได้ในทรรศนะดี ๆ ว่า ทั้งสองมีศักยภาพที่จะมีความรักที่ไม่ควรจะถูกปฏิเสธอีกต่อไป โดยเข้ามาร่วมสร้างสนามแห่งรักด้วยกันอย่างเข้มข้น ทุกอย่างสร่างซาไปอย่างช้าๆ และมีบรรยากาศของการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งนั่นอาจจะทำให้พวกเขาเป็นคนที่ไปในทิศทางที่เหมาะสมด้วยกัน
ในที่สุด ความรักที่ยังคงหลงเหลือ ผ่านการเติบโต ผ่านความกล้าหาญและการยอมรับ สะท้อนให้เห็นว่าบ้านที่มีความทรงจำของพฤทธิ์และบุษบา ไม่มีวันเป็นบ้านที่ไร้วิญญาณอีกต่อไป แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความรัก รอให้ทั้งสองคนเดินไปด้วยกันในอนาคตได้อย่างมีความหมาย